โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

เจาะลึก 10 ทำเล ‘เศรษฐสิริ’ ตอกย้ำการเป็นบ้านที่สะท้อนความสำเร็จ

TERRABKK

เผยแพร่ 09 ส.ค. 2566 เวลา 08.36 น. • TERRABKK
เจาะลึก 10 ทำเล ‘เศรษฐสิริ’ ตอกย้ำการเป็นบ้านที่สะท้อนความสำเร็จ

หากลองนิยามความสำเร็จในชีวิต หลายคนคงมีภาพแห่งความสำเร็จหลากหลายรูปแบบที่แตกต่างกัน หนึ่งในภาพที่สามารถสะท้อนความสำเร็จในชีวิตของเราได้ ก็คือ “บ้าน” ที่แสดงให้เห็นถึงตัวตน ไลฟ์สไตล์และความสำเร็จของเจ้าของบ้าน

เศรษฐสิริแบรนด์บ้านเดี่ยวจากแสนสิริ บ้านที่คุณสัมผัสได้ถึงความรู้สึกภาคภูมิกับการออกแบบที่สะท้อนทุกความสำเร็จบนทำเลที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและภาพความสำเร็จในชีวิต

ในปี 2566 นี้โอกาสที่ครบรอบ 20 ปีของแบรนด์ เศรษฐสิริ มาพร้อมการเปิดตัว 4 ดีไซน์ใหม่ บน 10 ทำเลศักยภาพ ระดับราคา 12-30 ล้าน* ที่ตอกย้ำภาพความสำเร็จผ่านการดีไซน์ที่งดงามและโดดเด่น รายละเอียดจะเป็นอย่างไรติดตามได้ในบทความนี้เลยค่ะ

เศรษฐสิริ ทุกความสำเร็จของคุณให้บ้านพูดแทน

เศรษฐสิริแบรนด์บ้านเดี่ยวที่ยึดถือแนวคิดการเป็นบ้านที่สามารถสะท้อน ‘ภาพของชีวิตที่ภาคภูมิ (Portait of success)’ของผู้ครอบครอง เหมือนการได้รับรางวัลแห่งชีวิต ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผ่านทางคุณภาพโครงการและการบริการเท่านั้น แต่เศรษฐสิริยังเป็นที่ๆ สะท้อนทุกความสำเร็จของคุณ ด้วยการเป็นบ้านที่มอบรางวัลให้กับผู้อาศัยผ่าน 3 ด้าน ได้แก่

  • Location : รางวัลของชีวิตที่ได้มีเวลามากกว่า โครงการตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เชื่อมโยงกับระบบคมนาคมที่รวดเร็ว โอบล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล รวมทั้งยังเป็นทำเลที่มีมูลค่าการเติบโตสูง

  • Design : รางวัลของการได้เป็นตัวเอง ดีไซน์บ้านสะท้อนความเป็นตัวเองของผู้อยู่อาศัย ผ่านหลายสถาปัตยกรรมและดีไซน์ชื่อดังระดับโลก สร้างความภาคภูมิใจต่อผู้ที่ได้ครอบครอง

  • Function : รางวัลที่ได้มีพื้นที่ของตัวเองและครอบครัว ออกแบบจากความเข้าใจให้ทุกฟังก์ชัน สามารถรองรับการอยู่อาศัยของทุกคนในครอบครัวได้ครบทุกเจนเนอเรชั่น ให้ทุกคนมีพื้นที่ส่วนตัวสำหรับตัวเอง เชื่อมโยงกิจกรรมของคนในครอบครัวและเพื่อนพ้องได้อย่างลงตัว

เศรษฐสิริบนทำเลศักยภาพ 5 โซน 10 ทำเล

โซนราชพฤกษ์ : ทำเลครบครัน ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต

ราชพฤกษ์เป็นทำเลที่เดินทางเข้าออกเมืองสะดวกมาพร้อมตัวเลือกการเดินทางที่ครบครัน มีถนนเส้นหลักที่สามารถเชื่อมต่อไปยังโซนสำคัญอื่นๆ ของกรุงเทพฯ ได้ ไม่ว่าจะเป็น ถนนกรุงธนบุรี (เชื่อม CBD สีลม-สาทร), ถนนนครอินทร์ (ศูนย์กลางคมนาคมบางซื่อ-จตุจักร) หรือ ถนนรัตนาธิเบศร์ (เมืองนนทบุรี) เป็นทำเลที่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า 3 สาย ได้แก่ MRT สายสีม่วง, รถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน และ MRT สายสีน้ำเงิน

ทำเลรายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย โดยเฉพาะแหล่งช้อปปิ้งที่ต้องบอกว่าเยอะมาก กระจายอยู่ทั่วทำเล ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนก็สามารถเข้าถึงแหล่งไลฟ์สไตล์ได้อย่างสะดวก และห้างสรรพสินค้าแห่งใหม่ เซ็นทรัล เวสต์วิลล์ ที่พร้อมเปิดบริการสิ้นปี 2566

ราชพฤกษ์เป็นทำเลที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการขยายตัวของที่อยู่อาศัยในอนาคตทั้ง สะพาน ถนนเชื่อมต่อทำเล และรถไฟฟ้าสายสีแดงส่วนต่อขยาย (ตลิ่งชัน-ศาลายา)

มูลค่าราคาประเมินที่ดินราชพฤกษ์เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากช่วงปี 2555-2558 ราคาที่ดินอยู่ที่ 60,000 - 65,000 บาทต่อตร.ว. ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 85,000 บาทต่อตร.ว. ราคาที่ดินเติบโตเฉลี่ย 5% ต่อปีราคาซื้อขายที่ดินจริงในปัจจุบันอยู่ที่ 120,000 - 170,000 บาทต่อตร.ว. สูงกว่าราคาประเมินถึง 43%

ด้วยศักยภาพทำเลของราชพฤกษ์ที่เหมาะแก่การอยู่อาศัย เศรษฐสิริจึงเข้ามาปักหมุดในทำเลถึง 3 โครงการ ได้แก่

เศรษฐสิริ ราชพฤกษ์-นครอินทร์ทำเลใจกลางราชพฤกษ์ ใกล้เซ็นทรัลเวสต์วิลล์เชื่อมต่อได้หลากหลายเส้นทางทั้งถนนรัตนาธิเบศร์ ถนนกาญจนาภิเษกและทางด่วน

เศรษฐสิริ ราชพฤกษ์ - สาย 1ตั้งอยู่ในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อไปยังถนนบรมราชชนนี ถนนสาทรใต้ได้ เข้าสู่ย่าน CBD สีลม-สาทร ใช้เวลาประมาณ 25-50 นาที*

เศรษฐสิริ ราชพฤกษ์-พรานนกเป็นทำเลที่อยู่กึ่งกลางระหว่างถนนราชพฤกษ์และถนนจรัญฯ สามารถเข้าถึงรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน สถานีไฟฉาย ได้เพียง 3 กม. จะเดินทางเข้าเมืองด้วยรถยนต์หรือรถไฟฟ้าก็สะดวกมาก

โซนดอนเมือง-สายไหม-ปทุมธานี : ศักยภาพด้านการเดินทางที่ครบวงจร

กรุงเทพตอนเหนือ ทำเลศูนย์กลางการคมนาคมที่สำคัญของประเทศและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในด้านนี้ ไม่ว่าจะเป็น รถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) ที่อยู่ในช่วงทดลองวิ่ง เตรียมเปิดให้บริการต้นปี 2567, รถไฟฟ้าสายสีแดงส่วนต่อขยาย (รังสิต-มธ.) อยู่ในช่วงนำเสนอให้ครม.อนุมัติ, รถไฟฟ้าสายเขียวส่วนต่อขยาย (คูคต-ลำลูกกา) ความคืบหน้าล่าสุดอยู่ในช่วงศึกษาโครงการ, สนามบินดอนเมือง เฟส 3 ที่อยู่ในช่วงเร่งออกแบบโครงการและจะเริ่มสร้างในปี 2567 และดอนเมืองโทลล์เวย์ส่วนต่อขยายรังสิต-บางปะอิน อยู่ในช่วงเตรียมนำเสนอให้ครม. อนุมัติ คาดว่าจะเปิดบริการในปี 2571 หากโครงการทั้งหมดแล้วเสร็จจะช่วยเติมเต็มศักยภาพของทำเลให้กลายเป็นศูนย์รวมการคมนาคมที่ครบวงจรมากยิ่งขึ้น

