โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

THG อาการโคม่า? หุ้นร่วงกว่า 60% จากต้นปี จับตาปมทุจริต ล่าสุดแจ้งข่าวตลาดฯแบบมีเงื่อนงำ

Share2Trade

อัพเดต 09 ต.ค. 2567 เวลา 07.28 น. • เผยแพร่ 09 ต.ค. 2567 เวลา 08.00 น. • Share2Trade

เกิดอะไรขึ้นกับบริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG บริษัทสุดที่รักของหมอ บุญ วนาสิน โดยราคาหุ้น THG นับจากต้นปีถึงปัจจุบัน (วันที่ 9 ตุลาคม 2567) ปรับตัวลดลงมากกว่า 60%

THG อาการโคม่า_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

พบพิรุธธุรกรรมต้องสงสัย

หรือเรื่องฉาวจะเกิดขึ้นในแวดวงตลาดหุ้นอีกแล้ว? เพราะก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2567 THG รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า เมื่อวันที่ 23 ส.ค.67 คณะกรรมการตรวจสอบได้รับทราบข้อมูลการทำรายการอันควรสงสัยของบริษัทย่อย 2 แห่ง ได้แก่ บริษัท โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง จำกัด (THB) ซึ่ง THG ถือหุ้น 83.03% และ บริษัท ที เอช เฮลท์ จำกัด (THH) ซึ่ง THG ถือหุ้น 51.22%

การทำรายการอันควรสงสัยของบริษัทย่อยดังกล่าวประกอบด้วย ประกอบด้วย

1. THB และ THH ให้กู้ยืมเงินแก่ บริษัท ราชธานีพัฒนาการ (2014) จำกัด (RTD) ซึ่งเป็นบริษัทที่กลุ่มครอบครัววนาสินเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ในเดือนธันวาคมปี 65-ปี 66 จำนวน 6 รายการ คิดเป็นยอดเงินรวม 145 ล้านบาท

2.THB ให้กู้แก่ บริษัท ไทย เมดิเคิล กรุ๊ป จำกัด ซึ่งมี RTD เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ในปี 66 จำนวน 1 รายการ คิดเป็นยอดเงินรวม 10 ล้านบาท

และ 3.THH สั่งซื้อสินค้าจากบริษัทในสิงคโปร์ แต่ไม่ได้มีการรับมอบสินค้าจริง ในปี 66 จำนวน 2 รายการ คิดเป็นยอดเงินรวม 55 ล้านบาท

กลุ่มครอบครัววนาสิน เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ THG สัดส่วน 21.51% รวมทั้งกลุ่มครอบครัววนาสินถือหุ้น 40.80% ใน RTD อีกทั้งกลุ่มครอบครัววนาสิน และ RTD ยังถือหุ้น 36.1% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท ไทย เมดิเคิล กรุ๊ป จำกัดอีกด้วย

ณ ปัจจุบัน ยอดหนี้คงค้างของรายการอันควรสงสัยดังกล่าวรวมทั้งสิ้นประมาณ 105 ล้านบาท (ไม่นับรวมดอกเบี้ย) บริษัทคาดว่าหากมีผลกระทบจะสามารถเปิดเผยในงบการเงินรวมของไตรมาส 3/67 ที่กำลังจะจัดทำและเปิดเผยให้ผู้ลงทุนทราบต่อไป

สรุปง่ายๆ คือ รายการต้องสงสัยดังกล่าว คือ บริษัทย่อย THG ปล่อยกู้ให้บริษัทในกลุ่มครอบครัววนาสิน อีกทั้งยังมีคำสั่งซื้อทิพย์จากบริษัทในสิงคโปร์ แต่ไม่ได้มีการรับมอบสินค้าจริงนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เริ่มดำเนินการแก้ไขเหตุการณ์ที่ตรวจพบเพื่อรักษามาตรฐานในการบริหารจัดการ ดังนี้
1.โยกย้ายบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการทำรายการอันควรสงสัยให้ออกจากตำแหน่งที่เกี่ยวข้องทันที

2.สอบสวนข้อเท็จจริง และอยู่ระหว่างการดำเนินการทางวินัย และ/หรือทางกฎหมายต่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำรายการอันควรสงสัยดังกล่าวจนถึงที่สุด เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทฯและผู้ถือหุ้น

