โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

กรมอนามัย แนะขั้นตอน คอนโด-อาคารพาณิชย์ ตรวจคุณภาพน้ำ

The Reporters

อัพเดต 12 ก.ค. 2567 เวลา 05.43 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2567 เวลา 05.43 น.

กรมอนามัย แนะขั้นตอน คอนโด-อาคารพาณิชย์ ตรวจคุณภาพน้ำ พร้อมวิธีทำความสะอาดถังพักน้ำ หลังพบเหตุผู้พักอาศัยคอนโดตาอักเสบ เร่งส่งทีมร่วมกับ กทม.ลงพื้นที่ตรวจสอบเก็บตัวอย่างน้ำ ย้ำ หากเกิดอาการหลังใช้น้ำ ควรรีบพบแพทย์ทันที

วันนี้ (12 ก.ค. 67) แพทย์หญิงอัจฉรา นิธิอภิญญาสกุล อธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงกรณีที่มีผู้พักอาศัยภายในอาคารชุดแห่งหนึ่งย่านเขตจตุจักร เกิดโรคเยื่อบุตาอักเสบจำนวนหลายราย จากการใช้น้ำภายในอาคารว่า น้ำเป็นสิ่งที่ต้องใช้โดยตรงกับร่างกาย หากจัดการน้ำไม่ถูกวิธี หรือมีสาร มีการปนเปื้อน อาจทำให้เกิดอันตรายได้ โดยเฉพาะคอนโด หอพัก อพาร์ทเม้นท์ อาคารสำนักงาน ที่มีการเก็บน้ำประปาไว้บนอาคารสูง โดยมากจะมีบ่อสำรองน้ำใต้ดินก่อนเพื่อเก็บน้ำประปาก่อนที่จะสูบน้ำขึ้นไปพักไว้ในถังพักชั้นบน แล้วจ่ายให้แก่ผู้พักอาศัยตามห้องต่าง ๆ

ทั้งนี้ กรมอนามัย จึงแนะนำให้นิติบุคคลหรือผู้ดูแลอาคารดูแลรักษาระบบเก็บน้ำ หรือถังพักน้ำในอาคาร เพื่อให้คุณภาพน้ำสะอาดอยู่เสมอ ดังนี้

1.สำรวจสถานที่ตั้งของ ถังเก็บน้ำหรือถังพักน้ำ พื้นที่ตั้งควรมีขอบเขตชัดเจน มีหลังคาคลุม พื้นที่ตั้งต้องสะอาด ไม่มีน้ำขัง ไม่มีสิ่งของวางเกะกะรกรุงรัง สามารถป้องกันสัตว์นำโรค เช่น สุนัข แมว นก หนู หรือสัตว์เลื้อยคลาน เข้าไปอาศัยได้ ถังน้ำไม่ควรตั้งกับพื้น ควรวางบนพื้นที่ยกระดับขึ้นมาประมาณ 15 เชนติเมตร มีแสงสว่างเพียงพอที่จะสามารถมองเห็นสิ่งผิดปกติในถังน้ำได้ และป้องกันไม่ให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปบริเวณดังกล่าว

2.เลือกและดูแลตัวถังน้ำ ต้องทำมาจากวัสดุที่ปลอดภัย เหมาะสำหรับบรรจุอาหาร เช่น สแตนเลส ไฟเบอร์กลาส พลาสติก เป็นต้น สภาพถังน้ำต้องสะอาด ไม่ชำรุดแตกร้าว โดยเฉพาะฝาปิดต้องอยู่ในสภาพดี พร้อมใช้งาน ถังน้ำบนดินที่ออกแบบอย่างถูกต้องควรมีช่องระบายน้ำทิ้งด้านล่างสุด เพื่อความสะดวกเวลาล้างทำความสะอาดถัง

ก่อนนำน้ำประปามาใส่ในครั้งแรกควรทำความสะอาดถังก่อนด้วยน้ำสะอาด และควรล้างถังน้ำอย่างถูกหลักสุขาภิบาลทุก ๆ 6 เดือน โดยขัดถูผนังด้านในด้วยแปรง จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาด 2 ครั้ง ขั้นตอนสุดท้ายต้องใช้คลอรีนฆ่าเชื้อโรคเข้มข้น 50 ppm. แช่ถังทิ้งไว้ 30 นาที แล้วปล่อยทิ้งก่อนนำน้ำประปามาใส่

