โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ย้อนตำนานสูบหมุน MAZDA RX-7 FD3S

สยามคาร์ - Siamcar

เผยแพร่ 27 ก.ย 2567 เวลา 08.48 น. • ทีมข่าวสยามคาร์
ย้อนตำนานสูบหมุน MAZDA RX-7 FD3S

ย้อนตำนานสูบหมุน MAZDA RX-7 FD3S

Mazda RX-7 รุ่นแรกสุดถูกเปิดเผยสู่สาธารณะเป็นครั้งแรกในปี 1978 เพื่อเป็นการแทนที่ Rx-3 โดย RX-7 Generation แรกสุดมีรหัสว่า “SA22C” และ “FB” มีการพัฒนาอยู่เสมอตลอดช่วงปี 1978 – 1985 โดยแบ่งออกเป็น 3 Series แต่ละ Series มีความแตกต่างกันที่รายละเอียดค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ภายนอก ดีไซน์ภายใน เครื่องยนต์ หรือแม้แต่ขนาดถังน้ำมัน โดยแบ่งเป็นสองช่วงหลักคือ 1978-1980 และช่วง 1981-1985 โดยในช่วงหลังมีการเปลี่ยนกันชนหน้า ติดตั้งเกียร์ 5-speed manual แทนที่ 4-speed

รถยนต์ตัวถัง two-seat sports car ออกแบบโดย Matsaburo Maeda มาพร้อมเครื่องยนต์ Rotary ฉีกกรอบตำรับความแรง โดยใน Series 3 เป็นรุ่นที่มีแรงม้ามากที่สุดตั้งแต่ 135 – 165 horsepower แรงบิด 180 Nm จากเครื่องยนต์ 13B ความจุ 1.3-liter และ 12A Turbocharged Twin-rotor Wankel Rotary มาติดตั้งแบบ mid-engine จึงช่วยกระจายน้ำหนักหน้าหลังได้ดีถึง 50:50 กับน้ำหนักตัวเบาเพียงแค่ 1,100 kg แถมยังมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ จับคู่กับระบบส่งกำลัง Sporty Front-Midship และรูปแบบการขับเคลื่อนล้อหลังตามแบบฉบับของรถสปอร์ตพันธุ์แท้ ทำให้ Rx-7 เป็นรถที่มีการควบคุมง่ายเนื่องจาก Balance ที่ดีของตัวรถ ทำให้นักขับต่างติดอกติดใจในสมรรถนะไปตาม ๆ กัน

ขึ้นชื่อว่ารถสปอตร์แล้ว ยังคงมีแรงดึงดูดให้เหล่าชายฉกรรจ์วาดฝันจะเป็นเจ้าของได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นรถสปอตร์ใหม่เอี่ยมที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีความทันสมัย หรือจะเป็นรถสปอตร์เก่า ๆ แต่มีชื่อเสียงลือลั่นผ่านกาลเวลามาถึงปัจจุบัน

ภาพของรถสปอร์ตจากแดนปลาดิบที่เคยทำให้วงการยานยนต์ทั้งโลกต้องสั่นสะเทือน เครื่องยนต์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เสียงรอบเดินเบาที่ทำให้ไม่ว่าผู้ชายคนไหนก็อยากจะลองเหยียบให้มิดไมล์ดูซักครั้ง แถมรูปลักษณ์ภายนอกที่มีการออกแบบเส้นสายอย่างลงตัว ทำเอาเด็กมหาลัยในสมัยนั้นต้องมองเหลียวหลังกันทุกคน

จนมาถึงวันนี้สำหรับผมเอง ไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยไหนมันก็ยังคงวิ่งวนอยู่ในหัวใจของผู้ชายหลายคน นั่นก็คือ “Mazda RX-7”

Mazda RX-7 รุ่นแรกสุดถูกเปิดเผยสู่สาธารณะเป็นครั้งแรกในปี 1978 เพื่อเป็นการแทนที่ Rx-3 โดย RX-7 Generation แรกสุดมีรหัสว่า “SA22C” และ “FB” มีการพัฒนาอยู่เสมอตลอดช่วงปี 1978 – 1985 โดยแบ่งออกเป็น 3 Series แต่ละ Series มีความแตกต่างกันที่รายละเอียดค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ภายนอก ดีไซน์ภายใน เครื่องยนต์ หรือแม้แต่ขนาดถังน้ำมัน โดยแบ่งเป็นสองช่วงหลักคือ 1978-1980 และช่วง 1981-1985 โดยในช่วงหลังมีการเปลี่ยนกันชนหน้า ติดตั้งเกียร์ 5-speed manual แทนที่ 4-speed