ด้วยศักยภาพของทำเลที่สามารถเดินทางเข้าออกเมืองได้อย่างสะดวก กรุงเทพตอนเหนือจึงเป็นทำเลที่น่าสนใจเหมาะแก่การอยู่อาศัย ส่งผลให้มูลค่าที่ดินปรับตัวสูงขึ้น ข้อมูลดัชนีราคาที่ดินเปล่าก่อนพัฒนา ไตรมาส 1/2566 จาก REIC ระบุว่า ที่ดินบริเวณรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงบางเขน-ลำลูกกา และสายสีแดงเข้มช่วงบางซื่อ-มธ.รังสิต เป็นทำเลที่มูลค่าราคาที่ดินเติบโตขึ้นสูงสุดเป็นอันดับ 3 อัตราการขยายตัวของราคาอยู่ที่ 7.8% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

กรุงเทพตอนเหนือเป็นอีกโซนที่เศรษฐสิริเข้ามาเปิดใหม่ถึง 3 โครงการ ได้แก่

เศรษฐสิริ ดอนเมืองที่เปิด Pre-Sale เป็นที่แรกสำหรับเศรษฐสิริโครงการใหม่ปี 2566 ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้าเป็นอย่างมาก จากจุดเด่นของโครงการที่อยู่ใกล้กับถนนใหญ่เส้นหลักอย่างถนนวิภาวดี ตรงข้ามสนามบินดอนเมือง ใกล้โทลล์เวย์ อยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าสายสีแดงเพียง 2 นาที และโรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์

เศรษฐสิริ พหลโยธิน - สายไหมตั้งอยู่บนทำเลที่สามารถตัดเข้าถนนสายสำคัญได้หลากหลายเส้นทางทั้งถนนพหลโยธิน ถนนวิภาวดีและถนนรามอินทรา เชื่อมต่อกับทางพิเศษฉลองรัชเข้าสู่พระราม 9 - เอกมัยได้ ใกล้กับสถานนีรถไฟฟ้าสายสีเขียว (คูคต - ห้าแยกลาดพร้าว) เดินทางไปเซ็นทรัลลาดพร้าวได้อย่างสะดวกสบาย

เศรษฐสิริ กรุงเทพ - ปทุมธานี 2ภาคต่อความสำเร็จจากโครงการเศรษฐสิริ กรุงเทพ - ปทุมธานี ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2563 แล้วได้รับกระแสตอบรับที่ดี โครงการบนอาณาจักรส่วนตัว บ้านวิวสนามกอล์ฟ ได้บรรยากาศพื้นที่สีเขียวและอากาศบริสุทธิ์ บนพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ เดินทางเข้า-ออกเมืองได้อย่างสะดวกด้วยทางด่วนอุดรรัถยา

โซนจตุโชติ-เสรีไทย-รามอินทรา : ทำเลเพียบพร้อม รองรับการอยู่อาศัย

รามอินทรา เป็นทำเลที่รองรับการขยายตัวของเมือง การเข้ามาของรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย - มีนบุรี) มีบทบาทสำคัญที่ช่วยยกระดับทำเลให้สามารถเชื่อมต่อเมืองได้ง่ายมากขึ้น การเดินทางในทำเลนี้มีความสะดวกเป็นอย่างมากเพราะถนนรามอินทราเป็นถนนสายสำคัญที่เชื่อมต่อกับถนนสายหลักและสายรองเส้นอื่นๆ อยู่ใกล้กับทางด่วนทำให้การเข้าออกเมืองมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

ทำเลมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่หลากหลายพร้อมรองรับการใช้ชีวิต ทั้งโรงพยาบาล โรงเรียนนานาชาติ ศูนย์การค้าขนาดใหญ่อย่างแฟชั่น ไอซ์แลนด์ หรือ เดอะพรอมานาด และยังมีแหล่งช้อปปิ้งอื่นๆ อีกมากมายรองรับอยู่ทั่วไปในทำเล

การเติบโตของทำเลที่มาพร้อมกับการเข้ามาของรถไฟฟ้า ทำให้ราคาที่ดินเติบโตขึ้นเฉลี่ย 7% ต่อปี จากเดิมที่ราคาประเมินรอบปี 2559 - 2562 จะอยู่ที่ 95,000 - 100,000 บาทต่อตร.ว. แต่ปัจจุบันในรอบปี 2566 - 2569 ราคาปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นเป็น 125,000 บาทต่อตร.ว. ราคาซื้อขายจริงในปัจจุบันประมาณ 150,000 - 230,000 บาทต่อตร.ว.

