โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เปิดตัว 5 เบียร์ใหม่รับฤดูดื่ม คาราบาว ท้าชนลีโอ-ช้าง ชิง 2.6 แสนล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 14 ก.ย 2566 เวลา 05.10 น. • เผยแพร่ 13 ก.ย 2566 เวลา 00.58 น.

ตลาดเบียร์ 2.6 แสนล้านระอุ ! รับหน้าขายปลายปี น้องใหม่ “คาราบาว กรุ๊ป” ทำเซอร์ไพรส์ เปิดตัว 2 แบรนด์ “คาราบาวเบียร์-ตะวันแดง” รวม 4 ตัว บุก 2 เซ็กเมนต์ มั่นใจแบรนด์แกร่ง-ช่องทางครบ คุณภาพดีราคาไม่แพง แข่งเจ้าตลาดได้ ด้านค่ายสิงห์ส่ง “89 CALS” เปิดเซ็กเมนต์ใหม่เจาะนักดื่มที่ต้องการจะควบคุมแคลอรี คนในวงการชี้เซ็กเมนต์อีโคโนมีแข่งขันสนุก “ลีโอ-ช้าง” มีคู่ต่อกรใหม่ที่ครบเครื่อง

ค่อย ๆ ฟื้นตัวและกลับมาคึกคักขึ้นอีกครั้ง สำหรับตลาดเบียร์ที่ได้รับปัจจัยหนุนจากการท่องเที่ยวและการพื้นตัวทางเศรษฐกิจ หลังจากก่อนหน้านี้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เมื่อช่วงปี 2563 และทำให้มูลค่าตลาดรวมที่เคยสูงถึง 2.9-3 แสนล้านบาท ลดลงไปอยู่ในระดับ 2.6 แสนล้านบาท ล่าสุด ค่ายเบียร์ต่าง ๆ เริ่มมีความเคลื่อนไหวในการเปิดตัวเบียร์ใหม่เข้าสู่ตลาดกันอย่างคึกคัก เพื่อรองรับหน้าขายสำคัญที่จะมาถึงในช่วงไตรมาสสุดท้ายนี้ หลังจากที่ไม่ได้มีการจัดกิจกรรมในลักษณะนี้ตลอดช่วง 2-3 ปีที่โควิด-19 ระบาด

5 เบียร์ใหม่เขย่าตลาด

แหล่งข่าวระดับสูงจากวงการเบียร์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ตลาดเบียร์เริ่มกลับมาคึกคักและมีสีสันมากขึ้น สะท้อนจากภาพความเคลื่อนไหวของค่ายเบียร์ที่เริ่มทยอยเปิดตัวเบียร์ตัวใหม่เข้าสู่ตลาด เพื่อรองรับหน้าขายไตรมาสสุดท้ายที่กำลังจะมาถึง ที่น่าสนใจ คือ ปลายปีนี้จะมีเบียร์ใหม่เข้าสู่ตลาดอย่างน้อย ๆ 3 แบรนด์ 5 ตัว

โดยในจำนวนนี้เป็นของค่ายคาราบาว กรุ๊ป ที่อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นน้องใหม่ในตลาด 2 แบรนด์ 4 ตัว เพื่อเจาะตลาดใน 2 เซ็กเมนต์ คือ คาราบาวเบียร์ (Lager) 1 ตัว และเบียร์ดำ (Dunkle) 1 ตัว ส่วนอีกแบรนด์ คือ ตะวันแดง เป็นไวเซ่น (Weizen) และโรเซ่ (Rose) คาดว่าจะเริ่มทยอยวางตลาดตั้งแต่กลางเดือนกันยายนนี้เป็นต้นไป จากก่อนหน้านี้ที่ได้ประกาศแผนการรุกตลาดเบียร์มาเป็นระยะ ๆ

“เท่าที่เห็นจากรูปลักษณ์สีสัน กระป๋องและสลากของคาราบาวเบียร์ (ลาเกอร์เบียร์) ที่เน้นการใช้สีเขียว-ทอง และสัญลักษณ์กะโหลก-เขาควาย ในวงกลมแดงที่เป็นเอกลักษณ์ เบื้องต้นคาดว่าเบียร์ตัวนี้จะโฟกัสที่เซ็กเมนต์อีโคโนมี ส่วนตะวันแดงคาดว่าจะเป็นตัวที่ขึ้นไปเล่นในตลาดสแตนดาร์ดหรือพรีเมี่ยม แต่ทั้งนี้คงต้องรอดูว่าคาราบาวจะตั้งราคาไว้อย่างไร”

