โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อาหารกุ้งพุ่ง TFM กำไรสุทธิไตรมาส 2 กว่า 47.8 ล้านบาท โต 41.6%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 03 ส.ค. 2566 เวลา 05.34 น. • เผยแพร่ 03 ส.ค. 2566 เวลา 03.19 น.

TFM ลุยปรับโฉมธุรกิจ ดันกำไรสุทธิไตรมาส 2 กว่า 47.8 ล้านบาท โต 41.6% จับสัญญาณธุรกิจอาหารกุ้งโตแกร่ง เตรียมแผนขยายตลาดโตต่อเนื่อง

วันที่ 3 สิงหาคม 2566 บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการประจำไตรมาส 2 ด้วยยอดขายอยู่ที่ 1,343.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า กำไรขั้นต้น 122.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.7% และกำไรสุทธิ 47.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.6%

ทั้งนี้ในไตรมาส 2 บริษัทมีบันทึกรายการพิเศษเป็นการตัดจำหน่ายสินทรัพย์ ฟาร์มทดลองที่จังหวัดตรัง จำนวน 20 ล้านบาท เนื่องจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากลงทุน (BOI) ได้ครบกำหนด ซึ่งหากไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษนี้แล้ว บริษัทจะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 67.8 ล้านบาท

หากมองเปรียบเทียบผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 2 กับไตรมาสก่อนหน้า ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ สามารถโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยพลิกฟื้นจากไตรมาสก่อนที่ขาดทุนมาเป็น กำไรสุทธิ 47.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 272.3% ในขณะที่กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 156.4% และยอดขายเพิ่มขึ้น 16.6% จากไตรมาสแรกของปี

นายพีระศักดิ์ บุญมีโชติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา กล่าวถึงแนวทางการบริหารบริษัทตั้งแต่ต้นปี 2566 เป็นต้นมาว่า บริษัทได้มีความพยายามในการปรับปรุงและปรับระบบในการบริหารจัดการด้านต่าง ๆ ทั้งในด้านการบริหารจัดการต้นทุน และการควบคุมการผลิตสินค้า เพื่อให้มีคุณภาพที่ดี

รวมไปถึงการตอบสนองความต้องการของลูกค้าในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความสดใหม่ของอาหาร รวมไปถึงคุณภาพอาหารที่จะช่วยให้สัตว์น้ำเติบโตได้ดี ในอัตรา FCR (Feed Conversion Ratio) ที่ต่ำ เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถมีกำไรและเป็นพันธมิตรที่ดีกับบริษัท ตลอดจนการผนึกกำลังกับธุรกิจต่าง ๆ ในกลุ่มของไทยยูเนี่ยน เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและขยายธุรกิจไปยังโอกาสใหม่ ๆ และช่องทางต่าง ๆ

ยอดขายของไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ มีสัดส่วนมาจากธุรกิจ 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ธุรกิจอาหารกุ้ง 60.6% ธุรกิจอาหารปลา 29.3% ธุรกิจอาหารสัตว์บก 8.7 % และอื่น ๆ 1.4%

โดยในไตรมาส 2 ของปี 2566 ธุรกิจอาหารกุ้งมียอดขายอยู่ที่ระดับ 813.9 ล้าน เพิ่มขึ้น 14.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา จากการปรับกลยุทธ์การขายที่เน้นสินค้าพรีเมี่ยมมากยิ่งขึ้น จะเห็นได้ว่าปริมาณการขายอาหารกุ้งยังคงอยู่ในระดับเดียวกันกับปีที่ผ่านที่ 25,249 ตัน เพิ่มขึ้นเพียง 0.7%

สำหรับธุรกิจอาหารปลามียอดขายอยู่ที่ระดับ 394 ล้านบาท ลดลง 9.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา แม้ว่ายอดขายอาหารปลาในประเทศจะยังทรงตัวได้ดีจากกลยุทธ์การขายที่เน้นอาหารปลากะพง แต่ยอดขายอาหารปลาของบริษัทในประเทศปากีสถานมีการปรับลดตัวลง ส่งผลให้ยอดขายในส่วนนี้ลดลงไปด้วย

สำหรับธุรกิจอาหารสัตว์บก มียอดขายอยู่ที่ 116.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา จากยอดขายที่เพิ่มขึ้นในประเทศปากีสถาน

“ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ เราใช้วิธีคิดและแนวทางการบริหารจัดการแบบครบวงจรเข้ามาปรับใช้ เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพในการผลิตให้มากขึ้น โดยเฉพาะคุณภาพของสินค้าและบริการ เพราะถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจในการสร้างความไว้วางใจกับลูกค้าในระยะยาว ซึ่งในสถานการณ์ที่วัตถุดิบมีราคาสูงขึ้น การบริหารจัดการกลุ่มสินค้าก็เป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญ

โดยจะไม่ผลิตสินค้าในกลุ่มที่ไม่ทำกำไร การบริหารจัดการต้นทุนจึงเป็นการวิเคราะห์ต้นทุนและวางแผนการผลิตอย่างรอบคอบให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า ทำให้เราสามารถพลิกกลับมาทำกำไรได้ในไตรมาสนี้ ในครึ่งปีหลังของปี เรายังเดินหน้าพัฒนาธุรกิจทุกรูปแบบเพื่อให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่องตามเป้าหมาย” นายพีระศักดิ์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...