โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมบังคับคดีเปิดแผนปี 68 ลุยแก้หนี้คนไทยให้ทะลุเป้า

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 23 ม.ค. 2568 เวลา 14.30 น. • เผยแพร่ 23 ม.ค. 2568 เวลา 07.29 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรมบังคับคดี 23 ม.ค. – กรมบังคับคดีเปิดแผนปี 68 ลุยแก้หนี้คนไทยให้ทะลุเป้า หลังไกล่เกลี่ยสำเร็จ 6,879 เรื่อง คิดเป็น 97%

นายเสกสรร สุขแสง อธิบดีกรมบังคับคดี แถลงแนวทางการขับเคลื่อนงานภารกิจกรมบังคับคดี โครงการสำคัญและกิจกรรมที่ดำเนินการในปีงบประมาณ 2568 ระบุว่าจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอย่างต่อเนื่องเกิดการเลิกจ้างส่งผลต่อปัญหาหนี้สิน ถูกฟ้องร้องเพิ่มมากขึ้น โดยข้อมูล ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2567 มีปริมาณคดีแพ่งและคดีล้มละลายในชั้นบังคับคดี จำนวน 4,171,644 เรื่อง ทุนทรัพย์กว่า 19.109 ล้านล้านบาท จำนวนทุนทรัพย์เมื่อเทียบ GDP จำนวน 18.37 ล้านล้านบาท หนี้ในชั้นบังคับคดีมากกว่าคิดเป็นร้อยละ 4.02

สำหรับการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชน ช่วงตุลาคม – ธันวาคม 2567มีเรื่องเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย จำนวน 7,072 เรื่อง ทุนทรัพย์ 3,623 ล้านบาท ไกล่เกลี่ยสำเร็จ 6,879 เรื่อง ทุนทรัพย์ 3,173 ล้านบาทคิดเป็นร้อยละ 97.27 ของเรื่องที่เข้าสู่กระบวนการ สามารถลดค่าใช้จ่ายประชาชนได้ประมาณ 112ล้านบาท

นอกจากนี้ได้ดำเนินการเกี่ยวกับคดีกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)แบ่งเป็น 2 กลุ่มลูกหนี้คือ กลุ่มลูกนี้ที่ชำระหนี้ครบถ้วน และลูกหนี้ที่อยู่ระหว่างการจัดทำบัญชีรับ-จ่าย ส่วนใหญ่ลูกหนี้ กยศ. ยังไม่กล้าเข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ เพราะกลัวการบังคับคดี จึงคาดหวังว่าในปี 2568 จะมีลูกหนี้ กยศ. ยินยอมรับการปรับโครงสร้างหนี้มากขึ้น เพื่อเป็นประโยชน์ในการยืดระยะเวลาชำระหนี้ได้ยาวขึ้น และจ่ายถูกลง โดยข้อมูลลูกหนี้ กยศ. พบว่า มีจำนวน 51,254 คดี แบ่งเป็นงดการบังคับคดี 7,892 คดี และถอนการบังคับคดี/ขาย 14,862 คดี ขณะที่คดีที่มีเงินคืนลูกหนี้ 1,551 คดี จำนวนเงินที่คืนให้ลูกหนี้ 54 ล้านบาท

อธิบดีกรมบังคับคดี กล่าวอีกว่า จะมีการทบทวนปรับปรุงและแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เช่น ร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่..) พ.ศ. ….(กระบวนการพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้) โดยกฎหมายฉบับนี้จะทำให้ลูกหนี้ที่มีลักษณะเป็นกิจการขนาดย่อมสามารถเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการได้เช่นเดียวกันกับการฟื้นฟูกิจการขนาดใหญ่ โดยคาดว่าจะมีผลบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ช่วงเดือนเมษายน 2568

พร้อมยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนด้วยนวัตกรรมและดิจิทัล เช่น ปัจจุบันจะใช้ระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตน หรือแอบพลิเคชัน ThaiD ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการ LED e-Service ต่าง ๆ ได้ง่าย ปลอดภัย โดยระบบงานที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคม 2568 มี 2 ระบบ ได้แก่ ระบบบัญชีรับจ่ายอัตโนมัติและระบบ e-offering Auction เป็นระบบประมูลขายทอดตลาดทรัพย์ผ่านอิเล็กทรอนิกส์ และภายในเดือนกันยายน 2568 คาดว่าจะมีระบบงานที่แล้วเสร็จ จำนวน 2 ระบบได้แก่ ระบบการอายัดอัตโนมัติ และระบบวางทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์กรมบังคับคดีให้ดียิ่งขึ้น

นายเสกสรร ยังได้อธิบายเรื่องระบบวางทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ ว่า ยกตัวอย่างกรณีที่ลูกหนี้ หรือผู้เช่า ต้องการจ่ายชำระหนี้ ไม่อยากออกไปจากพื้นที่ แต่เจ้าหนี้ไม่ยอมรับการชำระหนี้ บ่ายเบี่ยง จนเป็นเหตุให้อ้างได้ว่าผิดนัดชำระหนี้ เพราะต้องการให้ย้ายออกสถานเดียวนั้น หากเป็นกรณีที่ลูกหนี้ไม่เคยผิดนัดชำระ หรือไม่เคยผิดสัญญาเลย เช่น มีผู้เช่าแผงตลาดต้องจ่ายค่าเช่า แต่เจ้าของไม่ยอมให้จ่ายเงินโดยง่าย กรมบังคับคดีจึงได้พัฒนาระบบวางทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ที่จะช่วยให้ลูกหนี้ไม่ตกเป็นผู้ผิดนัดชำระ ประหยัดเวลา ให้ลูกหนี้ไม่ต้องเดินทางเข้าไปยังสำนักงานบังคับคดีในพื้นที่

อธิบดีกรมบังคับคดี ยังกล่าวถึงปัญหาที่เป็นข้อพิพาทระหว่างผู้พักอาศัยเก่า (ลูกหนี้) กับผู้ซื้อใหม่ที่อาจทำให้เกิดเหตุทะเลาะวิวาท เป็นอันตรายต่อร่างกาย กรมบังคับคดีจึงต้องขอให้ผู้ซื้อใหม่ดำเนินการตามขั้นตอนบังคับคดี ด้วยการติดต่อเจ้าหน้าที่บังคับคดี เพื่อขอให้ศาลมีการบังคับคดีขับไล่.-119-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...