แหล่งข่าวให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ส่วนอีก 1 แบรนด์เป็นของค่ายสิงห์ ที่มีแผนจะลอนช์เบียร์ใหม่ชื่อ “89 CALS” เข้าสู่ตลาด ซึ่งถือเป็นการเปิดเบียร์เซ็กเมนต์ใหม่ คาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 19-20 กันยายนเป็นต้นไป มีครบทั้งกระป๋องและขวด ฉลากเน้นโทนสีขาว-สีฟ้าเทอร์ควอยส์ โลโก้มีสัญลักษณ์สิงห์สีทอง อยู่บนตัวเลข 89 และจะมีคำว่า CALS เขียนอยู่ที่หางเลข 9

“นอกจากภาพการลอนช์เบียร์ดังใหม่ดังกล่าวแล้ว ก่อนหน้านี้ค่ายเบียร์ก็ได้ทยอยเปิดรับสมัครและอบรมพนักงานเชียร์เบียร์ (PG) เป็นระยะ ๆ เพื่อรองรับหน้าขายสำคัญ และส่งไปสนับสนุนร้านอาหาร สถานบันเทิงผับบาร์ต่าง ๆ”

“อีโคโนมี” ส่อแววแข่งเดือด

แหล่งข่าวจากวงการเบียร์อีกรายหนึ่ง แสดงความเห็นในเรื่องนี้ว่า จากภาพความเคลื่อนไหวดังกล่าว จะทำให้ตลาดเบียร์ในช่วงไตรมาส 4 และอาจจะยาวไปจนถึงต้นปีที่เป็นเทศกาลเฉลิมฉลอง มีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดในเซ็กเมนต์อีโคโนมี ที่มีลีโอ (บุญรอดฯ) ที่เป็นเจ้าตลาด และช้าง (ไทยเบฟฯ) เป็นคู่แข่งสำคัญ ซึ่งการเข้ามาของคาราบาวเบียร์หรือตะวันแดง ที่แม้จะเป็นแบรนด์น้องใหม่ แต่ในแง่แบรนด์นั้นถือว่ามีความแข็งแกร่งมาก

เนื่องจากผู้บริโภค recognize จำได้ รู้ที่มาที่ไปกันเป็นอย่างดี ฉะนั้นในเรื่องแบรนด์อะแวร์เนสจึงมีสูง ขณะเดียวกันก็มีเครือข่ายหรือช่องทางจำหน่ายที่ครอบคลุมอยู่แล้วในระดับหนึ่ง มีทั้งเอเย่นต์เครื่องดื่มชูกำลัง มีซีเจ เอ็กซ์เพรส และร้านเครือข่ายถูกดี มีมาตรฐาน ซึ่งอาจจะขาดอยู่ก็คือ ช่องทางออนพรีมิส หรือร้านอาหาร สถานบันเทิงกลางคืน แต่ที่สำคัญที่สุด คือ รสชาติ หากผ่านหรือเป็นที่ยอมรับก็ไม่ยาก แต่หากรสชาติมีปัญหาก็จะยาก

“เนื่องจากที่ผ่านมา ตลาดเบียร์การทำการตลาดมีอยู่ไม่กี่แบรนด์ และมีบางแบรนด์อาจจะแผ่ว ๆ ลงไป ดังนั้นก็จะเป็นโอกาสของแบรนด์ใหม่ที่จะเข้าตลาดได้ง่ายขึ้น และหากดูจากโปรดักต์ สีสัน เชื่อว่าน่าจะชนกันตรง ๆ กับช้างมากกว่าลีโอ และอาจจะกล่าวได้ว่า ในระยะถัดไป ใครจะขึ้นเบอร์ 2 ของตลาดอีโคโนมี”

ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงจากบริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด กล่าวในเรื่องนี้ว่า การมีเบียร์แบรนด์ใหม่เข้ามาในตลาดถือเป็นเรื่องดีและเป็นปัจจัยบวก ซึ่งจะช่วยให้ตลาดคึกคักขึ้น เติบโตมากขึ้น จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ทุกครั้งที่มีเบียร์ออกใหม่เข้ามาในตลาด จะช่วยให้ภาพรวมตลาดเป็นบวก ซึ่งช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา เป็นโลว์ซีซั่น ทั้งการเข้าสู่หน้าฝนและเข้าพรรษา ภาพรวมของตลาดเบียร์อาจจะชะลอตัวลงบ้าง