รามอินทราเป็นย่านที่มีที่อยู่อาศัยแนวราบเกิดขึ้นมากมายโดยเฉพาะบ้านเดี่ยว ปัจจุบันมีโครงการให้เลือกหลายระดับราคาตั้งแต่ 5-30 ล้านบาท ราคาตลาดเฉลี่ยประมาณ 16.9 ล้านบาท ซึ่งทางแสนสิริเองก็เคยมาปักหมุดโครงการในทำเลนี้อย่างโครงการเศรษฐสิริ พหล-วัชรพล ที่ปัจจุบันขายหมดไปเรียบร้อยแล้ว, นาราสิริ พหล-วัชรพล หนึ่งใน Sansiri Luxury Collection ที่เพิ่งมาเปิดตัวในทำเลนี้ซึ่งได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีเช่นกัน ล่าสุดแบรนด์บ้านเดี่ยวเศรษฐสิริจะมีโครงการใหม่บนทำเลนี้ ได้แก่ เศรษฐสิริ วงแหวน-จตุโชติและ เศรษฐสิริ เสรีไทยราคาเปิดตัวประมาณ 13-30 ล้านบาท

โซนบางนา : ทำเลแห่งการเติบโต เต็มไปด้วย Mega Project

บางนาเป็นทำเลที่เติบโตอย่างโดดเด่นจากการขยายตัวของเมือง มีบทบาทสำคัญกับการเป็นทำเลหน้าด่านที่เชื่อมต่อกรุงเทพฯ ไปยังพื้นที่ EEC สะท้อนได้จากการเติบโตของเมกะโปรเจกต์ทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็น โครงสร้างพื้นฐานอย่างสนามบินสุวรรณภูมิ เฟส 2 ที่กำลังก่อสร้างอยู่ และ รถไฟฟ้า LTR บางนา-สุวรรณภูมิ ที่อยู่ในช่วงศึกษาโครงการ, โครงการศูนย์การค้ามิกซ์ยูสอย่าง Bangkok Mall ที่กำลังก่อสร้างอยู่ รวมถึงอาคารสำนักงานอย่าง AIA East Gateway และ WHA Business Complex ที่เพิ่งเปิดให้บริการไปหมาดๆ ซึ่งเมกะโปรเจกต์เหล่านี้นับเป็นแม่เหล็กสำคัญที่ดึงดูดการพัฒนาต่างๆ เข้ามาในทำเลมากขึ้น ช่วยเพิ่มศักยภาพด้านแหล่งงานและที่อยู่อาศัยให้ดียิ่งขึ้น

นอกจากการเติบโตทางกายภาพแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่สะท้อนการเติบโตของบางนาได้เป็นอย่างดีคือมูลค่าที่ดินที่เพิ่มสูงขึ้น ที่ดินบริเวณบางนามีราคาประเมินที่ดินเติบโตขึ้น 5-17%ต่อรอบปีการประเมินเลยทีเดียว ส่วนราคาซื้อขายจริงในปัจจุบันสูงกว่าราคาประเมินเกือบเท่าตัว

เศรษฐสิริ บางนา-สุวรรณภูมิโครงการใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวเร็วๆ นี้ ระดับราคา 12 –30 ล้านบาท จุดเด่นของโครงการคืออยู่ติดถนนกิ่งแก้ว เชื่อมต่อการเดินทางได้หลากหลายเส้นทาง อีกทั้งยังอยู่ใกล้โรงเรียนนานาชาติชั้นนำย่านบางนาและพระราม 9 อีกด้วย

