โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

โตโยต้าส่ง 2 รุ่นใหม่ไฮบริด-อีวี หวังมาตรการภาครัฐกระตุ้นดันตลาดฟื้น

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 ม.ค. 2568 เวลา 10.03 น. • เผยแพร่ 22 ม.ค. 2568 เวลา 04.29 น.

โตโยต้า เทงบฯ 5 หมื่นล้าน ลงทุนต่อเนื่องพัฒนารถรุ่นใหม่ทั้งไฮบริด-อีวี เชื่อตลาดครึ่งปีหลังฟื้นตัว ผลจากมาตรการกระตุ้นของภาครัฐดันยอดขายรถยนต์ทั้งปีแตะ 6 แสนคัน จับตารถรุ่นใหม่ดันยอด มั่นใจกอดเเชร์สูงสุด 38% ยันดีลเลอร์ยังแข็งแรงหลังรวมกัน ดูแลงานหลังการขายลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ยืนยันกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ประเทศไทยยังเป็นประเทศฐานการผลิตและเป็นตลาดสำคัญของโตโยต้า ที่ผ่านมาโตโยต้าได้มีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าสถานการณ์โดยรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์จะมีความเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจชะลอตัว

โตโยต้าได้มีการลงทุนในโครงการพัฒนาและต่อยอดรถยนต์รุ่นใหม่ ที่จะเปิดตัวออกสู่ตลาดประเทศไทยในปีนี้ไปแล้วไม่น้อยกว่า 55,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบฯลงทุนต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงทุนในส่วนของการเพิ่มความหลากหลายของพลังงาน

ปีนี้จะได้เห็นการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่อย่างน้อย 2 รุ่นออกสู่ตลาด ทั้งการแนะนำรถยนต์ไฮบริด (HEV) ซึ่งส่งผลให้โตโยต้ามีรถยนต์ไฮบริดออกสู่ตลาดครบครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ และในรถยนต์ปิกอัพขนาด 1 ตันนั้น จะมีการแนะนำรถยนต์ปิกอัพไฟฟ้า (BEV) ออกสู่ตลาดในปีนี้ด้วย

“อย่างไรก็ตาม โตโยต้าก็จะไม่ทิ้งเมืองไทยอย่างแน่นอน เนื่องจากมีการลงทุนมาอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงระยะเวลากว่า 60 ปีที่ผ่านมา และยังมีแผนที่จะลงทุนต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของรถยนต์เครื่องยนต์ไฮบริด”

ขณะที่ภาพรวมตลาดรถยนต์ในปี 2568 โดยคาดว่ายอดขายโดยรวมน่าจะอยู่ที่ระดับมากกว่า 600,000 คัน โดยมียอดเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปี 2567 ที่มียอดขายที่ 570,000 คัน ซึ่งถือว่าต่ำสุดในรอบ 15 ปี ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ต่ำมาก โดยหากย้อนกลับไปมองทั้งอุตสาหกรรมในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ยอดขายของปี 2567 ถือว่าต่ำมาก เมื่อเทียบกับ 15 ปีก่อน ผู้เล่นในตลาดเพียง 4-5 ราย ถือว่าไม่แย่ แต่วันนี้ มีค่ายรถจีนเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยมากถึง 17 แบรนด์ โดยยังไม่รวมแบรนด์รถยนต์ญี่ปุ่นที่ทำตลาดอยู่ก่อนหน้านี้

สำหรับโตโยต้าตั้งเป้าว่า ปี 2568 จะมีส่วนแบ่งทางการตลาดไม่น้อยกว่าปี 2567 ที่ผ่านมาที่มียอดขายที่ 220,300 คัน มีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 38%

“ในช่วง 12-13 ปีที่แล้วมีค่ายรถยนต์แบรนด์รอง ๆ เติบโตขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จากแบรนด์หลัก ๆ ของญี่ปุ่น เนื่องจากโครงการรถยนต์คันแรก ล่าสุดมีค่ายรถจีนเข้ามาทำตลาดอีก ขณะที่ตลาดมียอดขายลดลงไปเหลือเพียง 5.7 แสนคัน ในวันที่ทุกคนขยายกันหมด ถือว่าลำบากมาก ถ้ายอดขายต่ำกว่านี้เหนื่อยแน่นอน”

