โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธรรมะ

ท่อง 'เมืองเพชร' ความผูกพันของ ร.5 น้ำดื่มทรงโปรด และพระราชวังที่ไม่ได้มาประทับ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 31 ส.ค. 2566 เวลา 08.03 น. • เผยแพร่ 31 ส.ค. 2566 เวลา 07.18 น.

ท่อง ‘เมืองเพชร’ ความผูกพันของ ร.5 น้ำดื่มทรงโปรด และพระราชวังที่ไม่ได้มาประทับ

เป็นภาพอันคุ้นตาของนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางต่อไปยังชะอำหรือหัวหิน ที่เมื่อแหงนมองจากรถบนถนนขึ้นมาจะได้เห็นความงดงามของ ‘พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท’ ตั้งตระหง่านบนยอด ‘พระนครคีรี’ หรือ ‘อุทยานประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี’ อ.เมือง จ.เพชรบุรี

ภาพอันงดงามที่ทรงคุณค่าไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์อันน่าจดจำนี้ จะยิ่งสนุกขึ้นไปอีก ถ้าการได้มาท่องเที่ยวที่นี่จะได้รับฟังเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยจาก‘ผู้รู้’ ทางประวัติศาสตร์ ศูนย์ข้อมูลสำนักพิมพ์มติชนได้จัดทริปทัวร์ ‘MIC Holiday Trip เจ้านายชาววัง ในกำแพงแก้ว ณ วังเมืองเพชร’ พาเยี่ยมชมสถานที่สำคัญ 3 แห่งในจังหวัดเพชรบุรี ประกอบด้วยเขาวัง (พระนครคีรี) พระราชวังบ้านปืน และ วัดใหญ่สุวรรณาราม นำบรรยายโดยศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ

อาจารย์ธงทองเกริ่นถึงเหตุผลที่เลือกจังหวัดเพชรบุรีว่า ‘เพชรบุรีไม่ใช่เมืองหลวง ไม่ใช่เมืองรอง แต่กลับเป็นเมืองที่มีการพัฒนาอย่างไม่เคยขาดสาย’

ทริปนี้เริ่มต้นด้วยการออกเดินทางไปชม ‘พระนครคีรีหรือเขาวัง’ พระราชฐานที่ประทับแห่งแรกที่สร้างขึ้นอย่างถาวรนอกเหนือจากพระบรมมหาราชวัง ในสมัย ‘พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4’ เป็น ‘พระราชวังบนภูเขาแห่งแรกของประเทศไทย’ ที่ตั้งอยู่บนยอดเขา 3 ยอดของเขาสมน หรือ เขามหาสมณ ซึ่งรัชกาลที่ 4 พระราชทานนามใหม่ว่า เขามหาสวรรค์ ภายหลังเรียกกันว่า ‘เขามไหสวรรย์’ มีพระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ เป็นพระที่นั่งองค์แรก

นอกจากเป็นที่ประทับแล้ว ที่นี่ยังใช้เป็นสถานที่รับแขกบ้านแขกเมืองด้วย

‘ในสมัยรัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดัดแปลงเพื่อใช้รองรับพระราชอาคันตุกะจากต่างประเทศ ทำให้ที่นี่ยังมีเครื่องเรือนเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ของตกแต่งทั้งหลายของเดิมอยู่’ อาจารย์ธงทองเผย

สำหรับ ‘พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท’ เป็นพระที่นั่งทรงจัตุรมุข ยอดปรางค์ห้ายอดภายในประดิษฐานพระบรมรูปหล่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ฉลองพระองค์แบบตะวันตก สวมพระมาลาสก๊อต ประทับภายใต้พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร

จบจากพระนครคีรี คณะทัวร์ได้ไปรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านพวงเพชร ร้านอาหารเก่าแก่ชื่อดังของจังหวัดเพชรบุรี แล้วจึงเดินทางต่อไปยัง ‘พระรามราชนิเวศน์ หรือ พระราชวังบ้านปืน’ โดยมีพระที่นั่งเพียงหลังเดียวชื่อว่า‘พระที่นั่งศรเพชรปราสาท’ ตั้งอยู่ ต.บ้านปืน ริมแม่น้ำเพชรบุรี จ.เพชรบุรี

ณ สถานที่แห่งนี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้น โดยมี นายคาร์ล เดอห์ริง สถาปนิกชาวเยอรมันเป็นผู้เขียนแบบ เนื่องจากการออกแบบที่ผู้มีส่วนร่วมในการก่อสร้างเป็นชาวเยอรมันทั้งหมด จึงส่งผลให้พระที่นั่งองค์นี้มีลักษณะการตกแต่งแบบศิลปะตะวันตกอย่างเต็มตัว โดยมีแบบแผนมาจากตำหนักในพระราชวังของพระเจ้าไกเซอร์

