โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

วางแผน ‘เล่นหุ้น’ ตามเม็ดเงิน ‘กองทุนวายุภักษ์’

The Bangkok Insight

อัพเดต 10 ก.ย 2567 เวลา 03.20 น. • เผยแพร่ 10 ก.ย 2567 เวลา 03.19 น. • The Bangkok Insight

หนึ่งในกลยุทธ์การลงทุนที่น่าสนใจในเวลานี้ คือ "Vayupak Play" หรือการมองหาหุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการมาของกองทุนวายุภักษ์

โดยคาดว่าจะมีเม็ดเงินมหาศาลไหลเข้าหุ้นขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประมาณช่วงไตรมาส 3 ของปี 2567

กองทุนวายุภักษ์

กองทุนรวมวายุภักษ์ เป็นแนวทางที่กระทรวงการคลังต้องการใช้เป็น เครื่องมือระดมทุน ผ่านการเสนอขายหน่วยลงทุน เบื้องต้นมีแผนจะเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป มูลค่ารวม 100,000-150,000 ล้านบาท เชื่อว่าจะช่วยสร้างแรงกระตุ้นในการลงทุน และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนทั้งไทย และต่างประเทศ

ในรายละเอียดของกองทุนจะมี ระยะเวลาการลงทุนเบื้องต้นที่ 10 ปี ผู้ถือหน่วยลงทุนจะได้รับเงินปันผลในแต่ละปี ตามอัตราผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจริงของกองทุนรวม แต่ไม่น้อยกว่าอัตราผลตอบแทนขั้นต่ำต่อปี และไม่เกินกว่าอัตราผลตอบแทนขั้นสูงต่อปีที่กำหนดไว้ ทั้งจะมีกลไกในการคุ้มครองเงินลงทุนและผลตอบแทน

สำหรับแนวทางการลงทุน จะเข้าไปลงทุนในรูปแบบ เชิงรุก (Active Investment) และเชิงรับ (Passive Investment) โดยส่วนใหญ่จะลงทุนในหุ้นในตลาดหุ้นไทย เน้นลงทุนในบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีความมั่นคงในระยะยาว ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และมีการกำกับดูแลกิจการที่ดี

โดยมี บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทจัดการกองทุน

บทวิเคราะห์ บล.กรุงศรี มองแนวโน้มกระแสเชิงบวกจากการลงทุนด้วยธีม ESG จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นนับจากนี้ไป เนื่องจากเม็ดเงินที่มหาศาลของกองทุนวายุภักษ์ ซึ่งเตรียมกลับมาเสนอขายนักลงทุนทั่วไปภายในไตรมาส 3 นี้

นโยบายลงทุนจะประกอบด้วยการลงทุน Passive หุ้นที่มีผลประกอบการ และกระแสเงินสดที่มีความมั่นคงสูง และการลงทุนแบบ Active ขณะที่ในด้านหนึ่งเกณฑ์การลงทุนในหุ้นที่มี ESG จะถูกนำมาพิจารณาเพิ่มเติมด้วย

กองทุนวายุภักษ์

ประเมินว่าเม็ดเงินใหม่ที่กำลังเข้าสู่ตลาดหลักในปี 25678 ประกอบไปด้วย กองทุนวายุภักษ์ 100,000-150,000 ล้านบาท และยังมีเม็ดเงิน กองทุน Thai ESG ที่มีผล 3 เดือน เดือนละ 6,000-7,000 ล้านบาท จึงคาดน่าจะหนุน SET Index ที่ปัจจุบันมีปัจจัยขับเคลื่อนการเมืองภายในชัดเจน และรัฐบาลใหม่ค่อนข้างมีเสถียรภาพมากขึ้น

สำหรับการลงทุนในเชิงกลยุทธ์ แนะนำลงทุนในหุ้น 3 กลุ่ม

1. หุ้นที่กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นและอยู่ในกองทุนวายุภักษ์ 1 และมีแนวโน้มเติบโตดีในช่วง ปี 2567-2568

  • AOT หรือ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
  • PTT หรือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
  • KTB หรือ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

2. หุ้นที่อยู่ในกองทุนวายุภักษ์ 1 และซื้อขายในระดับ Valuation Zone รวมถึงมีแนวโน้มการเติบโตดี

  • CPALL หรือ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
  • SCC หรือ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน)
  • MINT หรือ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
  • CRC หรือ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
  • HMPRO หรือ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)
  • SCGP หรือ บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน)

3. หุ้นที่มีน้ำหนักใน SETESG สูง และมีแนวโน้มการเติบโตดีอยู่ใน Theme Data Center

  • ADVANC หรือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
  • GULF หรือ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
กองทุนวายุภักษ์

โดยคาดว่า หุ้นที่เข้าข่ายเกณฑ์ดังกล่าวใน 3 กลุ่มข้างต้น จะมีแนวโน้มได้รับการเพิ่มน้ำหนักการลงทุน หรือเป็นเป้าหมายจากกองทุนวายุภักษ์ใหม่ที่กำลังจะเสนอขายในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งถือเป็นโมเมนตัมเชิงบวกให้หุ้นกลุ่มนี้พลิกฟื้นได้โดดเด่น โดยเฉพาะหุ้นในฝั่ง Big Cap ที่ให้ความสำคัญต่อ ESG

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X (Twitter):https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...