ตรัง จับเข่าคุย บิ๊กเหน่ “เสน่ห์ ทองศักดิ์” ปธ.สโมสรเมืองตรังยูไนเต็ด กับแนวคิดพัฒนากีฬา นำการท่องเที่ยว เตรียมสร้างสนามแข่งรถ-สปอร์ตคอมเพล็กซ์ เนื้อที่ 100 ไร่
ตรัง นายเสน่ห์ ทองศักดิ์ ประธานสโมสรเมืองตรังยูไนเต็ด ประกาศปีนี้สโมสรแพ้ไม่ได้ ต้องเป็นที่หนึ่งของภาคใต้ ให้ทุ่มเททำทีมให้มีคุณภาพ มุ่งสร้างกีฬานำการท่องเที่ยว หันหลังให้การเมือง ทุ่มเงินเตรียมสร้างใหญ่สนามแข่งรถ จักรยานยนต์ทางเรียบ สปอร์ตคอมเพล็กซ์บนเนื้อที่ 100 ไร่ คิดใหญ่ ทำจริง อะไรก็เป็นไปได้
วันที่ 7 ก.ย.66 นายเสน่ห์ ทองศักดิ์ ประธานสโมสรเมืองตรังยูไนเต็ด และ นายทวีรัตน์ ฐิติประเสริฐ รองประธานสโมสรฯ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน เปิดแนวคิดการทำทีมฟุตบอลอาชีพก่อนเปิดฤดูกาลในวันที่ 16 ก.ย.นี้ โดยนายเสน่ห์ ทองศักดิ์ กล่าวว่า สโมสรเมืองตรังฯ ก่อเกิดขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2565 เพื่อหาทีมอเมเจอร์ลีกเข้าแข่งขันลีกอาชีพ ในรายการแข่งขันไทยลีก 3 คน และนายทวีรัตน์ ฐิติประเสริฐ ก็ร่วมกันทำทีม เพื่อให้เมืองตรังมีอะไรดีๆเกิดขึ้น มีสโมสรฟุตบอลอาชีพ 2 ทีม ผลคือได้เป็นแชมป์โซนภาคใต้ และรองแชมป์ประเทศไทย ผลแข่งขันปี2565-2566 สามารถจบได้ในอันดับที่ 7 และในฤดูกาลที่จะมาถึง จะเปิดลีกในวันที่ 16 ก.ย.66 ซึ่งตอนนี้เรามีนักแตะคุณภาพ และตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะไปในระดับไทยลีกที่สูงขึ้น อย่างไทยลีก 2 ซึ่งต้องหานักแตะที่มีคุณภาพ
"ซึ่งจำเป็นต้องใช้งบประมาณในปีที่ผ่านมาเราใช้งบประมาณสูงถึง 7 ล้านบาทต่อหนึ่งฤดูกาล ปีนี้ต้องดูเรื่องงบกันใหม่ โดยตั้งไว้ 6 ล้านบาท เป้าหมายคือไปไทยลีก2 และจากการที่จังหวัดตรังมีทีมฟุตบอล 2 ทีม ในไทยไทยลีก 3 จะทำให้ประชาชนชาวตรังที่ชื่นชอบ ฟุตบอลได้รับชมกันอย่างจุใจ ทุกสัปดาห์ได้ชมฟุตบอลแมตซ์ในบ้าน และเศรษฐกิจในจังหวัดตรังมีการขับเคลื่อนอย่างล้นหลาม"
ก่อนหน้านี้สโมสรเมืองตรังยูไนเต็ดได้เดินทางไปดูงานที่โมสรซูวอนเอฟซี ประเทศเกาหลี เพื่อดูเรื่องการบริหารจัดการ และศึกษาแนวคิดฟุตบอลลีกในต่างประเทศ และเอามาใช้กับฟุตบอลไทยลีก 3 ที่เน้นความเป็นระเบียบมากขึ้น มีความทันสมัย มีนันทนาการบันเทิง และการจัดโซนที่นั่งแบบมืออาชีพ มีจัดโซน VVIP , VIP , โซนผู้ชมที่ซื้อตั๋วรายปี , ลูกค้าทั่วไป เป็นต้น ซึ่งสโมสรเมืองตรังยูไนเต็ดได้ลงทุนไปอย่างหลากหลาย ในวันที่ 17 ก.ย.นี้ จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของทีมสงขลาฯ ชาวตรังจะได้เห็นการจัดการแข่งขันฟุตบอลแบบมืออาชีพ
