WHA-AMATA เด่น ! รับโอกาสทองจากยักษ์ใหญ่ Data Center
เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2567 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เผยยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุน โดย 6 เดือนแรก ปี 2567 คำขอรับการส่งเสริมอยู่ที่ 1,412 โครงการ เงินลงทุน 458,359 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% โดยมี 3 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์และชิ้นส่วน รวมถึงเกษตรและแปรรูปอาหาร
ขณะที่อุตสาหกรรม Data Center และ Cloud Service ในประเทศไทย BOI ได้อนุมัติโครงการ 37 โครงการ มูลค่า 98,539 ล้านบาท โดยมีบริษัทชั้นนำระดับโลก เช่น Amazon Web Service (AWS), NextDC จากออสเตรเลีย และ STT GDC จากสิงคโปร์
โดย AWS เพียงแห่งเดียววางแผนลงทุนกว่า 200,000 ล้านบาทภายในปี 2577 ซึ่งระยะแรกจะสร้างศูนย์ข้อมูล 3 แห่ง มูลค่ากว่า 25,000 ล้านบาท รวมทั้ง Google และ Microsoft ที่ประกาศแผนลงทุน Data Center ในประเทศไทยแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียดร่วมกับ BOI และทีมงานของนายกรัฐมนตรี
จากข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้น หากแต่ละโครงการเริ่มดำเนินงานย่อมส่งผลต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องอย่างแน่นอน ซึ่งด่านแรกที่จะได้รับประโยชน์จากการลงทุนต่างประเทศ คือ หุ้นนิคมอุตสาหกรรม โดยเฉพาะสองยักษ์ใหญ่ อย่าง WHA หรือ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ AMATA หรือ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน)
ดังนั้น Wealthy Thai ขอพานักลงทุนมาสำรวจแนวโน้มธุรกิจและโอกาสการเติบโตของ 2 หุ้นนิคมฯ จากมุมมองของนักวิเคราะห์ว่าจะเป็นอย่างไร
โดยนักวิเคราะห์จากบริษัท หลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดว่า WHA จะรายงานกำไรในไตรมาส 2/67 ที่ 1.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 15% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยรายได้ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และจากไตรมาสก่อน เนื่องจากการโอนที่ดินและยอด Presale ที่ดินลดลงตามฤดูกาล
อย่างไรก็ตาม WHA มีลูกค้า data center จำนวนมากที่ช่วยหนุนยอดขาย คาดว่าลูกค้าจะมีความต้องการซื้อที่ดินมากถึง 800 ไร่ โดยแบ่งการซื้อออกเป็นสองล็อต ล็อตละ 400 ไร่ โดยล็อตแรกคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในไตรมาส 3/67 และล็อตที่สองในไตรมาส 4/67 หรือปี 2568
ส่วนเป้าหมายยอดพรีเซลที่ดินคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 24% หรือ 400 ไร่ในครึ่งหลังของปีนี้ โดย WHA ตั้งเป้าการขายที่ดินเพิ่มเป็น 3,100 ไร่ จาก 2,700 ไร่ ฝ่ายวิเคราะห์ให้คำแนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 6.00 บาท เนื่องจาก sentiment การขายที่ดินที่ดีกว่าคาด รวมไปถึงความต้องการที่มากขึ้นของอุตสาหกรรม EV คาดว่ากำไรจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีนี้
ส่วนนักวิเคราะห์จากบริษัท หลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ได้คาดการณ์ว่า AMATA จะมีการขายที่ดินในไตรมาส 2/67 ประมาณ 400-450 ไร่ เทียบกับ 392 ไร่ในไตรมาส 2/66 และ 312 ไร่ในไตรมาส 1/67 หากเป็นไปตามคาด ยอดขายที่ดินในครึ่งแรกของปี 2567 จะคิดเป็นประมาณ 40-45% ของเป้าการขายที่ดินขั้นต่ำในปีนี้ที่ 1,800 ไร่ ซึ่ง AMATA มีความพร้อมจากการเปิดนิคมอมตะซีตี้ บ้านบึง ชลบุรี เพิ่มพื้นที่ขายกว่า 2,200 ไร่ (พื้นที่ขาย 75%) ทำให้มีที่ดินพร้อมขายในชลบุรีและระยองรวมกันกว่า 2,000 ไร่ และที่ดินพร้อมพัฒนาอีกกว่า 13,000 ไร่
โดยสิ้นไตรมาส 1/67 AMATA มี Backlog ในมือที่แข็งแกร่งถึง 14,000 ล้านบาท โดยประมาณ 13% หรือ 1,800 ล้านบาทเป็นยอดจากประเทศเวียดนาม และ 87% มาจากประเทศไทย ซึ่งคาดว่า 50% ของ Backlog จากไทยจะสามารถบันทึกรายได้ในปีนี้ และจะหนุนผลประกอบการของไตรมาสที่เหลือให้ดีขึ้น คาดว่าจะมีการโอนที่ดินในไตรมาส 2/67 ประมาณ 200-250 ไร่ เติบโตได้ทั้งจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และจากไตรมาสที่ก่อน
สำหรับปี 2567 คงประมาณการรายได้รวมที่ 11,037 ล้านบาท เติบโต 16% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และกำไรสุทธิที่ 2,239 ล้านบาท โต 18.8% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยไม่มีการกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์ ให้คำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมายที่ 29.10 บาท