3.รักษาคุณภาพน้ำ ส่วนมากอาคารสูงจะใช้น้ำประปาจากการประปานครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค ประปาของเทศบาลหรือประปาองค์การบริหารส่วนตำบล โดยคุณภาพน้ำจากระบบผลิตน้ำประปาส่วนใหญ่ได้มาตรฐาน มีคลอรีนอิสระในน้ำหลงเหลืออยู่ 0.2-0.5 ppm. แต่เมื่อนำมาใส่ถังน้ำสำรอง คลอรีนอิสระในน้ำจะสลายจนไม่มีเหลือ ดังนั้นผู้ดูแลต้องเช็คปริมาณคลอรีนคงเหลืออยู่เสมอ โดยเฉพาะถังเก็บน้ำหรือถังพักน้ำบนอาคาร หากไม่พบควรเติมคลอรีนเพิ่มให้มีคลอรีนอิสระคงเหลือไม่ต่ำกว่า 0.2 ppm. ตลอดเวลา

4.จัดให้มีผู้ดูแล เจ้าหน้าที่ หรือผู้ดูแลควรได้รับการอบรมความรู้ในด้านการจัดการคุณภาพน้ำ เช่น วิธีการเติมคลอรีนในน้ำ การล้างถังที่ถูกต้อง การเฝ้าระวังคุณภาพน้ำด้วยเครื่องมือหรือชุดทดสอบภาคสนาม

5.มีการป้องกันสัตว์นำโรค นอกจากบริเวณดังกล่าวควรมีรั่วรอบขอบชิดแล้ว หากมีหลังคาคลุมควรมีการป้องกันสัตว์จำพวกนก หนู เข้าไปทำรังหรือพักอาศัย เช่น มีตาข่ายกั้น ป้องกันนกไปทำรังหรืออาศัยเวลากลางคืน

แพทย์หญิงอัจฉรา กล่าวว่า กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มอบหมายให้สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง ลงพื้นที่ร่วมกับสำนักอนามัย สำนักงานเขตจตุจักร ศูนย์บริการสาธารณสุข 51 จตุจักร กรุงเทพมหานคร และสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง เก็บตัวอย่างน้ำอุปโภค 7 ตัวอย่าง พบคลอรีนอิสระคงเหลือในน้ำ ระหว่าง 0.2-0.5 ppm 6 ตัวอย่าง ไม่พบคลอรีนอิสระในน้ำ 1 ตัวอย่าง

นอกจากนี้ ยังได้ให้คำแนะนำนิติบุคคลตรวจสอบรอยรั่วของระบบน้ำ ล้างถังพักน้ำ ท่อน้ำ และสระว่ายน้ำด้วยวิธี Chlorine shock สื่อสารสร้างการรับรู้กับผู้อาศัย และติดตามการตรวจทางห้องปฏิบัติการหลังดำเนินการตามมาตรการ โดยสำนักงานเขตจตุจักรจะเร่งดำเนินการตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2550) เพื่อกำกับติดตามให้นิติบุคคลอาคารชุดดำเนินการตามมาตรการต่อไป

สำหรับเชื้อปรสิตสามารถพบในแหล่งน้ำจืด น้ำกร่อย น้ำทะเล และน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม ส่วนใหญ่จะได้รับเชื้อโดยบังเอิญ และหากมีการติดเชื้อในระบบหายใจจะทำให้ปอดอักเสบติดเชื้อทางบาดแผลทำให้เกิด โรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง ส่วนการติดเชื้อที่กระจกตาซึ่งมักพบในผู้ใส่คอนแทคเลนส์ทำให้เกิดอาการระคายเคืองตา ตาแดง ปวดตา ถ้าเชื้อลุกลามอาจถึงขั้นสูญเสียการมองเห็นหรือตาบอดได้ แต่หากเชื้ออะแคนทามีบาเข้าสู่ระบบเลือดอาจก่อเกิดโรคสมองอักเสบ และอาจเสียชีวิตในที่สุด

นอกจากนี้ยังมีไมโครสปอริเดีย หรือปรสิตที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำเช่นเดียวกับอะแคนทามีบา ผู้ติดเชื้อจะเกิดอาการท้องเสียเป็นน้ำ และเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ อีกท้ะงยังเป็นสาเหตุสำคัญของโรคอุจจาระร่วง ดังนั้น หากมีอาการผิดปกติหลังจากสัมผัสน้ำหรือการใช้น้ำ ควรรีบพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างทันท่วงที

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...