โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คุยกับดร.นักฮาร์ปคนแรกของไทย เล่าเรื่องพิณฝรั่งกับแรงบันดาลใจจากเครื่องดนตรีทรงคันธนู

ONCE

เผยแพร่ 01 ต.ค. 2566 เวลา 14.37 น.

ฮาร์ปตัวแรกที่ถูกนำมาในประเทศไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 และหลังจากนั้นก็เกิดศูนย์ฮาร์ปตำหนักประถมที่ถือว่าเป็นโรงเรียนสอนฮาร์ปแห่งแรกของเมืองไทย…เวลาผ่านไป ฮาร์ปก็ยังเป็นเครื่องดนตรีแรร์ไอเท็มที่เรายังรู้จักกันน้อยมาก ปัจจุบันมีกลุ่มนักดนตรีฮาร์ปรวมตัวกันได้เรียกว่าแทบไม่ถึงยี่สิบคน

และในแวดวงคนเล่นฮาร์ป (ที่มีอยู่น้อยนิด) ทุกคนย่อมรู้จักดร.นักฮาร์ปคนแรกของไทย หวาน - พุทธรักษา กำเหนิดรัตน์ ปัจจุบันเธอเป็นผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการและวิจัย ส่วนบริหารจัดการสาขาวิชา วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล วันนี้เธอลุกขึ้นมาเปิดฮาร์ปสตูดิโอและแกลเลอรี่แห่งแรกที่ริเวอร์ซิตี้ เพื่อพาความฮาร์ปมาใกล้ตัวพวกเรามากขึ้น เอาล่ะ…จะฮาร์ปกันไพเราะแค่ไหน ต้องไปฟังเธอเล่ากันเลย

1.

ไม่รู้อะไรดลใจ เด็กหญิงหวานในวัย 4 ขวบจึงหลงใหลเสียงไพเราะ สดใสของฮาร์ปจนถึงกับตั้งไลฟ์มิสชันว่า วันหนึ่งเธอต้องเป็นมือโปรในเครื่องดนตรีชนิดนี้ แล้วในที่สุดเธอก็ทำฝันให้เป็นจริงด้วยการคว้าดร.ด้านฮาร์ปกลับมาจากสหรัฐอเมริกาให้พ่อแม่ชื่นใจ แถมยังเป็นดร.ฮาร์ปคนแรกของเมืองไทยเสียด้วย แม้ช่วงเวลานั้นคนไทยรู้จักฮาร์ปกันน้อยมากๆ

การร่ำเรียนในศูนย์ฮาร์ปตำหนักประถม โรงเรียนสอนฮาร์ปแห่งแรกของไทยจนถึงการคว้าปริญญาเอกด้านฮาร์ปจากเมืองนอกเมืองนามาจากเหตุผลเดียวที่ว่า “เสียงเพราะมาก ยิ่งเรียนก็ยิ่งชอบมาก และอยากทำให้ฮาร์ปเป็นที่รู้จักในคนไทยมากขึ้น”

ถึงตรงนี้ใครยังนึกหน้าตาฮาร์ปไม่ออกว่าเป็นแบบไหน ลองนึกถึงตำนานปกรณัมกรีกโบราณที่มักวาดภาพประกอบเป็นรูปเทพถือเครื่องดนตรีชนิดหนึ่งรูปทรงเหมือนคันธนูแล้วมีสายขึงนับสิบๆ สายจากบนลงล่าง นั่นล่ะ! ฮาร์ป หรืออีกชื่อเรียกไทยๆ ว่าพิณฝรั่ง ที่ตามประวัติศาสตร์ระบุว่าฮาร์ปนั้นเป็นเครื่องดนตรีที่มีความเก่าแก่มาก อายุยาวนานกว่า 3,000 ปีก่อนคริสตกาลเลยทีเดียว

สำหรับเมืองไทย แรกมีฮาร์ปเมื่อปี พ.ศ.2549 โดยสมเด็จเจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพชรบูรณ์อินทราชัย พระราชโอรสองค์ที่ 72 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หลังจากที่พระองค์ได้เสด็จไปศึกษาที่ประเทศอังกฤษแล้วได้ทรงหัดเล่นฮาร์ป จึงนำกลับมาประเทศไทยในปีนั้น ซึ่งพระองค์ทรงเป็นทูลหม่อมตาของ ม.ร.ว.สุนิดา กิติยากร ผู้อำนวยการศูนย์ฮาร์ปตำหนักประถม โรงเรียนสอนฮาร์ปแห่งแรกในไทยนั่นเอง

2.

