โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

GULF เทกโอเวอร์ THCOM เตรียมทุ่มกว่า 1 หมื่นล้านบาท ซื้อหุ้นทั้งหมด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 พ.ย. 2565 เวลา 03.55 น. • เผยแพร่ 08 พ.ย. 2565 เวลา 03.05 น.

กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ บอร์ดเคาะมติทุ่มเงินกว่า 10,873.33 ล้านบาท ปิดดีลเข้าซื้อหุ้น THCOM จาก INTUCH สัดส่วน 41.13% วงเงิน 4,472 ล้านบาท ที่เหลือทำเทนเดอร์อีก 58.87% วงเงินรวม 6,400 ล้านบาท จับตาออกหุ้นกู้ใหม่-ขอวงเงินสินเชื่อก้อนใหญ่

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF รายงานตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวานนี้ (7 พ.ย. 65) มีมติอนุมัติให้บริษัทและ/หรือ บริษัท กัลฟ์ เวนเชอร์ส จำกัด

ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท (รวมเรียกกลุ่มบริษัท) เข้าซื้อหุ้นสามัญในบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM จากบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH และซื้อหุ้นสามัญส่วนที่เหลือทั้งหมดของ THCOM โดยการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ THCOM และ/หรือโดยการซื้อขายหุ้นสามัญ THCOM ผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

โดยจะดำเนินการซื้อหุ้นสามัญ THCOM จาก INTUCH จำนวนทั้งสิ้น 450,870,934 หุ้น (คิดเป็น 41.13% ของหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ THCOM) ในราคาหุ้นละ 9.92 บาท คิดเป็นจำนวนเงินรวมประมาณ 4,472.64 ล้านบาท ทั้งนี้กลุ่มบริษัทคาดว่าจะเข้าลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นกับ INTUCH โดยไม่ชักช้าภายหลังจากที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท

และภายหลังจากการเข้าซื้อหุ้นสามัญ THCOM จาก INTUCH เสร็จสิ้น กลุ่มบริษัทจะดำเนินการซื้อหุ้นสามัญส่วนที่เหลือทั้งหมดของ THCOM โดยการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ THCOM จำนวนทั้งสิ้น 645,231,020 หุ้น (คิดเป็น 58.87% ของหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ THCOM) ) ในราคาเดียวกันกับราคาซื้อหุ้นสามัญ THCOM จาก INTUCH ในราคาหุ้นละ 9.92 บาท) โดยคิดเป็นจำนวนเงินรวมประมาณ 6,400.69 ล้านบาท ซึ่งทั้งสองธุรกรรมดังกล่าวคิดเป็นมูลค่ารวม 10,873.33 ล้านบาท

ในเบื้องต้นการซื้อหุ้นสามัญ THCOM จาก INTUCH จะเกิดขึ้นต่อเมื่อเงื่อนไขบังคับก่อนที่สำคัญได้สำเร็จเสร็จสิ้น หรือได้รับการยกเว้นไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนโดยกลุ่มบริษัท ซึ่งคาดว่าเงื่อนไขบังคับก่อนทั้งหมดน่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 1ของปี 2566 และภายหลังจากที่เงื่อนไขบังคับก่อนสำเร็จเสร็จสิ้นลง หรือได้รับการยกเว้นไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนโดยกลุ่มบริษัทฯทางกลุ่มบริษัทจะเข้าซื้อหุ้นสามัญ THCOM ทั้งหมดที่ INTUCH ถืออยู่และจะดำเนินการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ THCOM จากผู้ถือหุ้นรายอื่น ๆ ของ THCOM ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องของสำนักงาน ก.ล.ต.

