นทท.ไทย 7 ใน 10 เตรียม หอบงานไปทำ ในทริปถัดไป ส่วนไฮซีซั่นนี้เน้นขึ้นเขาแคมป์ปิ้ง
เทรนด์ท่องเที่ยวไปด้วยทำงานไปด้วยโตต่อเนื่อง นทท.ไทย 7 ใน 10 วางแผน หอบงานไปทำ ระหว่างท่องเที่ยวทริปถัดไป 98% พร้อมใช้ AI วางแผน-จองที่พัก ขณะที่ 2 ใน 3 เลือกเดินทางไปชมคอนเสิร์ตโดยเฉพาะ ส่วนไฮซีซั่นนี้ young traveller เน้นขึ้นเขาแคมป์ปิ้งเชียงใหม่ เชียงราย ราชบุรี สัมผัสอากาศเย็น
นายสุภกฤษฎิ์ แผนสมบูรณ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท SiteMinder เปิดเผยว่า ภาคการท่องเที่ยวไทยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 10.1% จาก GDP รวมของประเทศไทยในปี 2022 และจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมเดือนมกราคมจนถึงสิงหาคม 2567 มีจำนวนมากกว่า 21 ล้านคนสร้างรายได้เข้าประเทศกว่า 100,000 ล้านบาท
ทั้งนี้มีการคาดการณ์มูลค่าตลาดธุรกิจโรงแรมและที่พักสูงถึง1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2029 หรือประมาณ 63,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ดีในปี 2025 และในอนาคตอันใกล้ พฤติกรรมนักท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ “Everything Traveler” หรือกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ไปได้ในทุกรูปแบบกำลังเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ และมีสัดส่วนมากถึง 69% โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มองหาความสมดุลระหว่างที่พักที่กำลังเป็นที่นิยมและที่พักแบบดั้งเดิม รวมถึงที่พักที่ยังไม่ได้รับความนิยมมากนัก
“กลุ่มคนเหล่านี้ต้องการสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ อยู่เสมอ จึงไม่ยึดติดกับสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง โดยนิยมอ่านรีวิวผ่านสื่อออนไลน์ มีความยืดหยุ่นในการวางแผนการท่องเที่ยว ชื่นชอบการเข้าร่วมงาน event และพร้อมจ่ายเงินซื้อบริการเสริมจากที่พัก แต่ก็ไม่ลังเลที่จะยกเลิกการจองหากไม่ได้รับประสบการณ์จองที่ไม่ดี”
สำหรับแผนการเดินทางของนักท่องเที่ยวใน 2025 มีนัยที่น่าจับตามองดังนี้
- 72% ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกมีแผนเดินทางไปต่างประเทศมากขึ้น โดยนักท่องเที่ยวไทยมีการวางแผนจะเดินทางไปต่างประเทศมากขึ้น 83% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกกว่า 11% และประเทศญี่ปุ่นยังเป็นจุดมุ่งหมายสำคัญกว่า 13% ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกและมากกว่าครึ่งของนักท่องเที่ยวไทย
- การค้นหาที่พักเพิ่มขึ้น 10% และการจองผ่าน OTA ขยายตัว นักท่องเที่ยวทั่วโลกกว่า 36% มีการค้นหาข้อมูลที่พักผ่าน search engine มากกว่าปีก่อนหน้าถึง 10% ส่วนตัวเลขของนักท่องเที่ยวไทยนั้นพุ่งสูงขึ้นถึง 39%มากกว่าปีก่อนหน้า14% และกว่า 42% เลือกจองที่พักผ่านเว็บไซต์และ application ของ Online Travel Agency หรือ OTA ขณะที่การจองตรงผ่านเว็บไซต์ของโรงแรมอยู่ที่ 27%
“กว่า 65% ของนักท่องเที่ยวไทยพร้อมที่จะยกเลิกการจองผ่านช่องทางออนไลน์ หากพบประสบการณ์จองที่แย่ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยของโลกที่ 52% ทั้งนี้เรื่องความปลอดภัยดูจะเป็นเหตุผลอันดับ 1 ของกลุ่มGEN-Z และMillennial 36% ส่วน Baby Boomer ให้ความสำคัญกับ mobile friendly 36%”
- 46% เลือกห้องพักแบบ standard เพื่อประหยัดเงินไปใช้จ่ายในสิ่งอื่น มากกว่าครึ่งของนักท่องเที่ยวไทยเลือกจองที่พักแบบ standard room มากกว่าค่าเฉลี่ยของโลกถึง 46% มีเพียง 19% ของนักท่องเที่ยวจีนเท่านั้นที่จะมองห้อง standard room โดย 37% มีแนวโน้มที่จะจองห้องพักแบบDeluxe Room มากกว่าค่าเฉลี่ยของโลกถึง 16%
“กลุ่มนักท่องเที่ยว GEN-Z และMillennial พร้อมที่จะจ่ายค่าที่พักประเภท Big Chain Hotel หรือ Group hotel มากขึ้นเนื่องจากกลุ่มคนเหล่านี้มีรายได้มากกว่าคนกลุ่มอื่น ส่วนกลุ่มที่มีอายุมากขึ้นจะเลือกที่พักที่คุ้มค่ากับราคาที่จ่าย และ94% ของนักท่องเที่ยวไทยยังยินดีจ่ายค่าที่พักประเภท Eco friendly รองจากนักท่องเที่ยวอินโดนีเซียเท่านั้น”