“เวลาได้ยินเสียงของฮาร์ปแล้วจะอุ๊ย เสียงอะไรเพราะจัง เสียงมันทำให้เราสบายใจ เสียงไม่ก้าวร้าว รูปร่างเครื่องก็สวย ทำได้เหมือนเปียโนทุกอย่าง เป็นเครื่องที่คนเดียวก็เล่นได้ เล่นเป็นกลุ่มก็ได้ เล่นได้หลายทำนองและสอดประสานในเครื่องเดียว และสามารถเคลื่อนย้ายด้วยคนเดียวได้สำหรับฮาร์ปที่ไม่หนักนะ” หวานอธิบายเสน่ห์ของฮาร์ปให้เราฟัง หลังจากนั้นเธอก็ค่อยๆ บรรเลงปลายนิ้วลงบนสายของฮาร์ปตัวที่วางโชว์ตรงกลางสตูดิโอในท่านั่งที่ดูสง่างามมาก

ฮาร์ปสตูดิโอและแกลเลอรีแห่งนี้ของเธอที่เปิดในริเวอร์ซิตี้ หวานตั้งใจให้เป็นห้องรับแขกเล็กๆ ที่เปิดต้อนรับทุกคนให้เข้ามารู้จักฮาร์ป มีประสบการณ์ตรงกับฮาร์ป ทุกคนสามารถเดินเข้ามาชม มาลองจับ ลองเล่นฮาร์ปได้ทุกเมื่อ เพราะในเมื่อทั้งเครื่องสวย เสียงซอฟต์ ใครเห็นย่อมตกหลุมรักแน่นอน

นอกจากเป็นโชว์รูมแล้ว เธอยังเปิดสอนฮาร์ปแบบตัวต่อตัวที่ผู้เรียนสามารถเลือกได้ว่าจะเรียนแบบไหน นั่งเรียนกันในห้องไพรเวทโดยแบ่งพื้นที่สตูดิโอออกมาเป็นห้องกระทัดรัดได้ 3 ห้อง “ผู้เรียนไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐาน เราสามารถตั้งเป้าหมายตามที่ผู้เรียนต้องการได้ อยากเรียนเร็วหรือช้าก็ไปได้ตามที่เขาต้องการ” หวานเปิดให้เราดูห้องเรียนเล็กๆ สีขาว เธอบอกว่าสำหรับเด็กๆ แล้ว 4 ขวบก็เริ่มเรียนฮาร์ปได้ ไม่ต่างจากเปียโนเลย

เสียงของฮาร์ป รูปลักษณ์ของฮาร์ปเมื่อเรามาเห็นของจริง ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นเครื่องดนตรีที่มีเสน่ห์มากมาย หวานบอกว่าคุณภาพของไม้ที่นำมาทำส่งผลต่อคุณภาพของฮาร์ป ฝั่งสหรัฐอเมริกาและฝั่งยุโรปก็มีฮาร์ปสไตล์ไม่เหมือนกัน

ฮาร์ปราคาแพงๆ อาจพุ่งสูงถึงตัวเลขเจ็ดหลัก แต่ใช่ว่าจะเป็นเครื่องดนตรีที่คนทั่วไปเอื้อมไม่ถึง ทุกวันนี้ก็เหมือนเครื่องดนตรีทั่วไปที่มีหลายเกรด หลายระดับราคาเป็นออปชันที่ผู้เล่นสามารถจับต้องได้มากขึ้น

“ที่ถูกถามบ่อยๆ คือมันแพงมากเลยใช่ไหม แต่จริงๆ แล้วตอนนี้เรียนฮาร์ป ราคาใกล้เคียงกับเรียนเปียโนเลย”

3.

