โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ชาวป่าแดง 5 หมู่บ้านสร้างพลเมืองปฏิบัติตัวสู่โรค NCDs ได้ผล

77kaoded

อัพเดต 27 ม.ค. 2568 เวลา 11.54 น. • เผยแพร่ 27 ม.ค. 2568 เวลา 03.54 น. • 77Kaoded

สถานการณ์ของโรคเบาหวานความดันที่บานปลายออกไปหลายๆ โรคในกลุ่มของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) จนส่งผลกระทบถึงสังคมผู้สูงอายุในอนาคต ที่ต้องนอนติดเตียงเป็นภาระของสังคม พบว่าสถิติการเกิดโรคเบาหวานในประเทศไทยเพิ่มขึ้นปีละกว่า 300,000 คน จนทำให้รัฐบาลต้องออกมามีนโยบายในการแก้โรคเบาหวานความตันอย่างจริงจัง เพราะโรคเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อการใช้งบประมาณหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (สป.สช.)

ที่ตำบลป่าแดง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ องค์การบริหารส่วนตำบลป่าแดง รพ.สต.ป่าแดง ร่วมกับมูลนิธิสุขภาพไทยและเครือข่ายหมอพื้นบ้านจังหวัดแพร่ จับมือกันทำงานแก้ปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือชื่อย่อว่า NCDs โดยนายวิทยา กันกา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลป่าแดง ได้แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ ชาวบ้านป่าแดง อย่างเป็นทางการเข้าไปทำหน้าที่ รณรงค์ให้ความรู้กับประชาชนในพื้นที่หมู่ที่ 1 หมู่ที่ 2 หมู่ที่ 3 หมู่ที่ 9 และหมู่ที่ 10 ในพื้นที่รับผิดชอบของ อบต.ป่าแดง และ รพ.สต.ป่าแดง คณะกรรมการชุดนี้ มีการประชุมหาแนวทางปฏิบัติในการแก้ปัญหาโรค NCDs ในชุมชน โดยมีแนวคิดที่ว่า ในอดีตก่อน 50 ปีที่ผ่านมา ชาวบ้านไม่มีใครเป็นโรคเบาหวาน ไม่มีใครเป็นมะเร็ง แต่ปัจจุบันพบว่า มีผู้เป็นโรคเบาหวานความดันและโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอื่นๆ เพิ่มขึ้น โดยเฉลี่ยมีทุกหลังคาเรือน ที่ประชุมสรุปว่า ผู้ป่วยต้องค่าน้ำตาลในเลือด 140 ขึ้นไป และกลุ่มเสี่ยงที่มีค่าน้ำตาลในเลือด ต่ำกว่า 140 ลงมา ค่าน้ำตาลในเลือดมาจากอาหารที่รับประทานเข้าไป

นางสาวจินตนา ฉาใจ อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 เป็นประธาน อสม.ตำบลป่าแดง และยังเป็นจิตอาสาเบาหวานของ รพ.แพร่ กล่าวว่า คณะกรรมการฯ ได้ค้นหาวิธีการและได้รับความรู้จากผู้ป่วยที่ปฏิบัติตัวในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทั้งการกิน การออกกำลังกาย และการใช้ชีวิตประจำวันที่เหมาะสมแล้วทำให้ปัญหาโรค NCDs หมดไปร่างกายกลับมาอยู่ในสภาวะปกติ โดยไม่ต้องใช้ยา กรรมการฯ ได้เชิญผู้มีประสบการณ์คือนายนิรันดร อ่วมทิพย์ หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดแพร่ ผู้มีประสบการณ์มาศึกษาร่วมกันและนายนิรันดร ให้ความสำคัญจึงอาสาเป็นวิทยากรในการให้ความรู้การแก้ปัญหาโรค NCDs ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และอีกประเด็นที่พัฒนาจากความรู้ของวิทยากร กอรปกับทาง อสม.ป่าแดงทำงานด้านสมุนไพรอาหารพื้นบ้านกับทางมูลนิธิสุขภาพไทย และงานวิจัยย่อยที่ 1 เรื่อง “องค์ความรู้และคุณค่าอาหารพื้นบ้านยอดนิยมตามหลักโภชนาการเพื่อเสริมสร้างสุขภาพของผู้สูงอายุเขตภาคเหนือตอนบน ภายใต้งานวิจัย อาหารพื้นบ้าน กระบวนการจัดการอาหารพื้นบ้านฯ ของ ดร.ธาดา เจริญกุศล มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยลัย วิทยาเขตแพร่ จึงได้บทสรุปว่า ถ้าผู้ป่วย NCDs กลับไปรับประทานอาหารพื้นบ้าน ผัก เนื้อสัตว์จากการผลิตแบบเดิมๆ คือปลอดจากสารเคมี และการปรับตัวออกกำลังกายพร้อมทั้งมีจิตใจที่ดี ได้ทำการทดลอง นำผู้ป่วยเบาหวานมาร่วมเข้าคลอส 5 เดือน จำนวน 15 คน มีการติดตามผ่านกลุ่มไลน์ โชว์การทำอาหาร การเสริมแรง ให้กำลังใจและกระตุ้น ในเวลา 5 เดือน พบว่า ผู้ป่วยจำนวน 15 คนดีขึ้นทุกคน

