โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฟังคำตอบจาก ‘ใบเตย’ พูดแล้วเกิดอะไรขึ้น หลังโพสต์เนื้อเพลง แทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจ

The Bangkok Insight

อัพเดต 15 พ.ย. 2564 เวลา 13.08 น. • เผยแพร่ 15 พ.ย. 2564 เวลา 13.07 น. • The Bangkok Insight

ทำเอาแฟน ๆ หลายคนต่างรู้สึกเป็นห่วง เพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกทุ่งสาวสุดเซ็กซี่ ใบเตย-สุธีวัน กุญชร หรือ ใบเตย อาร์สยาม เมื่อจู่ ๆ เจ้าตัวก็ได้ออกมาโพสต์สเตตัสเศร้า ๆ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Suteewan Thaweesin ระบุว่า เสียใจแเค่ไหนถ้าอยากรู้ บอกเธอ ได้คำเดียว อยาก..ตาย ซึ่งเป็นประโยคในเนื้อเพลง แทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจ ของศิลปินหนุ่ม อ๊อฟ-ปองศักดิ์ รัตนพงษ์

ก่อนที่ สาวใบเตย จะโพสต์อีกประโยคว่า *ท่องไว้ อดทนอดทน *ซึ่งหลังจากโพสต์ดังกล่าวก็ได้มีแฟน ๆ แห่เข้ามาถามไถ่ด้วยความสงสัยเกิดอะไรขึ้นกับแม่ ขณะที่อีกด้านก็ได้เขียนข้อความส่งกำลังใจให้เจ้าตัวว่า เป็นกำลังใจให้เสมอ ซึ่งในเวลาต่อมา สาวใบเตย ก็ได้ลบโพสต์ที่เป็นเนื้อเพลงเศร้าดังกล่าวออกไปแล้ว

ล่าสุดใบเตย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน เปิดใจถึงเรื่องโพสต์ดังกล่าวว่า คาดว่าน่าจะเป็นเรื่องของฮอร์โมน อาการมาม่าบลูน่าจะยังไม่หมด เพราะบางทียังสับสนกับชีวิตที่เปลี่ยนไป จากเคยทำงานหนัก ๆ มารับบทเป็นคุณแม่ ในจังหวะที๋โพสต์นั้นจากเคยว่าง ๆ จู่ ๆ มีงานเข้ามาเยอะมาก ทั้ง ละคร ซิงเกิ้ลใหม่ และคอนเสิร์ต ส่งผลให้ปรับไม่ค่อยไหว รู้สึกว่าเหนื่อยมาก

ตนได้พบแพทย์มาแล้ว ผลวินิจฉัยว่าอาจมีภาวะโรคซึมเศร้าร่วมด้วย เนื่องจากตนเคยมีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย โดยหมอบอกว่ามันมีหลายอย่างเข้ามากระตุ้น ทั้งมาม่าบลูและงานที่เข้ามาเยอะจนเหนื่อยมาก ๆ ตอนนี้ตนเริ่มรักษาด้วยการกินยาแล้ว เพื่อปรับสารเคมีในสมอง ซึ่งหลังจากกินแล้วรู้สึกว่าโอเคขึ้นมาก และวันนี้ก็ดีขึ้นมากแล้ว

ใบเตย อาร์สยาม
ใบเตย อาร์สยาม

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...