แต่หลังจากที่รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ รวมทั้งนโยบายการแจกเงิน 10,000 บาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แม้เบียร์หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะไม่ได้รับอานิสงส์โดยตรง แต่เงินจำนวนนี้ก็จะทำให้เงินหมุนเวียนในระบบดีขึ้น ช่วยให้บรรยากาศการจับจ่ายคึกคักขึ้น

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากขณะนี้ยังไม่เห็นราคาของคาราบาว-ตะวันแดง แต่หากดูจากสีสันกระป๋องก็คาดว่า ตัวคาราบาวเบียร์จะลงมาในตลาดอีโคโนมี ซึ่งก็จะชนกับทั้งช้างและลีโอ ดังนั้น ทั้งช้างและลีโอก็ต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้น

สำหรับการเปิดตัวแบรนด์ 89 CALS ของบุญรอดฯ เป็นการแตกเซ็กเมนต์ใหม่ของตลาดที่จะเน้นจับกลุ่มเป้าหมายกลุ่มคนดื่มเบียร์ที่ต้องการจะควบคุมแคลอรี
“คาราบาว” ลุยเต็มสูบ

นายเสถียร เสถียรธรรมะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คาราบาว กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เคยให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงแนวทางการรุกตลาดเบียร์เมื่อก่อนหน้านี้ว่า ปลายปีนี้จะมีเบียร์ออกมาทำตลาด ซึ่งที่ผ่านมาได้ลงทุนไปประมาณ 4,000 ล้านบาท ในการที่จะผลิตเบียร์ มีกำลังผลิตประมาณ 400 ล้านลิตรต่อปี ในเฟสแรกจะผลิตประมาณ 200 ล้านลิตร

ต่อคำถามที่ว่า มีความกังวลกับการที่เจ้าตลาดจะเตรียมรับน้องใหม่อย่างไรหรือไม่ นายเสถียรตอบว่า “…ก็ถือเป็นธรรมดา แต่ในแง่ธุรกิจคิดว่าการแข่งขัน ในแง่ขององค์กรก็จะได้แข็งแรง ถ้าไม่เคยแข่งขันกับใคร จะบอกได้อย่างไรว่าองค์กรเรามี performance หรือมีศักยภาพ มีความสามารถแค่ไหน หรือในแง่ของการโฆษณาประชาสัมพันธ์หรือทำการตลาดที่ไม่สามารถทำได้ ก็ไม่ได้กังวลอะไร เพราะที่ผ่านมาบริษัทก็มีประสบการณ์กับการทำเหล้ามาก่อน และตอนนี้ในแง่ของยอดขายก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ”

พร้อมกับย้ำว่า “ที่สามารถทำได้หลัก ๆ มาจากการที่บริษัทมีโครงข่ายของการจัดจำหน่าย คือ บรรดาเอเย่นต์ ที่ขายเครื่องดื่มชูกำลังคาราบาวและเหล้า ประกอบกับการมีเทคโนโลยีการผลิตที่ทำให้สามารถที่จะทำสินค้าที่มีคุณภาพดี แล้วราคาไม่แพงได้ ก็ทำให้เรามีจุดที่จะแข่งขันได้ นอกจากเราจะมีโครงข่ายของการจัดจำหน่ายที่ดีอยู่แล้ว

อีกอันหนึ่งว่าเรามีแบรนด์ ไม่ว่าจะใช้แบรนด์ โรงเบียร์เราก็ทำมา 20 กว่าปี คนที่มากินเบียร์ที่โรงเบียร์ก็น่าจะหลายล้านคน ในช่วง 20 ปี ตอนนี้ร้านค้าปลีกที่อยู่ในเครือข่าย 100,000 กว่าร้านค้า อันนี้ก็จะเป็นช่องทางที่เราวางสินค้าใหม่เข้าไป แล้วตอนนี้เราก็ยังโชคดีที่ผมมีร้านถูกดีด้วย ตอนนี้ถูกดี เราก็มี 5,000 กว่าร้านค้าแล้ว อันนี้ก็เป็นช่องทางในการกระจายสินค้าด้วย”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...