รถยนต์ตัวถัง two-seat sports car ออกแบบโดย Matsaburo Maeda มาพร้อมเครื่องยนต์ Rotary ฉีกกรอบตำรับความแรง โดยใน Series 3 เป็นรุ่นที่มีแรงม้ามากที่สุดตั้งแต่ 135 – 165 horsepower แรงบิด 180 Nm จากเครื่องยนต์ 13B ความจุ 1.3-liter และ 12A Turbocharged Twin-rotor Wankel Rotary มาติดตั้งแบบ mid-engine จึงช่วยกระจายน้ำหนักหน้าหลังได้ดีถึง 50:50 กับน้ำหนักตัวเบาเพียงแค่ 1,100 kg แถมยังมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ จับคู่กับระบบส่งกำลัง Sporty Front-Midship และรูปแบบการขับเคลื่อนล้อหลังตามแบบฉบับของรถสปอร์ตพันธุ์แท้ ทำให้ Rx-7 เป็นรถที่มีการควบคุมง่ายเนื่องจาก Balance ที่ดีของตัวรถ ทำให้นักขับต่างติดอกติดใจในสมรรถนะไปตาม ๆ กัน

1985 Mazda RX-7 รหัส FC3S เป็น generation ที่ 2 หรือที่หลายคนเรียกว่า รุ่น FC เป็นรถที่ได้รับอิทธิพลมาจาก Porsche 924 และ 944 ค่อนข้างมาก เพราะรถรุ่นนี้ถูกออกแบบเพื่อเจาะตลาดอเมริกา ดังนั้น Chief Project Engineer, Akio Uchiyama จึงบินไปถึงอเมริกาเพื่อดูว่ารถรุ่นไหนขายดีที่นั่น หรือใครเป็นแฟน Initial D จะคุ้นเคยกับรถคันนี้ของ Ryosuke Takahashi เจ้าของฉายา “ดาวหางสีขาว”

Mazda RX-7 FC3S เปิดตัวด้วยเครื่องยนต์ 13B NA 148 แรงม้าในช่วงปี 1986-1988 สำหรับส่งออกเท่านั้น ออกแบบให้ขับกินลมชมวิวใช้งานบนถนนได้ง่าย ขนาดตัวถังกว้างใหญ่กว่า ปรับปรุงการควบคุมให้ลดอาการ oversteer ที่พบบ่อยใน SA22 Generation ส่วนในตลาดญี่ปุ่น JDM จะมีแต่รุ่น Turbo II ที่ใช้เทคโนโลยี twin scroll turbocharger ลดอาการ turbo lag ในรอบต่ำ เพิ่มพละกำลังเป็น 182 แรงม้า สังเกตได้ง่ายจากฝากระโปรงหน้าเจาะรูดูดอากาศระบายความร้อนให้ intercooler

สำหรับคนที่อยากเก็บ RX-7 FC รุ่นพิเศษ ๆ จะมี Limited Edition อย่าง “Infini” ออกมาจำนวนจำกัดที่ผลิตเพียงปีละ 600 คัน ซึ่งเครื่องจะจูนมาแรงกว่า อัพเกรด ECU และช่วงล่าง ล้อ BBS 15 – 16 นิ้ว เบาะ bucket seats ซึ่งจะมีความแตกต่างในรุ่นแต่ละปีอีกด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีรุ่นพิเศษ ”10th Anniversary RX-7″ ผลิตในปี 1988 จำนวน 1,500 คัน สังเกตได้จากสัญลักษณ์ 10th Anniversary Edition และภายในโทนดำล้วน พวงมาลัย Momo รวมถึงรุ่นส่งท้าย “GTUs” ที่เน้นสมรรถนะ ลดน้ำหนักด้วยการถอดสิ่งอำนวยความสะดวกออกทั้งหมด แทนที่ด้วยอุปกรณ์เพิ่มประสิทธิภาพเช่น 4.300 Viscous-type limited slip differential มีจำนวนจำกัดแค่ 100 คัน

