โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

ยอดขาย “อสังหา” หนักกว่าโควิด บ้านหรูอืด-ต่ำกว่า 3 ล้านหยุดซื้อ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 23 ก.ค. 2567 เวลา 14.52 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2567 เวลา 00.22 น.

สมาคมคอนโดฯเปิดตัวเลขยอดขาย (พรีเซล) บ้านและคอนโดฯ ครึ่งปีแรก 2567 กทม.-ปริมณฑลต่ำสุดรอบ 10 ปี มูลค่ารวมลดลง -28% หน่วยขายใหม่ลดลง -35% สินค้า “ทาวน์เฮาส์” เจาะตลาดเฟิรสต์จ็อบเบอร์ร่วงแรง -57% สัญญาณอันตรายบ้านหรู 20-50 ล้านเริ่มขายอืด กลุ่มราคาตลาดแมสต่ำ 3 ล้านหดเกินครึ่ง -51% จี้แบงก์ชาติยกเลิก LTV-ปลดล็อกดอกเบี้ยแพง ลดภาระค่าผ่อนบ้าน

ผ่านพ้นครึ่งปีแรก 2567 ไปอย่างยากลำบากสำหรับภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัย โฟกัสพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑลที่มีมูลค่าโอนบ้านและคอนโดมิเนียมปีละ 5-6 แสนล้านบาท โดยตัวชี้วัดทุกคนในวงการเฝ้ารอผู้ประกอบการรายใหญ่หรือบิ๊กแบรนด์อสังหาฯ ที่มีหน้าที่ต้องรายงานผลประกอบการทุกไตรมาสต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในขณะที่มีอีกตัวเลขที่ถือว่าเป็นตัวชี้วัดภาวะรุ่งหรือร่วงของผลประกอบการ นั่นก็คือ “ตัวเลขยอดขาย” ที่เก็บสถิติจากภาคสนาม (ดูกราฟิกประกอบ)

โดยครึ่งปีแรกที่ยากลำบากของปีนี้ เป็นเพราะสถิติยอดขายจากภาคสนามฟันธงออกมาว่า ยอดขายใหม่และยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่จะต้องฝ่าด่านการขอสินเชื่อ มีตัวเลขตกต่ำในรอบ 10 ปี นั่นหมายความว่าภาคอสังหาฯ กำลังเผชิญภาวะวิกฤตเศรษฐกิจอย่างแท้จริง ที่รุนแรงและหนักหน่วงกว่ายุคโควิด และอาจเทียบเท่ากับยุคต้มยำกุ้งด้วยซ้ำไป

ต่ำ 3 ล้านหยุดซื้อเกินครึ่ง

นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย หรือสมาคมคอนโดมิเนียม เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ไตรมาส 2/67 ตลาดอสังหาฯหดตัวรุนแรงต่อเนื่อง -28% เทียบกับไตรมาส 2/66 แสดงให้เห็นชัดเจนว่าคนไทยกลุ่มรายได้ระดับกลาง-ล่าง หมดความสามารถในการมีบ้านเป็นของตนเอง จากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำต่อเนื่อง ภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น ดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูงลดทอนกำลังซื้อ และนโยบาย LTV (บังคับเงินดาวน์แพง) ทำลายโอกาสคนไทยในการมีบ้านเป็นของตนเอง

“ภาคอสังหาฯขอความช่วยเหลือปลดล็อก LTV จากแบงก์ชาติมาหลายปีแล้ว แต่ที่ผ่านมาเป็นการนั่งคุยแบบตั้งโต๊ะ วันนี้เราคุยกันด้วยตัวเลขที่เกิดขึ้นจริง ปกติตลาดแมสหรือกำลังซื้อระดับกลาง-ล่างที่คนไทยส่วนใหญ่ซื้อได้ ราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท ยอดขายใหม่ติดลบ 40-50% เซ็กเมนต์ตลาดล่างไม่เกิน 3 ล้าน ยอดขายลดลงต่อเนื่อง คนไทยรากหญ้าหยุดซื้อเพราะซื้อไม่ไหว ตอนนี้ไม่ใช่เรื่องกระตุ้นเศรษฐกิจอะไรอีกแล้ว แต่กลายเป็นปัญหาสังคมที่มีความเหลื่อมล้ำมากขึ้น ตลาดแมสหยุดซื้อทั้ง ๆ ที่ยังมีดีมานด์ต้องการที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองอยู่ตลอดเวลา”