ทั้งนี้เราทำทีมฟุตบอลเพื่อให้เกิดคุณค่า และประโยชน์แก่จังหวัดตรัง อนาคตเราจะมีหลักสูตรการสอนทักษะฟุตบอลให้กับเด็กและเยาวชน เน้นสอนแบบตัวต่อตัว เรียนในตำแหน่งนักแตะที่สนใจ เชื่ออย่างยิ่งว่าเงินที่ลงไปจะเกิดความคุ้มค่าที่สุด และคนตรังต้องช่วยกันส่งเสริมเพื่อให้จังหวัดตรังมีชื่อเสียง
ปีนี้สโมสรเมืองตรังยูไนเต็ดจะเข้าการแข่งขันในทุกถ้วยโดยเฉพาะถ้วยโตโยต้าลีก แมตซ์แรกจะไปพบเอ็มเอสนครศรีฯ,รายการเอฟเอคัพ แมตซ์แรกจะพบแพร่ยูไนเต็ด และปีนี้สโมสรฯ ออกแบบเสื้อที่ระลึกแบบใหม่ ไม่มีวางขายแต่จะให้สั่งซื้อ สามารถสั่งได้ในเฟสบุ๊กของสโมสรเมืองตรังยูไนเต็ดได้ ฝากไปถึงชาวตรังให้ช่วยสนับสนุนทีมของคนตรังทั้ง 2 ทีม ในอนาคตอยากผลักดันเรื่องท่องเที่ยวกับกีฬาให้สามารถไปควบคู่กัน เอากีฬามานำท่องเที่ยว แล้วจะเกิดระบบเศรษฐกิจที่ดี และสมาคมหรือชมรมกีฬาและท่องเที่ยวในจังหวัดตรังต้องสร้างให้เกิดขึ้นจริงๆ
"เมื่อจัดกีฬาด้าการท่องเที่ยวก็จะเกิดดั่งพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 ว่าที่ใดมีคนที่นั่นมีการไหลเวียนของเงิน การเดินทางมาเพื่อภาระกิจกีฬาจะมีคนเดินทางมาจำนวนมาก และมาอยู่กันหลายวัน โรงแรม ร้านค้า ร้านอาหาร งานบริการ ได้ประโยชน์ เกิดรายได้"
ที่ผ่านมาได้ทุ่มงบประมาณจำนวน 4 แสนบาท จัดการแข่งขันเมืองตรังคัพเพื่อค้นหานักแตะหน้าใหม่ เข้ามาเป็นนักแตะของสโมสร ซึ่งประสบความสำเร็จ ส่วนนักแตะคนไหนพลาดโอกาสก็ให้ขยันฝึกซ้อม ปีหน้ามาร่วมกันใหม่ คัดเลือกกันใหม่ เพราะสโมสรก็อยากได้นักฟุตบอลชาวตรัง 100% ตอนนี้มีนักแตะต่างชาติตามโควตาอยู่ 3 คน มีนักแตะเด็กตรัง 13 คน นักแตะจากต่างจังหวัด 8 คน และมีคอนเทคอยู่กับสโมสรชลบุรีเอฟซีด้วย มีตัวเด่น เช่น นายฐาปกรณ์ มากมี นายอานนท์ ปานมีทอง นายสุทธิรักษ์ คงแป้น นายภูเก็ต เฟื่องคร และมีนักแตะผ่านการคัดเลือกจากเมืองตรังคัพที่ผ่านมา