และเชื่อว่าในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2568 ตลาดรถยนต์น่าจะมีการฟื้นตัวขึ้นหลังจากเศรษฐกิจไทยและอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดมาเมื่อปี 2567 ที่ผ่านมา ประกอบกับมาตรการการกระตุ้นจากรัฐบาลหลาย ๆ อย่างน่าจะเริ่มส่งผล โดยเฉพาะมาตรการผ่อนปรนความเข้มงวดทางด้านสินเชื่อ ที่เข้ามาช่วยในทางอ้อมได้

โตโยต้าถือว่ามีความโชคดีที่มีส่วนของสินเชื่อ อย่างโตโยต้า ลีสซิ่ง ไว้รองรับ ทำให้มีความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจมาได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดีในช่วงที่ผ่านมา

ส่วนตัวแทนจำหน่ายหรือดีลเลอร์นั้น ต้องยอมรับว่าจากสถานการณ์ในปีที่ผ่านมา ทำให้มีกำไรลดลง เนื่องจากยอดขายหายไปเกือบ 20% แต่บริษัทได้พยายามทำงานร่วมกับดีลเลอร์อย่างหนัก เพื่อดูแลบริการหลังการขายให้มีความแข็งแรง และเพิ่มความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า

ด้านนายณัทธร ศรีนิเวศน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา โตโยต้าได้พยายามดึงกลุ่มลูกค้าที่รถยนต์หมดระยะประกันให้กลับเข้ามาใช้บริการหลังการขายที่ศูนย์บริการ โดยการขยายระยะเวลารับประกัน เพิ่มให้เป็น 5 ปี กรณีลูกค้าเข้าใช้บริการหลังการขายตามรอบปกติ และมีการนำเสนออะไหล่ทางเลือกให้กับลูกค้า ทำให้ลูกค้าได้ประโยชน์สูงสุด โดยที่ค่าใช้จ่ายลดลง และดีลเลอร์ก็มีรายได้

“โดยภาพรวมดีลเลอร์ของโตโยต้ายังแข็งแรงอยู่ บริษัทแม่มีการทำงานร่วมกันอย่างเข้มข้นร่วมกัน ทั้งการดูแลลูกค้าเก่า และหากลูกค้าใหม่ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการขายต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา เรียกว่า เราพยายามช่วยกันทุก ๆ ด้าน เพื่อให้ลูกค้าสามารถออกรถได้เมื่อดีลเลอร์สามารถขายเข้าเป้าโตโยต้า ก็ต้องช่วยดีลเลอร์ใน เรียกว่าเราต้องพยายามช่วยกันผลักดันในทุก ๆ มิติ”

ส่วนรถยนต์เลกซัสยอดขายอยู่ที่ระดับ 900-1,000 คัน โดยได้รถยนต์รุ่น LM มีส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณ 3% ซึ่งถือเป็นตลาดใหญ่มาก เนื่องจากเลกซัสเป็นตลาดที่มีกลุ่มลูกค้ารอยัลลิสต์ค่อนข้างสูง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า รถยนต์รุ่นใหม่มีการคาดการณ์ว่า โตโยต้าจะแนะนำออกสู่ตลาดทั้ง 2 รุ่น ได้แก่ รถยนต์นั่งขนาดเล็กอย่างโตโยต้า ยาริส เอทีฟ เครื่องยนต์ไฮบริด ที่จะมีการเปิดตัวในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้

ส่วนอีกรุ่นเป็นการปรับเปลี่ยนในส่วนของรถปิกอัพขนาด 1 ตัน อย่างรถยนต์โตโยต้า ไฮลักซ์ ซึ่งคาดว่าจะเปลี่ยนจากไฮลักซ์ รีโว่ เดิม โดยมากับชื่อรุ่นใหม่ และตามแผนงานที่นายโนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ได้ประกาศความชัดเจนว่า จะมีการแนะนำออกสู่ตลาดภายในปี 2568 อย่างแน่นอน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โตโยต้าส่ง 2 รุ่นใหม่ไฮบริด-อีวี หวังมาตรการภาครัฐกระตุ้นดันตลาดฟื้น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...