โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ควรจะลงทุนในกองทุนหุ้นจีนแบบใด

Finnomena

อัพเดต 23 มี.ค. 2565 เวลา 02.33 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. 2565 เวลา 02.05 น. • WealthGuru

ปี 2020 เป็นปีที่ ตลาดหุ้นจีนพุ่งทะยาน นักลงทุนต่างยินดีกับผลตอบแทนที่ได้ แต่ในปี 2021 ต่อถึงปี 2022 เป็นปีที่นักลงทุนขาดทุนกับหุ้นจีนอย่างหนัก ตลาดปรับตัวลงมากกว่า -50% หลายคนคงเข็ดกับตลาดหุ้นจีน   แต่หลายคนยังยังคงเข้าไปลงทุน   เอ๊ะ! แบบนี้ จะลงทุนหุ้นจีนแบบไหนดี ก่อนอื่นเรามาดู Performance ของตลาดหุ้นจีนย้อนหลังกันก่อน ผ่านดัชนี MCHI - iShares MSCI China ETF ที่จะเน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ทั้งที่อยู่ใน  H-shares, B-shares, Red-chips และ P-chips โดยมีหุ้น 10 ลำดับแรกดังนี้

  • Tencent Holdings Ltd
  • Alibaba Group Holding Ltd
  • China Construction Bank Corporation Class H
  • Meituan Class B
  • com, Inc. Class A
  • Ping An Insurance (Group) Company of China, Ltd. Class H
  • Industrial and Commercial Bank of China Limited Class H
  • Baidu Inc Sponsored ADR Class A
  • NetEase, Inc
  • Bank of China Limited Class H เรามาดูผลตอบแทนย้อนหลัง ตั้งแต่วันที่ 31-Mar-2011 ถึง 17-Mar-2022

ที่มา: WealthGuru

ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

ที่มา: WealthGuru

ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

จากผลงานในอดีตจะเห็นได้ว่าการซื้อกองทุนจีนแล้ว buy-and-hold ผลตอบแทนแพ้ ดัชนีโลกอย่าง ACWI ETF ไปเกือบ 2 เท่า โดยที่ ผลตอบของ MCHI แทนอยู่ที่ 2.0% ในขณะที่ ACWI ผลตอบแทนอยู่ที่ 9%  ในขณะที่ความผันผวนของ MCHI อยู่ที่ 25.5% มากกว่า ACWI ที่อยู่ที่ 17.3%   ขณะที่ Max Draw Down ของ MCHI ก็ยังมีมากกว่าด้วย เราอาจจะย้อนหลังนานไป เอาแบบนี้ เราย้อนหลังแค่ 2017 – 2022 ผลที่ได้คือ

ที่มา: WealthGuru

ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

ที่มา: WealthGuru

ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

ผลออกมาคล้ายๆ กันคือ ผลตอบแทนแพ้ ดัชนีโลก และความผันผวนก็มากกว่าด้วย แล้วแบบนี้กองทุนหุ้นจีนถือยาวได้ไหม ? จะลงทุนในกองทุนหุ้นจีนอย่างไร แม้ผลการทดสอบจะเป็นผลย้อนหลัง มิอาจจะบอกผลตอบแทนในอนาคต แต่อาจจะพอบอกพฤติกรรมคร่าวๆของหุ้นจีนได้ หุ้นจีนแม้จะถูกแต่มีความเสี่ยงเรื่อง Country risk และ Regulations risk อย่างมาก ถึงแม้หุ้นจีนจะถูกและไม่แพงถ้าเทียบกับหุ้นอเมริกา แบบนี้เราจะลงทุนอย่างไร ผมขอนำเสนอ 3 แนวทาง ดังนี้

1. ลงทุนด้วยเส้น Moving Average

เราสามารถกำหนดกลยุทธ์โดยใช้เส้นค่าเฉลี่ย อย่างง่ายดังนี้ ถ้า Price > EMA (200 วัน) ให้ซื้อ ถ้า Price < EMA(200 วัน) ให้ขาย ผลการทดสอบ ปี 2017 ถึง 2022

ที่มา: WealthGuru

ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

ผลตอบแทน

ที่มา: WealthGuru

ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

Max Draw down

ที่มา: WealthGuru

ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

จะเห็นได้ว่า ถ้าใช้ค่า EMA 200 วัน กับกองทุนหุ้นจีนจะทำให้ผลตอบแทนดีขึ้นประมาณ 2 เท่า และที่สำคัญ นักลงทุนจะไม่เจอ Max Drawdown สูงมาก อย่างไรก็ตามผลตอบแทนก็ยังแพ้ดัชนีโลกแบบ ACWI อยู่ดี

2. ใช้กลยุทธ์แบบ Core-satellite โดยกองทุนหุ้นจีนเป็น Satellite

ที่มา: WealthGuru

ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

Core เป็น ACWI อยู่ที่ 60% และ Satellite เป็น MCHI อยู่ที่ 40% โดยจะ Rebalance กับเงินสดทุก ๆ  ครั้ง ถ้า MCHI มี momentum ขาลงอ่อนแอกว่าเงินสด กลยุทธ์จะถือเงินสด  เป็นการปกป้องความเสี่ยงขาลง จะเห็นได้ว่า ผลตอบแทนออกมาดีกว่า ACWI และ ความผันผวนน้อยกว่า

3. Buy on Dip ซื้อตอนราคาลงลึก

นักลงทุนต้องดูจังหวะเอง ถ้าลงไปลึกแล้วมีการกลับตัวจริง ก็ทยอยซื้อ แต่วิธีนี้เป็นวิธีที่เสี่ยงเพราะถ้าไม่แม่นก็อาจจะไม่ได้ผล จากผลทดสอบที่กล่าวมา กลยุทธ์แบบ Core-satellite  น่าจะได้ผลที่สุด สำหรับผม กองทุนจีน เป็น Satellite ไม่ใช่ Core แต่อย่างไรก็ตาม changing world order  อาจจะเปลี่ยนไปก็แล้วได้ ก็คงต้องติดตามและปรับเปลี่ยนกันต่อไป อย่างไรก็ตาม ถ้าใครจะลงทุนหุ้นจีนแบบ Buy and Hold จงถามตัวเองว่า “สามารถทนเห็นกองทุนตัวเองลงลึกในระดับ -30% ขึ้นไปได้หรือไม่” ถ้าไม่ก็อย่างลงทุน ขอให้ทุกท่านลงทุนกองทุนหุ้นจีนอย่างมีความสุข WealthGuru

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...