"ปีนี้ตนต้องการเป็นที่หนึ่งของภาคใต้ ต้องไปให้ได้ ทุกแมตซ์การแข่งขันเราต้องชนะ และผู้เล่นต้องเล่นให้สนุก นักแตะมีความแข็งแรง เราเก็บตัวมาตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม ปีนี้ถือมีความพร้อมมาก อีกอย่างเรื่องความเข้าใจในเกม ความเป็นอยู่ของนักแตะต้องดี ด้วยเงินที่เราจัดสรไว้สามารถผลิตนักฟุตบอลอาชีพ ให้เขามีรายได้ มีความมั่นคงได้"
นายเสน่ห์ กล่าวอีกว่า ตอนนี้ตนนี้ทำ MOU กับ มอ.ตรัง เกี่ยวกับสปอร์ตคอมเพล็กซ์ การพัฒนาทักษะฟุตบอล งานบริการสาธารณะ ตนเชื่ออย่างยิ่งว่าสโมสรเมืองตรังยูไนเต็ดสามารถจัดการแข่งขันได้ดีที่ สุดในระดับไทยลีก ฟุตบอลไทยลีก 3 ในภาคใต้ ดูจากสถิติเราคลองอันดับของแฟนคลับ ติดต่อกันสี่สัปดาห์ ซึ่งปีนี้ไม่มีตั๋วฟรี ค่าเข้าชมการแข่งขัน ราคา 100 บาท เพราะทุกอย่างของการทำทีมล้วนมีต้นทุนทั้งสิ้น เราต้องการทุกภาคส่วนให้คิดบวกกับทีม เข้ามามีส่วนร่วมกัน มาชมมาเชียร์ มาให้กำลังใจ ชวนกันมาดูฟุตบอล
เมื่อตนตัดสินใจออกจากเส้นทางการเมือง มารักษาสโมสรฟุตบอลไว้ กรบริหารจัดการเรามีทักษิณสติล ช่วยค่าใช้จ่ายเดือนละ 100,000 บาท ตลอดฤดูกาล และบริษัทในเครือทองศักดิ์กรุ๊ปเป็นหลัก เดือนละ 300,000 บาท ใช้เป็นค่าตอบแทน 500,000 บาทต่อเดือน ค่ากินอยู่ 200,000 บาทต่อเดือน การจัดการแข่งขันแมตซ์ละ 60,000 บาท ซึ่งค่าเก็บตั๋วเข้าชมเพื่อจะนำมาช่วยค่าใช้จ่ายส่วนเกินตรงนี้
"สำหรับตนก็มีความเป็นห่วงชาวตรังที่ประกอบชีพค้าขาย กิจการด้านบริการ ซึ่งต้องยอมรับว่าปัจจุบันบ้านเราเงียบจนน่าเป็นห่วง เชื่อว่ากีฬาจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่าย
นายเสน่ห์ กล่าวอีกว่า ตนได้เตรียมพัฒนาด้านกีฬาด้วยการลงทุนพัฒนาที่ดินส่วนตัว เนื้อที่ 100 ไร่ เป็นสนามแข่งรถจักรยานยนต์ทางเรียบ สนามฟุตบอล สปอร์ตคอมเพล็กซ์ สวนสาธารณะ มีร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึก คาเฟ่ สปา รีสอร์ต โดยใช้เงินส่วนตัวปีละ 20 ล้าน ลงทุนในส่วนนี้สร้างไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเสร็จ คาดว่าเฟสแรกจะเปิดให้ใช้สนามแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบก่อน ตอนนี้กำลังให้นิติกรศึกษาเกี่ยวกับข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขัน และต้องเป็นไปตามหลักควาปลอดภัย "เชื่อว่าจะเป็นสนามแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบดีที่สุดในภาคใต้