- เกือบ 2 ใน 3 มีแนวโน้มที่จะเดินทางเข้าร่วมงาน Event มากขึ้น 65% ส่วนในประเทศไทยมีมากถึง 80% โดยเฉพาะในกลุ่มGEN-Z ที่ 2 ใน 3 เลือกเดินทางเพื่อไปชมคอนเสิร์ต/เทศกาลดนตรีโดยเฉพาะ 47% งานรวมญาติ/งานเฉลิมฉลอง 35% และ งานสัมมนา 31%
- นักท่องเที่ยวกว่า 50% ต้องการใช้เวลาส่วนใหญ่หรือใช้เวลามากขึ้นเพื่อพักผ่อนอยู่ในโรงแรมและที่พักเติบโตขึ้น 1.5% จากปีก่อนหน้า ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวไทยกว่า 65% คาดว่าจะใช้เวลาส่วนใหญ่ 30% หรือ "ใช้เวลาค่อนข้างมาก" 35% ในโรงแรม
- ทำงานขณะท่องเที่ยวเติบโต 5% พร้อมกับเทรนด์การท่องเที่ยวพร้อมสัตว์เลี้ยง นักท่องเที่ยวกว่า 41 %วางแผนที่จะทำงานไปด้วยขณะเข้าพักที่โรงแรมหรือที่พัก และในส่วนของนักท่องเที่ยวไทย 7 ใน10 บอกว่าพร้อมที่จะเอางานไปทำด้วยสำหรับการเดินทางครั้งต่อไป
รวมไปถึง66% ของนักท่องเที่ยวชาวอินโดนีเซีย และ 61% ของนักท่องเที่ยวชาวอินเดียก็ยังอยู่ในกลุ่มนำเทรนด์ด้านการทำงานไปด้วยขณะเดินทางสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกซึ่งอยู่ที่ 41% รวมถึงสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอเมริกาเหนือ 34% และยุโรป 31%
“การทำงานไปด้วยระหว่างท่องเที่ยวของคนไทยถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลก นับตั้งแต่ช่วงหลังโควิดเป็นต้นมาไทยมีการจ้างงานในกลุ่ม Digital Nomad มากขึ้น รวมถึงพนักงานคนไทยในบริษัทต่างๆสามารถเลือกทำงานในบริษัทต่างประเทศในเชิงของ Freelance traveller ควบคู่ไปด้วยทำให้คนไทยสามารถเดินทางไปด้วยและทำงานไปด้วยมากขึ้น”
นอกจากนี้ 76% ของนักท่องเที่ยวไทยยังบอกว่าสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับสัตว์เลี้ยงนั้นมีความสำคัญต่อการตัดสินใจเลือกที่พัก ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยของโลกถึง 30%โดยเฉพาะในกลุ่ม GEN-Z
- AI กำลังกลายเป็นเรื่องปกติแต่มีเพียง 1 ใน 10 เท่านั้นที่เชื่อว่าทุกอย่างควรดูแลด้วยเครื่องจักร จะเห็นได้ว่า 78% ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกพร้อมใช้ AI ในการวางแผนการเดินทาง การจองห้องพักและการมอบประสบการณ์ใหม่ในการเดินทางโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวไทยที่มีสัดส่วนมาถึง 98%
อย่างไรก็ดีสำหรับเทรนด์การท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่นที่กำลังจะถึงนี้ ในประเทศไทยมี Booking growth หรือ การเติบโตของการจองที่พักมากขึ้น 9% เทียบกับปีที่แล้ว จากดีมานด์ในการท่องเที่ยวที่ค่อนข้างสูงซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยกระตุ้นการท่องเที่ยวจากภาครัฐทั้งนโยบายและกิจกรรมท่องเที่ยวในช่วงปีใหม่ในหลายๆจังหวัด
ทั้งนี้ราคา“ตั๋วเครื่องบิน” ที่โดยปกติจะมีราคาสูงในวันหยุดปีใหม่เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้นักท่องเที่ยวไทยเลือกที่จะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศหรือในประเทศ ทั้งนี้นักท่องเที่ยวที่มีอายุน้อย GEN-Z และ Millennial มีการวางแผนการเดินทางด้วยตัวเองมากขึ้น ส่วนกลุ่มที่มีอายุมากขึ้นจะนิยมจองผ่านแพคเกจทัวร์จากบริษัททัวร์ เพื่อความสะดวก มีไกด์ทัวร์ค่อยให้ข้อมูลและช่วยเหลือในการท่องเที่ยว
กลุ่มนักท่องเที่ยวไทยยังให้ความสำคัญกับกลุ่มโรงแรมที่เป็นบูติคโฮเต็ลมากขึ้น เพราะการเดินทางในช่วงปีใหม่หลายๆคนเลือกที่จะไปเที่ยวในจังหวัดที่มีอากาศเย็นในกลุ่มภาคเหนือโดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวอายุน้อยเลือกที่จะไปแคมปิ้งในเชียงใหม่ เชียงราย หรือราชบุรี
และนักท่องเที่ยวบางกลุ่มเลือกที่จะจองที่พัก Beach destination ซึ่งนอกจาก “ภูเก็ต” ที่เป็น Destination หลักแล้วยังนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวที่กระบี่และสุราษฎร์ธานีมากขึ้น