แต่เนื่องจากมีรุ่นยิบย่อยตามปีและประเทศเยอะมาก ถ้าจะดูว่าคันไหนแท้หรือแค่แต่งมา ก็ต้องใช้ VIN code ค้นหาพร้อมปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจะชัวร์สุดครับ

มาถึง Generation ที่ 3 สมการรอคอยสำหรับผู้คลั่งไคล้ใน Rx-7 เมื่อ Mazda ทำการแปลงโฉมครั้งสำคัญ จากรหัส FC เป็น FD ในปี 1993 ท่ามกลางการแข่งขันจากคู่แข่งสุดโหด Toyota และ Nissan ค่าย Mazda หลังพิงฝา สร้างสุดยอด RX-7 ที่ดีที่สุดใน Series ดีไซน์ของรถที่เน้นความเป็น Sports car ออกแบบโดย Tom Matano และ Yoichi Sato มาพร้อมกับเครื่องยนต์ที่เรียกความฮือฮาบ้าคลั่งที่สุดเท่าที่ Mazda เคยทำมากับรหัสตำนาน “13B-REW” จึงถือกำเนิดขึ้น

เครื่องยนต์ Rotary ความจุ 1.3 ลิตร Twin-Turbocharged Twin-rotor บูสแรงม้าสูงสุด 252 แรงม้าในปีแรก และต่อมา 13B-REW ก็ถูกพัฒนาจนมีแรงม้าสูงถึง 276 แรงม้าในปี 2002 ซึ่งระบบ Sequential twin turbocharging system ถือว่าเป็นระบบที่ล้ำหน้ามากในปี 1992 สุดยอดวิศวกรรมที่ให้แรงบิดต่อเนื่องจากการใช้ Turbo ลูกเล็กสำหรับรอบต่ำ และ Turbo ลูกใหญ่สำหรับรอบสูงตลอดช่วงรอบ 1,800 – 4,500 rpm ด้วย boost 10 psi ทำเวลา 0-100 km/h ใน 5.7 วินาที

สำหรับรุ่นย่อยที่น่าสนใจที่สุดของ RX-7 FD ก็คือ “Type RS” นับเป็นรุ่นสูงสุดที่มีการอัพเกรดสมรรถนะมากมาย ช่วงล่าง Bilstein ล้อ 17 นิ้ว ลดน้ำหนักลงเหลือเพียง 1,280 กิโลกรัม ปรับแต่งระบบท่อทางเดินไอเสีย และเซ็ท turbochargers ใหม่ รวมให้กำลัง 280 horsepower @ 6,500 rpm แรงบิด 314 Nm @ 5,000 rpm เบรคเพิ่มขนาด rotor เป็น 12.4 นิ้ว หนา 1.3 นิ้ว

และอีกรุ่นย่อยที่น่าสนใจคือ “Spirit R” ที่มีจำนวน 1,500 คัน แบ่งออกเป็น “Type A” “Type B” และ “Type C” โดย Type A จะเป็นรถ 2-seater 5-speed manual gearbox พร้อมเบาะ Recaro สีแดง ส่วน type B และ C จะเป็นที่นั่ง 2+2 seat

Rx-7 กับ Mazda ที่ร่วมกันสร้างตำนานอย่างยิ่งใหญ่ โดยการสวนกระแสที่พุ่งเข้ามาจับจ้องโจมตี ไม่ว่าจะเป็นขนาดความจุของเครื่องยนต์ที่มีเพียง 1,300 CC ทำให้ฝรั่งนักขับที่นิยมเครื่องยนต์ใหญ่ ๆ อย่างสูบ V พากันส่ายหัว พร้อมตราหน้าไว้ก่อนเลยว่าเครื่องเล็กเกินไป แรงไม่พอ และยังเป็นเครื่องยนต์ที่มีจุดด้อยเยอะ