สำหรับตนนั้นคิดใหญ่ ทำจริง อะไรก็เป็นไปได้ ตนทำธุระกิจมีอาชีพ มีกำไร แล้วเงินส่วนกำไรจะเก็บไว้ในธนาคารก็คงไม่เกิดประโยชน์ เมื่อมีกำลังควรสร้างประโยชน์ไว้ให้แผ่นดินเกิด ให้สังคม นี่ไม่ใช้เป็นการสร้างชื่อเสียงให้จังหวัด แต่เป็นการสร้างสถานที่ให้คนไปมีความสุข ผู้คนได้ใช้ประโยชน์ ตนเชื่อว่าอะไรที่สร้างและมีระบบจัดการทีมี มีผู้คนเข้ามามีส่วนร่วม จะตอบสนองความต้องการของคนได้"
นายเสน่ห์ กล่าวเสริมอีกว่า สมัยที่ตนดำรงตำแหน่งเป็นนายกอบต.เขากอบ ปีหนึ่งๆหมดเงินไป ไม่ต่ำกว่า 2,000,000 ล้านบาท ในการใช้จ่ายจิปาถะ วันนี้ตนคิดใหม่ทำใหม่ด้วยการนำเงินมาสร้าง หรือ ลงทุน ให้เกิดประโยชน์ต่อสารณะ แล้ววันหนึ่งตรังจะเป็นที่รู้จักในมิติด้านกีฬา
ส่วนตัวมองว่าตอนนี้เอกชนกับราชการทำงานแบบไม่ได้หันมาคุยกัน ต่างฝ่ายต่างมีภาระกิจหน้าที่ ต่างคนต่างทำ ดังนั้นเอกชนและราชการควรมาร่วมมือกัน เอกชนลงทุน ราขการเป็นฝ่าย ส่งเสริม อำนวยความสะดวก เช่น เรื่องการขออนุญาต สาธารณูปโภค ให้ความรู้ เป็นต้น เมื่อทั้งสองฝ่ายจับมือกันเหนียวแน่น การท่องเที่ยวและการกีฬาจะพัฒนา หากจังหวัดตรังควรมองการ ท่องเที่ยวด้านทรัพยากรธรรมชาติ และ ด้านบริการ ดังนั้นภาคราชการ ต้องให้ความรู้และอบรมผู้ให้บริการด้วย ส่งเสริมเรื่องกีฬานัก การแข่งกีฬาเขาจะทั้งผู้แข่งขัน ผู้ติดตาม สต๊าฟโค้ช แฟนคลับ ที่จะหลั่งใหลเข้ามา ต้องมาร่วมกันคิดว่าการท่องเที่ยวจะต่อยอด จากกีฬาได้อย่างไร ซึ่งสามารถทำได้ในรูปแบบของการจัดการแข่งขัน กีฬาชนิดต่างๆ
"ส่วนเรื่องการชิงตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบบอลแห่งประเทศไทย ที่มาดามแป้ง (นวลพรรณ ล่ำซำ) ลงชิงด้วยนั้น ตนในฐานะสโมสรฟุตบอลอาชีพ เราต้องใช้มืออาชีพมาทำ จะก่อให้เกิดความสำเร็จ รอบนี้ทุกสโมสรก็ผลักดันให้เอามมืออาชีพมาทำ มาดามแป้ง ก็เป็นประธานสโมรสรการท่าเรือที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ และมาดามแป้งเองก็คงเข้าใจดีว่าทุกวันนี้ทุกสโมสรต้องเจอกับปัญหาอะ ไรบ้าง ตนคิดว่ามาดามแป้งรู้ทุกอย่างเรื่องของฟุตบอล และมาดามแป้งเป็นเอกชนที่กล้าตัดสินใจ สนใจที่จะแก้ปัญหาให้ วงการฟุตบอลไทย"
ขอบคุณภาพจากเมืองตรังยูไนเต็ด