โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

มอเตอร์ไฟฟ้าบิ้วด์ใหม่ของ Tesla พังง่ายก่อนเวลาอันควร มีคนพบว่าคุณภาพแย่ จนต้องมาแก้ไขเอง

AutoFun Thailand

อัพเดต 12 ต.ค. 2566 เวลา 00.00 น. • เผยแพร่ 14 ส.ค. 2566 เวลา 03.18 น. • Mr.Argus
เจ้าของรถ Tesla Model S รายหนึ่งขับใช้ไปแล้วกว่า 1.8 ล้านกิโลเมตร ต้องใช้ชุดแบตเตอรี่ใหม่ 3 ลูกและเปลี่ยนมอเตอร์ไฟฟ้า 13 ตัวแล้ว ทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงความทนทานของมอเตอร์ไฟฟ้า

เจ้าของรถ Tesla Model S รายหนึ่งขับใช้ไปแล้วกว่า 1.8 ล้านกิโลเมตร ต้องใช้ชุดแบตเตอรี่ใหม่ 3 ลูกและเปลี่ยนมอเตอร์ไฟฟ้า 13 ตัวแล้ว ทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงความทนทานของมอเตอร์ไฟฟ้า

เจ้าของรถ Tesla Model S รายหนึ่งขับใช้ไปแล้วกว่า 1.8 ล้านกิโลเมตร ต้องใช้ชุดแบตเตอรี่ใหม่ 3 ลูกและเปลี่ยนมอเตอร์ไฟฟ้า 13 ตัวแล้ว ทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงความทนทานของมอเตอร์ไฟฟ้า

มอเตอร์ซ่อมมาใช้ใหม่

เทสล่ามีการผลิตมอเตอร์ไฟฟ้าซ่อมใหม่ (Remanufacture) นำมอเตอร์เก่ามาซ่อมกลับใช้งานอีกครั้งด้วยชิ้นส่วนใหม่ หรือในบ้านเราที่คุ้นเคยกับไดชาร์จบิ้วด์ใหม่ ซึ่งมีหลักการเดียวกัน โดยนำมอเตอร์เดิมมาแกะออก เปลี่ยนชิ้นส่วนที่เสียหายด้วยชิ้นส่วนใหม่ ทำให้ได้มอเตอร์ไฟฟ้าเดิมกลับมาใช้งานอีกครั้ง

เจ้าของรถ Tesla Model S รายหนึ่งขับใช้ไปแล้วกว่า 1.8 ล้านกิโลเมตร ต้องใช้ชุดแบตเตอรี่ใหม่ 3 ลูกและเปลี่ยนมอเตอร์ไฟฟ้า 13 ตัวแล้ว ทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงความทนทานของมอเตอร์ไฟฟ้า

พังเพราะซีลน้ำ

ความจริงที่น่าตกใจคือ เจ้าของรถ Tesla Model S รายหนึ่งขับใช้ไปแล้วกว่า 1.8 ล้านกิโลเมตร เปลี่ยนมอเตอร์ไฟฟ้า 13 ตัวแล้ว ซึ่งมอเตอร์ไฟฟ้าที่ควรจะพังยาก แต่กลับเปลี่ยนบ่อยแบบนี้ จึงมีหลายคนวิเคราะห์หาสาเหตุ โดยมีเว็บไซต์ EV Clinic ได้ค้นพบสาเหตุว่า Tesla ได้ลดอายุการใช้งานของ Model S และ X ปัญหาเกิดจากซีลน้ำหล่อเย็นบนโรเตอร์เสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควร ทำให้น้ำหล่อเย็นแทรกซึมเข้าไปในมอเตอร์

เจ้าของรถ Tesla Model S รายหนึ่งขับใช้ไปแล้วกว่า 1.8 ล้านกิโลเมตร ต้องใช้ชุดแบตเตอรี่ใหม่ 3 ลูกและเปลี่ยนมอเตอร์ไฟฟ้า 13 ตัวแล้ว ทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงความทนทานของมอเตอร์ไฟฟ้า

วัสดุคุณภาพต่ำ

หลักฐานมอเตอร์ที่พังเป็นภาพของมอเตอร์ในรถ Tesla ที่นำกลับมาผลิตใหม่ (Remanufacture) และทาง EV Clinic ตั้งข้อสังเกตว่ามอเตอร์ที่บิ้วด์ใหม่เหล่านี้มี "คุณภาพวัสดุแย่" ในขณะที่มอเตอร์ไฟฟ้าดั้งเดิมมีซีลปากทางเข้าถึง 3 ชั้นซึ่งผลิตจากวัสดุคุณภาพสูงกว่า แต่มอเตอร์ไฟฟ้าแบบบิ้วด์ใหม่ ใช้ซีลปากทางเข้าชั้นเดียวซึ่งเป็นวัสดุคุณภาพต่ำที่เสื่อมสภาพได้หลังจากใช้งานไปเพียง 50,000 กม.