ปัจจุบันผู้ซื้อกับผู้ขายมีความสัมพันธ์ในฐานะที่ GULF เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน INTUCH โดยถือหุ้นใน INTUCH สัดส่วย 46.443% แต่ธุรกรรมการซื้อขายหุ้นไม่เข้าข่ายเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกันของบริษัท ตามประกาศรายการที่เกี่ยวโยงกัน

โดยหากภายหลังการเข้าทำธุรกรรมการซื้อขายหุ้น มีผู้ถือหุ้น THCOM ขายหุ้นสามัญให้แก่กลุ่มบริษัทฯในสัดส่วนที่ทำให้กลุ่มบริษัทฯ มีอำนาจควบคุมใน THCOM นั้น THCOM ก็จะมีสถานะเป็นบริษัทย่อยของบริษัท

ทั้งนี้คาดว่าเงินทุนที่ใช้สำหรับธุรกรรมการซื้อขายหุ้นนั้นจะเป็นเงินทุนหมุนเวียนภายในกิจการ และ/หรือวงเงินสินเชื่อจากสถาบันการเงิน และ/หรือการออกหุ้นกู้ และ/หรือตราสารหนี้อื่น ๆ

สำหรับดีลนี้คาดผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับบริษัทฯอย่างมาก เพราะมีความน่าสนใจและเหมาะสมกับบริษัทฯ ในหลายมิติ ทั้งด้านยุทธศาสตร์ การเติบโต และเพิ่มศักยภาพการต่อยอดไปยังธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประกอบด้วย

1.เป็นการลงทุนในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยี ซึ่งมีโอกาสในการพัฒนาธุรกิจได้หลายรูปแบบอย่างต่อเนื่อง

2.เป็นบริษัทไทยที่ประกอบธุรกิจในหลากหลายประเทศ ไม่ได้อิงรายได้จากภายในประเทศ (Local based) เพียงอย่างเดียว

3.มีโอกาสในการต่อยอดไปสู่ธุรกิจ New Space ที่มีศักยภาพการเติบโตในอนาคต

อนึ่ง THCOM ก่อตั้งเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2534 โดยเป็นผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมผ่านดาวเทียมภายใต้สัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศระหว่าง THCOM กับกระทรวงคมนาคม (ปัจจุบันอำนาจการดูแลสัญญานี้ได้ถูกโอนไปอยู่ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม) (สัญญาสัมปทานฯ) เป็นระยะเวลา 30 ปี ซึ่งสัญญาสัมปทานฯ ดังกล่าวได้สิ้นสุดลงแล้ว เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2564

โดยมีหน้าที่ภายใต้สัญญาสัมปทานฯในการจัดสร้างจัดส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรเพื่อให้บริการช่องสัญญาณดาวเทียม และต้องจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนแก่กระทรวงดิจิทัลฯในอัตราร้อยละของรายได้ค่าบริการช่องสัญญาณดาวเทียมที่ได้รับหรืออย่างน้อยเท่ากับจำนวนเงินขั้นต่ำที่ระบุไว้ในสัญญา และต้องส่งมอบดาวเทียม สถานีควบคุมดาวเทียม

รวมทั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจดังกล่าว ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของกระทรวงดิจิทัลฯ เมื่อได้ดำเนินการก่อสร้างและติดตั้งเรียบร้อยแล้ว โดย THCOM ได้เข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2537 สัญญาสัมปทานฯ ได้สิ้นสุดลงในวันที่ 10 กันยายน 2564 โดย THCOM ได้ส่งมอบการครอบครองดาวเทียมและทรัพย์สินทั้งหมดตามสัญญาสัมปทานฯ คืนให้แก่กระทรวงดิจิทัลฯ ครบถ้วนแล้ว ณ วันสิ้นสุดสัญญา

โดยกระทรวงดิจิทัลฯ ได้มอบสิทธิในการบริหารจัดการดาวเทียมภายใต้สัญญาสัมปทานฯ ให้กับบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (NT) หลังจากการสิ้นสุดของสัญญาสัมปทานฯ บริษัทย่อยของ THCOM ได้เข้าทำข้อตกลงเพื่อซื้อแบนด์วิธบางส่วนบนดาวเทียมไทยคม 4 และดาวเทียมไทยคม 6 กับ NT เพื่อไปให้บริการลูกค้ารายย่อย ดังนั้น นับตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2564 ทาง THCOM จึงสามารถให้บริการช่องสัญญาณดาวเทียมบนดาวเทียมไทยคม 4 และดาวเทียมไทยคม 6 กับลูกค้าบางส่วนของ THCOM ได้ต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...