ด้วยเหตุนี้ทำให้กรรมการชุดนี้ พัฒนาหลักสูตร 5 เดือน ในการจัดการโรค NCDs ในชุมชนป่าแดง โดย รพ.สต.ป่าแดง และ อสม.ในพื้นที่พร้อมทั้งแกนนำ ร่วมกันคัดกรองผู้ป่วย และเลือกผู้ที่สมัครใจในระดับค่าน้ำตาล 100 – 140 ที่เรียกว่า กลุ่มเสี่ยงป่วยNCDs มาปรับพฤติกรรมร่วมกันจำนวน 60 คน มีแกนนำในหมู่บ้านจำนวน 25 คนไปช่วยเป็นพี่เลี้ยง นำวิทยากรคือ นายนิรันดร อ่วมทิพย์ ผู้มีประสบการณ์มาเล่าเรื่องความโหดร้ายของ NCDs ที่เป็นภัยเงียบ และ แนวทางปฏิบัติตัวออกจาก NCDs แล้วทำการติดตามผ่านกลุ่มไลน์และแกนนำในชุมชน ติดตามเรื่องการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และการใช้ชีวิตที่เหมาะสม ในเดือนที่ 3 ก็จะมีการตรวจสุขภาพตรวจค่าน้ำตาลในเลือด และ ปรับปรุงในเดือนที่ 4 ในเดือนที่ 5 ก็จะมาตรวจและมีเวทีร่วมกันเพื่อช่วยคนที่ยังปฏิบัติไม่ได้ ซึ่งในจำนวน 60 คนประสบความสำเร็จก็จะขยายวงออกไป โดยจะมีการหารือ กับ อบต.ป่าแดง ถ้าสามารถทำข้อบัญญัติงบประมาณได้ ก็จะขอให้ อบต.ป่าแดงทำงบประมาณจัดอบรมประชาชนที่ป่วย NCDs รายต่อๆ ไป นางสาวจินตนากล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุมชนในเขต อบต.ป่าแดง ดังกล่าวแกนนำด้านสุขภาพได้ให้ความสำคัญกับการจัดการโรค NCDs มาก่อนที่รัฐบาลจะมีนโยบายอย่างเป็นทางการเช่นในปัจจุบัน สามารถวางแผนจัดการด้วยการใช้ภูมิปัญญาพื้นบ้านด้านสุขภาพนำมาใช้ คือตำรับยาการแพทย์พื้นบ้านเช่น น้ำดื่มสมุนไพรที่ประกอบด้วย ไม้ฝางเสน ต้นอ้อยดำ และ ใบเตย ต้มดื่มเป็นน้ำชา และใช้ตำรับอาหารดั้งเดิมของชาวป่าแดง เช่น ไข่ป่าม แกงแค แกงผักอีเยาะอีแยะ ผักลวก ผักต้ม และผักสด ที่มาจากต้นไม้ยืนต้นล้มลุกและพืชน้ำในท้องถิ่น จิ้มกับน้ำพริก มีเนื้อสัตว์ หมู โค ไก่ ปลา จากการเลี้ยงแบบธรรมชาติ การเดินออกกำลังกาย การทำงานที่สร้างการเผาผลาญในร่างกาย รวมทั้งการรับแสงแดด โดยไม่ต้องลงทุนซื้อเครื่องออกกำลังกายเลยนำมาปรับใช้กับผู้ป่วยเบาหวาน ในปี พ.ศ. 2567 ได้ผลมาแล้ว ในปีนี้ถือเป็นการขยายวงการปรับพฤติกรรมผู้ป่วยเบาหวานไปทุกหมู่บ้านใน เขต อบต.ป่าแดง นับว่าเป็นความพยายามและความร่วมมือของทุกฝ่ายมาจัดการสุขภาพร่วมกันในรูปกรรมการฯ และนอกจากนั้นยังมีการพัฒนาส่งเสริมการปลูกผักอินทรีย์ และสร้างตลาดเฉพาะผู้สนใจแก้ปัญหา NCDs ที่ตลาดนุ-สุภาพร ตำบลป่าแดง อีกด้วย/

https://www.77kaoded.com/wp-content/uploads/2025/01/km_เบาหวาน_1080p_30f_20250127_101145.mp4

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...