เชียงใหม่โซนเหนือ (รวมโชค-สันทราย) : ทำเลเติบโตสูง เชื่อมต่อเมืองเชียงใหม่

จากความสำเร็จของโครงการ เศรษฐสิริ สันทราย ซึ่งแสนสิริได้เข้ามาพัฒนาโครงการเป็นเจ้าแรกๆ ในย่านรวมโชค-สันทราย เพราะมองเห็นการเติบโตในอนาคตของทำเล สู่การเปิดตัวโครงการใหม่ เศรษฐสิริ รวมโชค ที่จะเปิดในทำเลโซนเดียวกัน เชียงใหม่โซนเหนือมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นแหล่งรวมร้านค้าและซุปเปอร์มาร์เก็ตชื่อดัง Rimping Supermarket มีการขยายตัวของเมืองสูง มีระบบเส้นทางคมนาคมที่สะดวก ทั้งถนนวงแหวนรอบ 2 และวงแหวนรอบ 3 เพียงครู่เดียวก็เชื่อมถึงถนนซูเปอร์ไฮเวย์ สามารถเชื่อมกับแหล่งงานทั้งในศูนย์ราชการเชียงใหม่ และศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ และยังเข้าสู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่ได้สะดวก ราคาเปิดตัว 14-30 ล้าน*

เจาะลึก 4 ดีไซน์ใหม่ ที่สะท้อนภาพของชีวิตที่ภาคภูมิ

เศรษฐสิริ ได้ตีความ ‘ภาพของชีวิตที่ภาคภูมิ (Portrait of success)’โดยไม่ได้ยึดโยงกับตัวเลขของราคา ซึ่งเป็นตัวชี้วัดภายนอกเพียงผิวเผินเท่านั้น แต่กลับถ่ายทอดทุกความสำเร็จผ่านความละเมียดละไมในการออกแบบและดีไซน์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรสนิยม เพื่อให้บ้านคือสิ่งที่สามารถสะท้อนภาพแห่งความสำเร็จของผู้อยู่อาศัยแม้ไม่ได้เอ่ยปากพูดเอง ผ่าน 4 ความงดงามของดีไซน์ต่อไปนี้

GEORGIAN โอ่อ่าและสมมาตร ความภาคภูมิในแบบฉบับอังกฤษ

จุดเริ่มต้นของ Georgian Design เกิดขึ้นในประเทศอังกฤษ ในช่วงรัชสมัยของ King George I-IV (ค.ศ.1714 - ค.ศ.1830) ยุคสมัยที่สืบทอดรสนิยมศิลปะอันโออ่าหรูหราต่อจากยุคบาโรก (Baroque) และเป็นห้วงเวลาซึ่งศิลปะหลายแขนงรุ่งเรืองที่สุดยุคหนึ่ง ชนชั้นสูงต่างนำเอาศิลปะและความวิจิตรงดงามแทรกซึมเข้าไปในวิถีชีวิตทุกด้าน รวมไปถึงพระราชวังและที่อยู่อาศัยของชนชั้นนำและเศรษฐีในยุคนั้น

อัตลักษณ์อันชัดเจนของ Georgian Design คือการสะท้อนความโอ่อ่าของพื้นที่ โดยรูปแบบอาคารจะมีความยิ่งใหญ่และรูปทรงที่สมมาตร (Generous sense of space & Symmetry) โดยที่ยังคงความสมบูรณ์สัดส่วนอาคารและพื้นที่ใช้สอยภายใน

ทั้งนี้ทั้งนั้น ภายใต้ความคลาสสิคและสมมาตร กลับสามารถนำเสนอชั้นเชิงของรายละเอียดการตกแต่งได้อย่างสมบูรณ์แบบ นับตั้งแต่ทางเข้าที่ประดับด้วยเสาแบบซุ้มโค้ง (Arches Window Column) กรอบหน้าต่างที่เรียงอย่างเป็นระเบียบ และหลังคาทรงปั้นหยาอันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของ Georgian Design

ART DECO ความงดงามที่เข้าใจง่าย กลิ่นอายความก้าวหน้าของยุโรป

Art Deco คือศิลปะที่ฉีกขนบแบบเดิมสู่ทศวรรษใหม่ของอารยะศิลปะ หลุดพ้นจากกรอบของความคลาสสิก (Classic) ไปสู่ยุคเริ่มต้นของสมัยใหม่ (Modernism) ที่มักหยิบเอาเส้นสายของรูปทรงเรขาคณิตมาใช้ผสมผสานในการออกแบบทุกแขนง