3. เน้นย้ำและกำชับให้บุคคลากรของบริษัทและบริษัทย่อย ปฏิบัติตามกฎระเบียบภายในที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบริษัทย่อยอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต และการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบดังกล่าวจะต้องถูกดำเนินการทางวินัย และ/หรือทางกฎหมาย อย่างเด็ดขาด

4.อยู่ระหว่างการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อฐานะทางการเงิน ผลการดำเนินงาน และความเสี่ยงโดยรวมทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ครอบคลุมทั้งด้านการเงิน การดำเนินธุรกิจ และความเสี่ยงด้านกฎหมาย เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทสามารถจัดการกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาจจ้างที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกตามความเหมาะสมเพื่อให้ความช่วยเหลือในการวางแผนแก้ไขและป้องกันความเสี่ยงเพิ่มเติม

ปลดภรรยา “หมอบุญ” พ้นประธานบอร์ด

ต่อมาเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567 THG รายงานว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ ได้พิจารณาและมีมติอนุมัติแต่งตั้งนายแพทย์เอื้อชาติ กาญจนพิทักษ์ ดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการบริษัทแทนนางจารุวรรณ วนาสิน โดยนางจารุวรรณ ยังคงดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท ทั้งนี้ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2567 เป็นต้นไป

เนื่องจากนางจารุวรรณ ได้ขอลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท เพื่อให้คณะกรรมการของบริษัทฯ สามารถกำหนดทิศทางและแสวงหาแนวทางในการแก้ไขเหตุการณ์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพแม้ว่าจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ตามรายงานของบริษัทฯ ต่อตลาดหลักทรัพย์ เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2567

แจ้งข่าวตลาดหลักทรัพย์ฯแบบคลุมเครือ

และล่าสุดมีกระแสข่าวลือเปลี่ยนแปลงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แต่เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2567 เวลา 12:30 น. บริษัทรายงานตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ไม่มีการอนุมัติเปลี่ยนแปลงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารตามที่ปรากฏในสื่อ ก่อนที่จะมีการปรับแก้ไขในเวลา 18:30 น. ว่า ยังไม่มีการอนุมัติเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารตามที่ปรากฎในสื่อ สรุปแล้ว ไม่มี หรือ ยังไม่มี?

นักลงทุนยังคงต้องเกาะติดประเด็นนี้อย่างใกล้ชิด ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่นไร แต่ที่แน่ๆ จากประเด็นนี้ทำให้นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ให้คำแนะนำ ขาย และปรับราคาเป้าหมายมาอยู่ที่ 22 บาท เนื่องจากมีมุมมองลบต่อผลการดำเนินงานในปีนี้ที่จะแย่กว่ากลุ่มฯจากผลกระทบการปรับโครงสร้างของ 2 ธุรกิจเพื่อลดผลขาดทุน

และผลการดำเนินงานไตรมาส 3/67 มีโอกาสขาดทุน หากต้องตั้งสำรองค่าใช้จ่ายหนี้สูญจากปัญหาภายในบริษัท และปัญหาด้านการควบคุมภายในบริษัท มองเป็นความเสี่ยงต่ออันดับเครดิตองค์กร ซึ่งอาจกระทบต้นทุนเงินทุนในอนาคต

เช่นเดียวกันนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด กล่าวว่า หลังจากการเปิดเผยข่าว ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของการผิดนัดชำระหนี้คงค้าง รวมถึงความเสี่ยงของการทุจริตเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่ซื้อมา ฝ่ายวิจัยจึงตัดจำหน่ายเงิน 105 ล้านบาท ออกจากกำไรที่คาดการณ์ในปี 2567 ผ่านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น

นอกจากนี้ ยังได้ปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารสำหรับปี 2567-69 ขึ้น 2-4% เพื่อรวมต้นทุนที่สูงขึ้นที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงระบบภายในเพื่อความโปร่งใส จากการปรับต้นทุนดังกล่าว EBITDA สำหรับปี 2567-69 ลดลง 8%, 4% และ 4% ตามลำดับ ปรับลดคำแนะนำจาก "ถือ" เป็น "ขาย" พร้อมจับตาความเสี่ยงในอนาคต และลดมูลค่าที่เหมาะสมจาก 28.00 บาท เป็น 21.60 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...