เจ้าของรถ Tesla Model S รายหนึ่งขับใช้ไปแล้วกว่า 1.8 ล้านกิโลเมตร ต้องใช้ชุดแบตเตอรี่ใหม่ 3 ลูกและเปลี่ยนมอเตอร์ไฟฟ้า 13 ตัวแล้ว ทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงความทนทานของมอเตอร์ไฟฟ้า

ความทนทานต่างกัน

EV Clinic ต้องการทำให้ระบบส่งกำลังแข็งแรงพอ เพื่อให้ใช้งานได้อย่างน้อย 500,000 กม. ซึ่งมอเตอร์ของเทสลารุ่นดั้งเดิมนั้นแข็งแกร่งพอที่จะใช้งานได้ตลอดเส้นทาง แต่มอเตอร์บิ้วด์ใหม่ของเทสล่าจะพังง่ายกว่ามาก โดยมีตัวอย่าง Model S ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเดิมจากโรงงาน มีอายุการใช้งานประมาณ 288,000 กม.เมื่อติดตั้งมอเตอร์ทดแทน RMN เครื่องยนต์มีอายุการใช้งานประมาณ 96,000 กม.

เจ้าของรถ Tesla Model S รายหนึ่งขับใช้ไปแล้วกว่า 1.8 ล้านกิโลเมตร ต้องใช้ชุดแบตเตอรี่ใหม่ 3 ลูกและเปลี่ยนมอเตอร์ไฟฟ้า 13 ตัวแล้ว ทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงความทนทานของมอเตอร์ไฟฟ้า

ปรับปรุงขนานใหญ่

พวกเขาจึงได้พยายามปรับปรุงชุดขับเคลื่อนไฟฟ้าใหม่ และต้องออกแบบการไหลของน้ำหล่อเย็น เปลี่ยนซีลน้ำหล่อเย็นใหม่ เพื่อป้องกันความเสียหายต่อสเตเตอร์ ด้วยการออกแบบใหม่นี้ จะทำให้รถกินไฟน้อยลง ขับได้ไกล และทนทานเพิ่มอีกด้วย ตามที่อู่ EV Clinic อ้างไว้ แต่ช่างเทคนิคยอมรับว่าเป็นโครงการที่ค่อนข้างแพง

เจ้าของรถ Tesla Model S รายหนึ่งขับใช้ไปแล้วกว่า 1.8 ล้านกิโลเมตร ต้องใช้ชุดแบตเตอรี่ใหม่ 3 ลูกและเปลี่ยนมอเตอร์ไฟฟ้า 13 ตัวแล้ว ทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงความทนทานของมอเตอร์ไฟฟ้า

รายละเอียดวัสดุใหม่

มีรายงานว่าชิ้นส่วนที่ได้รับการปรับปรุงนี้ ทำจากอีพ็อกซี่นำความร้อนดี และได้รับการออกแบบตำแหน่งติดตั้งใหม่โดยเฉพาะ เพื่อกระจายความร้อนได้ง่าย ป้องกันความร้อนสูงเกินของขดลวดและสารหล่อเย็นใดๆ ที่ไหลเข้า แม้กระทั่งสารหล่อเย็นเข้าไปข้างในมอเตอร์ ก็จะไม่สร้างความเสียหายให้กับขดลวดหรือสเตเตอร์ใด ๆ ตามคำกล่าวของอู่รถแห่งนี้

เจ้าของรถ Tesla Model S รายหนึ่งขับใช้ไปแล้วกว่า 1.8 ล้านกิโลเมตร ต้องใช้ชุดแบตเตอรี่ใหม่ 3 ลูกและเปลี่ยนมอเตอร์ไฟฟ้า 13 ตัวแล้ว ทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงความทนทานของมอเตอร์ไฟฟ้า

เจ้าของเดิมไม่ใช้ต่อแล้ว

เจ้าของรถ Tesla Model S คันนี้ไม่สนใจใช้ต่อแล้ว เขาต้องการเปลี่ยนรถเป็น Lucid Air อาจเป็นเพราะ Tesla ไม่สนใจดูแลหลังการขาย แต่ส่วนใหญ่เป็นเพราะลูซิตแอร์มีระยะการขับขี่ที่เหนือกว่านั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม : Tesla ตั้งศูนย์บริการแห่งแรกแล้ว เป็นข่าวดีของลูกค้าไทย แต่เป็นข่าวร้ายของคนซื้อรถเกรย์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...