เมื่อ Mazda Rx-7 ได้แสดงศักยภาพที่ผ่านการพัฒนาขึ้นใหม่ ก็ทำเอาฝรั่งหลายคนถึงกับหน้าชา เพราะ 13B-REW มีขนาด 1,300 CC ซึ่งแม้จะเล็ก แต่การทำงานของเครื่อง Rotary นั้น เมื่อมันหมุนด้านที่ 1 ขยับไปคือจังหวะอัด ด้านที่ 2 จะอยู่ในจังหวะดูด ด้านที่ 3 จะอยู่ระหว่างจังหวะกำลังคาย ทั้ง 3 ด้านของลูกสูบทำงานตามกลวัตรต่อเนื่องกันไป เสมือนเครื่องยนต์ 3 สูบทำงานต่อเนื่องกัน Rotor หมุน 1 รอบ เพลาข้อเหวี่ยงจะหมุน 3 รอบ จุดระเบิด 3 ครั้ง เทียบกับเครื่องสูบชักที่ 1 สูบหมุน 3 รอบ แต่จุดระเบิดได้เพียงได้ 1 ครั้งเท่านั้น ไม่มีการสูญเสียกำลังในการอัดอากาศ จุดระเบิด เผาไหม้ เครื่อง Rotary จึงสามารถสร้างแรงม้าได้มากกว่าหากเทียบกับความจุที่เท่ากัน แถมยังได้เปรียบจากน้ำหนักที่เบา และตำแหน่งการติดตั้งที่ช่วยย้ายศูนย์ถ่วงที่ต่ำมากกว่า

หลังจากนั้นเครื่อง Rotary ก็ดังไปไกลไปทั่วทุกมุมโลก มันทำให้ชาวโลกได้รู้ถึงความเป็นรถสปอร์ตตัวจริงจากดินแดนอาทิตย์อุทัย สปอร์ตที่มีความดิบ ความเถื่อน ถึงมันจะไม่ได้เน้นความหรูหรา แต่มันคือการออกแบบที่เต็มไปด้วยความภูมิใจสำหรับคนเอเชีย จนสุดท้าย Mazda ก็ทำยอดขายจากอเมริกาเป็นเทน้ำเทท่า นั่นคือเครื่องการันตรีความสำเร็จของรถสปอร์ตที่เป็นตำนานอย่างแท้จริง

ตั้งแต่ปี 1992 จนมาถึงวันนี้ Rx-7 ไม่เคยจะดูเก่าล้าสมัย เป็นรถจากปี ’90s อีกรุ่นที่มูลค่าเพิ่มขึ้นทุกวัน เป็นรถสปอตร์ที่มาครบทั้งหล่อ ทั้งแรง แถมแพง แต่ได้ความเป็นอมตะสุด ๆ ไปเลย

ความกระด้างของ RX-7 FC ทำให้มันถูกวิพากษ์วิจารณ์จากเหล่าบรรดาเซียนรถว่าเหมือนกับรถแข่งมากเกินไปจนขาดความสะดวกสบาย ทำให้ RX-7FD ต้องออกมาหลายรุ่น เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ครอบคลุมกับการใช้งาน FD เป็นทั้งรถขับเล่นในวันหยุด หรือเป็นรถแข่งที่ต้องลงทำการแข่งขันต่อเนื่อง

Mazda RX7 FD Series 8 - 1998-2002
RX-7 FD Series 8 เวอร์ชันสุดท้ายของซีรีส์ FD ก่อนที่จะถูกยกเลิกสายการผลิตไปอย่างน่าเสียดาย RX-7 Series 8 เป็นรุ่นพิเศษและวางขายเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น เทอร์โบชาร์จเจอร์ปรับปรุงใหม่ทำให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น อัปเกรดอินเตอร์คูลเลอร์และระบบระบายความร้อนด้วยหม้อน้ำแบบใหม่ เพิ่มช่องรับอากาศที่ใหญ่ขึ้น บั้นท้ายรูปลักษณ์ใหม่ด้วยสปอยเลอร์ใหม่เอี่ยมที่ปรับแต่งได้ อัพเกรดระบบเบรกเพื่อปรับปรุงให้มีระยะเบรกที่ดีขึ้น RX-7 FD Series 8 รุ่น AT เกียร์อัตโนมัติ ส่วน RX-7 FD Series 8 Type RB มีกำลัง 261 แรงม้า ส่วนรุ่น Spirit R ถือเป็น RX-7 ที่มีชื่อเสียงที่สุด เป็น RX-7 รุ่นลิมิเต็ดที่ขายเฉพาะในญี่ปุ่น ผลิตเพียง 1,500 คัน ทำให้เป็นรถ FD ที่หายากสุดๆในตลาดรถสปอร์ตมือสองทั่วโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...