ดังนั้น สมาคมคอนโดฯจึงมีข้อเสนอรัฐบาลต้องเร่งเข้ามาดูแลและมีโครงสร้างการเยียวยาระยะสั้น และระยะยาว เพื่อสนับสนุนการมีบ้านของคนไทย แบ่งเป็นมาตรการระยะเร่งด่วน 1.เสนอให้แบงก์ชาติ หรือธนาคารแห่งประเทศไทย ยกเลิกมาตรการ LTV ชั่วคราว เปิดให้มีการขอสินเชื่อวงเงิน 100% ได้ทุกระดับราคาอสังหาฯ โดยไม่ต้องมีเงินดาวน์ จนกว่าภาวะเศรษฐกิจจะกลับมาปกติ

“ถ้าเศรษฐกิจดีขึ้น แบงก์ชาติจะกลับมาบังคับ LTV ก็ไปเริ่มบังคับกับสินเชื่อหลังที่ 3 แต่ตอนนี้รอให้เศรษฐกิจดีขึ้นก่อน ธุรกิจอสังหาฯเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจ มีขนาดตลาด 1 ล้านล้านบาทต่อปี มีตัวทวีคูณหรือมัลติไพเออร์ 2.9 เท่า มีสัดส่วน 10-15% ของจีดีพี ซึ่งเรื่องเศรษฐกิจก็สำคัญ แต่เรื่องที่สองคือความเหลื่อมล้ำ การไม่มีบ้านเป็นของตนเองของคนไทย วันนี้อะไรที่เป็นอุปสรรคต้องปลดล็อกให้หมด โดยเฉพาะนโยบาย LTV มีผลต่อคนไทยโดยตรง”

แนะจัดเก็บภาษีคนต่างชาติ

รวมทั้งเสนอให้แบงก์ชาติปลดล็อกปัญหาดอกเบี้ยแพง เนื่องจากมีผลกระทบทำให้กำลังซื้อคนระดับกลาง-ล่างถดถอยลง มาเจอกับสถานการณ์เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว หนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น ค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทุกปัญหามาเจอกันหมดทุกเรื่องในตอนนี้ จำเป็นต้องให้แบงก์รัฐปลดล็อกสินเชื่อให้กับกลุ่มตลาดกลาง-ล่าง ซึ่งระบบแบงก์เอกชนไม่สนใจจะปล่อยกู้

“เท่าที่มีการประเมินว่าเราจะฟื้นตัวแบบเคเชป-K Shape แต่ดอกเบี้ยที่สูง ค่าครองชีพที่สูง ทำให้กำลังซื้อคนต่ำลง ขณะที่ดอกเบี้ยสูงทำให้ราคาบ้านปรับขึ้น ราคาที่ดินที่ไม่ลดลง แต่ราคาบ้านที่สูงขึ้นทำให้ไม่มาเจอกันแล้ว เป็นเคเชปที่ไม่มีจุดตัด ระหว่างกำลังซื้อกับราคาบ้าน สะท้อนให้เห็นกลุ่มราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาท เป็นกลุ่มที่น่าเป็นห่วงที่สุด”

นายประเสริฐกล่าวต่อว่า มาตรการระยะยาว รัฐบาลต้องมีการ Subsidy ให้คนไทยที่มีกำลังซื้อบ้านไม่เกิน 5 ล้านบาท ที่เป็นโครงสร้างถาวร เพราะถ้ารัฐบาลไม่ช่วยคนกลุ่มนี้จะไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อและไม่มีบ้านเป็นของตนเอง ข้อเสนอคือให้เก็บภาษีอสังหาฯสำหรับคนต่างชาติ ได้แก่ 1.เก็บภาษีการเช่าของคนต่างชาติ ไม่ว่าจะเช่า 60 ปี หรือ 99 ปี 2.เก็บภาษีซื้อหรือภาษีโอนที่มีอัตราสูงกว่าคนไทย

3.เก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสูงกว่าคนไทยจ่าย เบื้องต้นคาดว่ามีรายได้จากภาษีคนต่างชาติปีละ 1 หมื่นล้านบาท โดยไม่ทำให้เป็นภาระงบประมาณแผ่นดิน แล้วนำมาสนับสนุนให้คนไทยผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง สามารถเข้าถึงสินเชื่อและซื้อที่อยู่อาศัยของตนเองได้

ทุบสถิติ New Low 10-12 ปี

สำหรับสถิติยอดขายในไตรมาส 2/67 และช่วงครึ่งปีแรก (มกราคม-มิถุนายน 2567) พบว่า มีหลายรายการที่เป็นยอดขายตกต่ำสุดในรอบ 10-12 ปี ดังนี้