Art Decoratifs หรือ Art Deco เป็นศิลปะที่มีความเฉพาะตัวโดดเด่น ด้วยเส้นสายที่เฉียบคมและรายละเอียดของ Shape ในรูปแบบเรขาคณิต เส้นสายที่เรียบง่ายโค้งมน และเส้นสายสีทองสลับขาวดำ ผสานกันอย่างลงตัว ในขณะที่พื้นผิวจะใช้ความเรียบง่าย ลักษณะของ Building Form ซ้อนทับเรียงตัวกันในรูปแบบขั้นบันได และสอดแทรกความวิจิตรจากลวดลายศิลปะในการตกแต่งอย่างประณีต เอกลักษณ์อันน่าจดจำของเส้นสายในสไตล์ Art Deco ปรากฎในรูปแบบลายซิกแซก ลายโค้งมน หรือรูปบั้ง ดังที่ถูกนำไปใช้รังสรรค์ในสถาปัตยกรรมระดับโลกอย่าง Empire State (New York) หรือ National Basilica of the Sacred Heart (Brussels)

BERLIN ความเรียบง่ายที่ทันสมัย เสน่ห์ของสถาปัตยกรรมแบบเยอรมัน

สถาปัตยกรรมสไตล์ BERLIN นับเป็นสัญลักษณ์การเฉลิมฉลองเสรีภาพและการปรองดองของเยอรมันภายหลังการล่มสลายของกำแพงเบอร์ลิน สไตล์ BERLIN เติบโตเต็มที่นับจากช่วงปี 1990s นับเป็นห้วงเวลาที่สถาปัตยกรรมเบ่งบานและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ขนบแบบเก่าและแนวคิดแบบใหม่ถูกนำมาผสมผสานกันอย่างลงตัว จนถูกเรียกว่าเป็นสถาปัตยกรรมแบบ Neotraditional

จุดเด่นของสไตล์ BERLIN คือการนำเสนอเส้นสายของการออกแบบที่ดูปราดเปรียว ตกแต่งเพียงเล็กน้อยทว่าสามารถเพิ่มความหรูหราได้ชัดแจ้ง รูปทรงของอาคารแบบเหลี่ยมที่ซ้อนทับกันอย่างมีระบบระเบียบ และคงไว้ซึ่งความเรียบง่ายด้วยการใช้โทนสีแบบ Monochrome ตัวอาคารมีความโดดเด่นด้วยสีขาวที่ถูกตัดด้วยเส้นขอบสีดำ (White House with Black Trim) ทำให้ภาพรวมของอาคารมีความแข็งแกร่งและสง่างาม (Strong and Beautiful)

MODERN CLASSIC ความสง่างามที่ไม่ถูกลดทอนคุณค่าไปตามกาลเวลา

แม้ความหมายของคำว่า Modern และ Classic จะดูเป็นขั้วตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง แต่เมื่อนำมาประกอบเข้าด้วยกันกลับเป็นการตีความใหม่ที่น่าสนใจ สถาปัตยกรรมแบบ Classic ดั้งเดิมมักเต็มไปด้วยความโอ่อ่าหรูหรา ในขณะเดียวกันสไตล์ Modern คือการลดทอนสิ่งที่ล้นเกินออกไปเหลือไว้แต่ความเรียบง่าย เมื่อมาประกอบเข้าด้วยกัน สไตล์ Modern Classic จึงเป็นความเรียบง่ายร่วมสมัย ที่ยังคงไว้ซึ่งความประณีตและหรูหราเหนือกาลเวลา

สไตล์ Modern Classic มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนอย่างมากในด้านรูปทรงของอาคารที่มักมีเหลี่ยมมุมเรียบง่าย การวางช่องแสง รูปแบบการซ้อนทับของอาคาร ล้วนแล้วแต่มีความเป็นระเบียบเข้าใจง่าย ตัดทอนลวดลายและการตกแต่งอันฟุ้งเฟ้อเกินจำเป็นออกไป และแทนที่ด้วยความประณีตในรายละเอียด ทำให้ยังคงความสง่างามแบบ Timeless Design ไว้ได้อย่างดี

เศรษฐสิริโครงการบ้านที่แสนสิริภูมิใจนำเสนอผ่านดีไซน์ใหม่ที่ตีความการออกแบบและพิถีพิถันในรายละเอียดภายใน เพื่อสะท้อน ภาพของชีวิตที่ภาคภูมิ (Portrait of Success)ให้แก่ผู้ครอบครอง ภายใต้แนวคิด ‘ทุกความสำเร็จของคุณให้บ้านพูดแทน’ บน 10 ทำเลศักยภาพ ราคา 12-30 ล้าน* สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ http://siri.ly/0Vy1Ho7

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...