อาจารย์ธงทองกล่าวว่า รัชกาลที่ 5 ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะให้เป็นพระราชวังที่ใช้ประทับยามหน้าฝน ภายหลังจากทรงเกษียณอายุและให้รัชกาลที่ 6 ว่าราชการแทน จึงมีพระราชดำริให้สร้างขึ้น หากในสมัยนั้นซึ่งเป็นช่วงปลายรัชกาล ไม่มีช่างไทยสืบตระกูลมาจากรัชกาลก่อน จึงต้องใช้ช่างฝรั่ง ซึ่งมีปรากฏหลักฐานในหนังสือเรื่องสามกรุงของ น.ม.ส. ว่า‘พระองค์ทรงกลัวคนภายหน้าจะบอกว่าพระจุลจอมเกล้าคลั่งฝรั่ง โปรดแต่ตึกฝรั่ง แต่ทรงจนใจ เพราะช่างไทยไม่เหลือให้ทรงใช้แล้ว จึงจำเป็นต้องจ้างช่างฝรั่งมาทำงาน’

‘เรื่องเมืองเพชร เป็นความผูกพันของรัชกาลที่ 5 นอกจากเป็นสถานที่ที่โปรด เพราะเดินทางโดยรถไฟและใช้เวลาไม่มากนักแล้ว เมืองเพชรยังมีเสน่ห์สำหรับรัชกาลที่ 5 อย่างหนึ่ง คือ โปรดเสวยน้ำจากแม่น้ำเพชร จากแต่ก่อนคนไทยไม่มีน้ำประปา ต้องดื่มน้ำฝนและน้ำจากแม่น้ำ ซึ่งน้ำจากแม่น้ำสมัยก่อนไม่เหมือนน้ำสมัยนี้ และพระองค์โปรดเสวยน้ำเมืองเพชรบุรี ทรงเคยทดลองให้เอาน้ำจากแม่น้ำต่างๆ ใส่ขวด 4-5 ขวด แล้วทรงลองชิมดู จะทรงเฉลยว่า ขวดไหนคือน้ำเมืองเพชร ซึ่งทรงเฉลยได้ถูกต้องว่าน้ำไหนเมืองเพชร แปลว่า มีรสชาติบางอย่างที่ทรงจำได้’

อย่างไรก็ตาม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มิได้เสด็จมาประทับที่นี่เลย ด้วยสิ้นรัชกาลเสียก่อน

‘พระที่นั่งองค์นี้สร้างตอนปลายรัชกาลที่ 5 แต่ยังไม่ทันลุล่วงตามพระราชประสงค์ ก็สิ้นรัชกาลเสียก่อน รัชกาลที่ 6 จึงทรงมาเป็นผู้ที่ใช้งานที่นี่ แต่ก็ไม่ได้ทรงใช้บ่อยครั้งนัก จะทรงใช้เฉพาะงานพระราชพิธีต่างๆ หรือเมื่อมีทูตสำคัญมาเยือน และมีพิธีพระราชทานเลี้ยงพระกระยาหารที่นี่’ อ.ธงทองบรรยาย

ปิดท้ายทัวร์ครั้งนี้ด้วยความเป็นสิริมงคลด้วยการเข้ากราบพระประธานสมัยอยุธยาที่‘วัดใหญ่สุวรรณาราม’ สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา ที่งดงามไปด้วยประวัติศาสตร์ ทั้งพระอุโบสถเก่าสร้างขึ้นสมัยอยุธยา ยังคงความงดงามของจิตรกรรมฝาผนังที่หลงเหลือไม่กี่แห่งในประเทศไทย อีกทั้งยังมี ‘ระเบียงคด’ ที่ได้รับคำชื่นชมจากรัชกาลที่ 5 ในเรื่องการออกออกแบบระเบียงให้โปร่งไม่ทึบ

นอกจากนี้ ยังมี‘ศาลาการเปรียญ’ ที่สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือสมเด็จพระเจ้าเสือพระราชอุทิศถวายแด่สมเด็จเจ้าแตงโม พระสังฆราชในสมัยนั้น

อ.ธงทองเล่าว่า ศาลาการเปรียญแห่งนี้มีมาตั้งแต่อยุธยา สมเด็จพระเจ้าเสือทรงเป็นลูกศิษย์ของสมเด็จพระเจ้าแตงโม พระองค์ทรงมีพระราชศรัทธายกพระตำหนักแห่งนี้จากอยุธยามาถวายครูบาอาจารย์ที่เพชรบุรี

‘ที่นี่คือเรือนหลวงหลังเดียวที่เหลือจากวังหลวงอยุธยา เป็นศาลาการเปรียญ 11 ห้อง โดยห้องแปลว่า 1 ช่วงเสา ความยิ่งใหญ่ดูได้จากเสาลายรดน้ำปิดทอง และพื้นกระดานที่ใหญ่มาก ถือเป็นเรือนหลวงของพระเจ้าแผ่นดิน ขณะที่ด้านหน้ามีประตูไม้แกะสลักลวดลายสวยงามมาก เป็นตัวอย่างงานแกะไม้ที่มีฝีมือดี”

“ของวิเศษอีกอย่างหนึ่ง คือ บุษบก เป็นของคู่กับที่นี่มาแต่เดิม ด้านซ้ายมือมีบันไดขึ้น ใช้เป็นธรรมาสน์ได้ บุษบกองค์นี้ เมื่อคราวงานพระบรมศพ รัชกาลที่ 9 ได้มีการยืมไปใช้ที่พระที่นั่งทรงธรรมในท้องสนามหลวง เมื่อเสร็จงานก็นำมาประดิษฐานที่นี่ เป็นบุษบกเก่าในสมัยอยุธยา’ อ.ธงทองกล่าว

เกร็ดประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...