ร้านขาย 'กัญชา' เชื่อ! กลับเป็นยาเสพติดยาก ชี้กระทบผู้ป่วยใช้รักษา หวั่นซิกแซ็กใต้ดิน
ร้านขาย “กัญชา” เชื่อ! กลับเป็นยาเสพติดยาก ชี้กระทบผู้ป่วยใช้รักษา หวั่นซิกแซ็กใต้ดิน
เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ผู้ประกอบการร้านจำหน่ายกัญชาแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี ให้สัมภาษณ์ “มติชน” ถึงกรณีการนำกัญชากลับไปอยู่ในบัญชียาเสพติดว่า น่าจะเป็นเรื่องยาก และว่าตนได้ลงทุนเปิดร้านขายช่อดอกกัญชาเมื่อ 6 เดือนก่อน สาเหตุที่เปิดช้ากว่าเจ้าอื่นๆ เพราะมีธุรกิจอื่นด้วย และเริ่มมีความมั่นใจเรื่องกฎหมายว่าสามารถเปิดร้านกัญชาได้ โดยได้รับใบอนุญาตให้จำหน่ายสมุนไพรควบคุมจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เมื่อเดือนตุลาคม 2565 และไม่ได้เปิดพื้นที่ให้ใช้กัญชาในร้าน
ทั้งนี้ เงินลงทุนทั้งหมดรอบแรก 800,000 บาท แต่ทุนก้อนแรกคืนทุนหมดแล้ว เพราะยอดขายเฉลี่ยวันละ 17,000-18,000 บาท จากนั้นก็ได้นำเงินมาลงทุนสต๊อกสินค้าในร้านเพิ่ม แต่ในช่วง 2 เดือนล่าสุด ขายได้ลดลงเหลือวันละประมาณ 4-5 พันบาท ตั้งข้อสังเกตว่าอาจเพราะเดือนเมษายน มีเทศกาลคนไปเที่ยวต่างจังหวัดมากขึ้น ต่อมาเดือนพฤษภาคม มีการเลือกตั้ง คนก็เดินทางกลับบ้านมากขึ้น
“ธุรกิจขายกัญชา ไม่ได้ขายได้มากเพราะคนเปิดเยอะ แต่ก็ได้กำไร แต่ถ้าจะให้กลับไปผิดกฎหมาย ผมว่ายาก เพราะส่วนใหญ่คนใช้เป็นยา ส่วนหนึ่งก็ใช้สันทนาการ ถ้ากลับไปผิดกฎหมาย คนที่ใช้เป็นยาก็จะใช้ไม่ได้” ผู้ประกอบการรายเดิมกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากจะให้กลับไปเป็นกัญชาทางการแพทย์ เช่น ใช้ดูแลอาการปวดหัว นอนไม่หลับ แต่จ่ายยาโดยแพทย์ จะมีความแตกต่างกับมาซื้อกัญชาในร้านได้เองอย่างไร ผู้ประกอบการรายดังกล่าว กล่าวว่า สุดท้ายก็มีการซิกแซ็ก เพราะช่วงที่มีการเปิดทางการแพทย์ ให้ผู้ป่วยแสดงตัวกับแพทย์ในคลินิกกัญชา จ่ายยาพร้อมใบอนุญาตถือครองกัญชาที่ยังเป็นยาเสพติดอยู่นั้น ทำให้คนที่ไปทำใบผู้ป่วย ไม่ได้เกิดจากคนที่ใช้น้ำมันกัญชา แต่เป็นคนที่สูบกัญชา ไปเอาใบอนุญาตมาถือไว้เพื่อไม่ให้โดนตำรวจจับ จากนั้น ก็ไปซื้อกัญชาใต้ดิน
เมื่อถามว่ามีความกังวลหรือที่ขณะนี้มีการลงนามใน MOU ของว่าที่พรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 8 พรรค โดยมีการระบุว่าจะนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติด ผู้ประกอบการฯ กล่าวว่า ตนมองว่าเป็นเรื่องยาก เพราะ 1.คนที่ใช้เป็นยามีค่อนข้างเยอะ ถ้ากลับเป็นยาเสพติด ทำให้คนใช้ยา เช่น เด็กที่เป็นโรคลมชัก ที่ต้องใช้ CBD Oil เขาก็ไปหาจากที่อื่นมาใช้ ตนเคยได้ดูคลิปที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ไปพูดคุยกับครอบครัวที่มีลูกเป็นลมชัก ซึ่งตอนนั้นกัญชายังผิดกฎหมาย เขาก็เล่าว่ายอมสั่งซื้อน้ำมันกัญชาจากต่างประเทศมาเพื่อดูแลลูก ดีกว่าทนเห็นลูกมีอาการลมชัก
“กลับไปเป็นยาเสพติดยาก แต่อาจมีการควบคุมที่สูง ซึ่งตอนนี้กฎหมายก็ควบคุมมากอยู่แล้ว อย่างที่มีข่าวร้านขายกัญชาอยู่ใกล้โรงเรียน แต่ในกฎหมายตอนนี้ ก็ห้ามขายให้เด็กอยู่แล้ว แต่ก็มีข้อเสียที่อย่างบางร้านที่ได้รับอนุญาต แต่กลับเอาอย่างอื่นมาขาย เช่น กระท่อม หรืออื่นๆ” ผู้ประกอบการกล่าว
เมื่อถามอีกว่า อยากสะท้อนอะไรหรือไม่หากกัญชาจะกลับไปเป็นยาเสพติด ผู้ประกอบการกล่าวว่า ตนกังวลว่าจะกลับไปเป็นยาเสพติด แต่เชื่อว่าอย่างน้อยจะมีกฎหมายควบคุม เช่น การมีแพทย์มานั่งประจำร้านให้เป็นกัญชาทางการแพทย์ แต่ก็จะเป็นการบีบไปในตัว เพราะร้านที่ทุนน้อยก็ทำไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องปิดไป อย่างร้านตนก็คงต้องปิดเช่นกัน เพราะสุดท้ายก็ไม่เหลือกำไร