“โครงการเปิดใหม่” จากไตรมาส 1/67 ที่ยอดขาย-ยอดโอน-ยอดลงทุนใหม่ พร้อมใจกันชะลอตัวรุนแรงในรอบ 12 ปี นับจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 ส่งผลกระทบสืบเนื่องถึงไตรมาส 2/67 ถึงแม้เทียบกับไตรมาส 1 ที่ชะลอตัวสาหัส ทำให้ภาพรวมปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย โดยมูลค่าเพิ่มขึ้น 4% จำนวนหน่วยเพิ่มขึ้น 1% แต่เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/66 กลับพบว่าภาพรวมยังติดลบในด้านมูลค่า -28% และด้านจำนวนหน่วย -34%

โดยบ้านและคอนโดฯเปิดใหม่เทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้ว ทาวน์เฮาส์ลงทุนใหม่ลดลง -56% บ้านเดี่ยว -27% คอนโดฯ -20% เท่ากับตลาดรวม -30% สถิตินี้ชี้ให้เห็นว่าสินค้าทาวน์เฮาส์ลดลงต่ำสุดในรอบ 11 ปี

“ยอดขายใหม่” เทียบกับไตรมาส 2/66 ทาวน์เฮาส์ลดลง -56% บ้านเดี่ยวหายไป -17% และคอนโดฯ -22% ไฮไลต์อยู่ที่สินค้าทาวน์เฮาส์มีการลดลงต่อเนื่องต่ำที่สุดในรอบ 12 ปี

“เซ็กเมนต์หดตัวรุนแรง” พบว่ายอดขายไตรมาส 2/67 เทียบกับไตรมาส 2/66 ตลาดบ้านหรูเริ่มต้น 50 ล้านบาท หดตัว -22%, ราคา 7-10 ล้านบาท ลดลง -26%, ราคา 20-50 ล้านบาท ยอดขายทรงตัว และราคา 10-20 ล้านบาท ที่เคยเป็นเซ็กเมนต์ยอดนิยม บวกน้อยลงมากเพียง 6% ส่งสัญญาณภาวะยอดขายชะลอตัวในกลุ่มบ้านหรู ซึ่งต้องนับเป็นสัญญาณอันตรายหลังจากมีภาวะบูมต่อเนื่องตั้งแต่สถานการณ์
โควิด เป็นต้นมา

ครึ่งปีแรก’67 หนักกว่ายุคโควิด

ไฮไลต์อยู่ที่กลุ่มราคาตลาดแมสที่มี 2 กลุ่มราคา คือ ราคา 3-5 ล้านบาท รองรับกำลังซื้อระดับกลาง หดตัว -43% ขณะที่กลุ่มกำลังซื้อระดับล่างไม่เกิน 3 ล้านบาท หดตัวแรงกว่าที่ -54% สร้างสถิติ New Low ที่ยอดขายบ้าน-คอนโดฯต่ำ 3 ล้านบาท ลดลงต่ำที่สุดในรอบ 12 ปี

นำมาสู่ภาพรวมครึ่งปีแรก ยอดโอนจากกรมที่ดิน (5 เดือนแรก มกราคม-พฤษภาคม 2567) เทียบกับไตรมาส 1/67 มูลค่าหดตัวแรง -25% หน่วยหดตัวแรง -24% หากเทียบกับไตรมาส 2/66 มูลค่าหดตัว -13% หน่วยหดตัว -12% ถือเป็นยอดโอนต่ำที่สุดในรอบ 6 ปี
โดยสินค้าทาวน์เฮาส์มียอดโอนตกต่ำที่สุดในรอบ 12 ปี ด้วยมูลค่าโอนที่หดตัว -17% เทียบช่วงเดียวกันปีต่อปี และยอดขายตกต่ำที่สุดในรอบ 12 ปีเช่นกัน จากยอดขายที่หดตัวถึง -57%

“ครึ่งปีแรก 2567 บ้านและคอนโดฯในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ยอดขายตกต่ำลงหนักกว่ายุคโควิด และคิดว่าหนักไม่แพ้ยุควิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540 ซึ่งความยากในการประคับประคองสถานการณ์จะยากกว่า เพราะต้มยำกุ้งมีผลกระทบกับเจ้าของกิจการ

แต่วิกฤตรอบนี้มีผลกระทบกับกำลังซื้อคนหาเช้ากินค่ำ ประเด็นที่เป็นห่วง ความสามารถในการมีบ้านเป็นของตนเองของคนไทยในระดับเริ่มต้นของชีวิต จะไม่มีโอกาสแล้ว คนทำงานใหม่ ๆ จะไม่มีโอกาสมีบ้านเป็นของตนเองอีกแล้ว ถ้ารัฐบาลไม่ช่วยอย่างจริงจัง และต้องช่วยแบบเร่งด่วนด้วย” นายประเสริฐกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ยอดขาย “อสังหา” หนักกว่าโควิด บ้านหรูอืด-ต่ำกว่า 3 ล้านหยุดซื้อ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...