แม้มีหลักสูตรการเรียนการสอนฮาร์ปในระดับมหาวิทยาลัยแล้วในบ้านเรา แต่ตัวเลขก็ยังเป็นหลักหน่วย ไม่ต้องนับถึงการเรียนระดับสูงอย่ำางปริญญาเอกที่เรียกว่าเป็นศูนย์

เรียนฮาร์ปแล้วไปทำอะไร?…น่าจะเป็นคำถามที่พบบ่อยสำหรับหวานอีกคำถามหนึ่งเช่นกัน แม้ความรู้สึกของคนสายนี้ชอบฮาร์ปและเล่นฮาร์ปดีแค่ไหน แต่โลกความเป็นจริงก็ยังคงทำให้เราต้องหันกลับมาทบทวนและตั้งคำถามว่าเราจะเล่นฮาร์ปเป็นอาชีพได้เหรอ?

เธอบอกว่าจริงๆ แล้วนักฮาร์ปสามารถเล่นแจมกับดนตรีได้หลายแนว ไม่จำเป็นต้องเป็นวงออร์เคสตราเท่านั้น และเพราะความสวยงามของตัวเครื่องเอง ความสง่างามในตัวผู้เล่น อีเวนท์ที่ต้องการความหรูหรามักมีฮาร์ปมาเติมสีสันให้งาน วันนี้อาจเป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ แต่เธอเชื่อว่าวันหนึ่งฮาร์ปจะสามารถขยายวงได้กว้างกว่านี้

“หวานว่าดนตรีมันเป็น universal language เราสามารถสื่อสารกับคนดูโดยการเล่นอะไรบางอย่าง เราพูดกันคนละภาษา แต่มันมีพลังทำให้คนร้องไห้ สุข เศร้า หวานว่ามันเป็นสิ่งที่มีพลังมหัศจรรย์”

นอกจากนี้ ฮาร์ปยังสามารถนำมาใช้เป็นดนตรีบำบัดได้ เธอเคยได้ยินมาว่าในโลกตะวันตกได้นำฮาร์ปมาเป็นดนตรีบำบัด คงเพราะด้วยเสียงสดใส ฟังแล้วสบายใจ และดนตรีไม่ว่าชนิดไหนต่างก็เป็นยาบำรุงใจมนุษย์ได้ดีทั้งนั้น

“ดนตรีทำให้เด็กมีความอดทน การเล่นอะไรได้ ต้องทำซ้ำๆ เป็นระยะเวลานาน มันจะช่วยพัฒนามายด์เซ็ตเขา แล้วดนตรีทุกชนิดมีประโยชน์กับเด็ก ทั้งทักษะการฟัง การใช้มือ กล้ามเนื้อมัดเล็กต่างๆ อายคอนแท็ค แม้กับผู้ใหญ่ก็ใช่ ดนตรีช่วยเสริมสร้างคาแร็กเตอร์ให้ผู้ใหญ่ ทำให้เรารู้จักอดทน รอคอย รู้จักอยู่กับความสมหวัง ผิดหวัง ซึ่งมันสามารถส่งเสริมทักษะด้านอื่นๆ ได้ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน ในชีวิตก็ต้องเจออะไรแบบนี้ เราชอบบอกว่าเราจะมอบความทุกข์ให้นักเรียนนะ (หัวเราะ) เขาจะได้เจอปัญหาและอุปสรรค ฝึกให้มีความเข้มแข็ง” เธออธิบายในฐานะครูดนตรีคนหนึ่งที่มองเห็นและเข้าใจนักเรียนทุกวัย

ลึกไปกว่านั้น หวานยังหวังว่าวันหนึ่งสังคมคนเล่นฮาร์ปในไทยจะมีมากขึ้น สตูดิโอแห่งนี้เป็นเพียงก้าวเล็กๆ ของการช่วยสร้าง ecosystem ในวงการฮาร์ปให้แข็งแรง “เราอยากสร้างสังคมคุณภาพให้กับคนเล่นฮาร์ป เพราะการจะเป็นนักฮาร์ปต้องมี ecosystem ที่ส่งเสริมเขา มีกลุ่มเพื่อนช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มีชมรมนักฮาร์ป มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ในเมืองไทย คนเล่นฮาร์ปทุกคนน่ารักนะ (หัวเราะ)”

ลองไปสัมผัสฮาร์ปของจริงกันได้ที่ ฮาร์ป สตูดิโอ แกลเลอรี่ (Harp Studio Gallery) ชั้น 1 ริเวอร์ซิตี้ แบงค็อก หรือติดตามได้ทางเพจ เฟซบุ๊ก : Harp Studio Thailand

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...