โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เร่งสำรวจความเสียหายปัตตานี หลังน้ำลดแล้ว

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 03 ธ.ค. 2567 เวลา 20.08 น. • เผยแพร่ 03 ธ.ค. 2567 เวลา 12.36 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ปัตตานี 3 ธ.ค. – ที่จังหวัดปัตตานี ระดับน้ำเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง ร้านค้าเริ่มทำความสะอาดร้าน พบความเสียหายจำนวนมาก ขณะพื้นที่ติดแม่น้ำยังท่วมสูง

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ล่าสุด พบว่า ระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในหลายพื้นที่เริ่มคลีคล้าย เช่นเดียวกันกับพื้นที่ในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจหลักของจังหวัดปัตตานี พบว่าระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้พบว่าถนนหลายสาย จากเดิมที่ท่วมสูงกว่า 70 เซนติเมตร ขณะนี้ระดับน้ำอยู่ที่ 30 เซนติเมตร รถจักรยานยนต์สามารถขับผ่านไปได้แล้ว ทำให้ร้านค้าเริ่มทยอยทำความสะอาดร้านค้าเพื่อกลับมาเปิดบริการอีกครั้ง ซึ่งจากการตรวจสอบร้านค้าพบว่า ที่ได้รับความเสียหายมาที่สุดก็คือ ร้านขายอาหารแช่แข็ง โดยพบว่า เครื่องแช่แข็ง ตู้เย็น รวมถึงอาหารแช่แข็งเสียหมดทุกตู้ได้รับความเสียหายอย่างหนัก เนื่องจากน้ำเข้าไปทำความเสียหายกับระบบภายในเครื่อง จึงต้องมีการซ่อมแซมอย่างเร่งด่วนเพื่อให้กลับมาเปิดบริการได้อีกครั้ง

ด้านพนักงานของร้านกล่าวว่า ทางร้านได้รับความเสียหายมาก ไม่ว่าจะเป็นอาหารแห้ง อาหารแช่แข็ง ไก่แช่แข็งเสียหมดทั้งตู้ โดยเฉพาะตู้แช่เสียหายต้องเข้าศูนย์เพื่อซ่อมแซมทั้งหมด น้ำเข้าไม่ทันได้เข้ามาเคลียร์ร้าน โดยน้ำเข้าท่วมร้านประมาณหัวเข่า ซึ่งทางเราได้ทำการดับไฟที่ร้านแล้ว โดยวันนี้เราได้มาเคลียร์ร้าน เพื่อนำของที่เหลือไปไว้อีกสาขาหนึ่งทั้งหมด เพื่อจัดการร้าน เพราะเห็นว่าน้ำเริ่มลดแล้ว

ในขณะที่พื้นที่ติดแม่น้ำปัตตานี และแม่น้ำสายบุรี ถึงแม้ว่าระดับน้ำจะลดลง แต่ก็ลดลงอย่างช้าๆ เนื่องจาก น้ำในพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงน้ำจากจังหวัดยะลายังคงไหลลงมาสู่แม่น้ำปัตตานีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำยังคงท่วมสูงและเออล้นตลิ่ง ทำให้การระบายน้ำลงเป็นไปอย่างล่าช้าใน 5 อำเภอ ซึ่งอยู่ติดริมแม่น้ำปัตตานี ได้แก่ อ.เมือง อ.ยะรัง อ.หนองจิก อ.โคกโพธิ์ อ.แม่ลาน ยังคงท่วมสูงอยู่

น้ำท่วมนราฯ ยังวิกฤติ 2อำเภอ จากแม่น้ำโก-ลกที่ยังล้นตลิ่ง

ส่วนที่ จ.นราธิวาส ล่าสุด บรรยากาศบนท้องฟ้าโดยภาพรวมเริ่มมีแสงแดดส่องจ้าแผ่ปกคลุมพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ และฝนได้หยุดตกเป็นเวลา 2 วันติดต่อกันแล้ว ส่งผลทำให้น้ำท่วมขังในพื้นที่ทางการเกษตรและบ้านเรือนของประชาชน เริ่มกลับคืนสู่สภาพปกติแล้วร้อยละ 60

ส่วนพื้นที่ที่ยังถือว่าวิกฤติของ จ.นราธิวาส ได้รับผลกระทบจากแม่น้ำโก-ลก ล้นตลิ่ง ใน 2 อำเภอ คือ อ.สุไหงโก-ลก และ อ.ตากใบ ยังคงมีปริมาณน้ำท่วมขัง จำนวน 7 ชุมชน 5 ตำบล 19 หมู่บ้าน โดยแยกเป็น อ.สุไหงโก-ลกยังมีน้ำท่วมขังอยู่ในพื้นที่ 7 ชุมชน เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ประกอบด้วย คือ ชุมชนหัวสะพาน ชุมชนท่ากอไผ่ ชุมชนท่าโรงเลื่อย ชุมชนท่าประปา ชุมชนโปฮงยามู ชุมชนท่าเจ๊ะกาเซ็ง และชุมชนท่าบือเร็ง ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก ปริมาณน้ำท่วมขังสูงโดยเฉลี่ย 50 – 90 ซม. ซึ่งนางสุชาดา พันธ์นรา นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ได้ขอสนับสนุนเครื่องสูบน้ำระยะไกล จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 3 จ.ปราจีนบุรี มาสูบน้ำระบายออกจาก 7 ชุมชนเป็นการเร่งด่วนแล้ว.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...