โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘สุริยะ’ เปิดแผน 3 ระยะ แก้ฝุ่น ‘PM2.5’ ตรวจทุกระบบขนส่ง พบกระทำผิดลงดาบตามกฎหมายทันที

The Bangkok Insight

อัพเดต 24 ม.ค. 2568 เวลา 11.52 น. • เผยแพร่ 24 ม.ค. 2568 เวลา 11.52 น. • The Bangkok Insight

"สุริยะ" เปิดแผน 3 ระยะ แก้ฝุ่น "PM2.5" ตรวจทุกระบบขนส่ง โดยสารสาธารณะ-รถร่วมบริการ-รถบรรทุก พบกระทำผิดลงดาบตามกฎหมายทันที

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ ท่าเรือกรุงเทพ (ท่าเรือคลองเคย) เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร เพื่อติดตามมาตรการ และ ตรวจควันดำรถบรรทุก สืบเนื่องจากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในเขตกรุงเทพมหานครอยู่สภาวะวิกฤต ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและสุขภาพของประชาชนเป็นจำนวนมาก จึงต้องแก้ไขปัญหาระยะสัันอย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้ บริเวณท่าเรือกรุงเทพ เป็นจุดที่มีรถบรรทุกขนส่งสินค้าเข้า-ออกเป็นจำนวนมาก ซึ่งได้เน้นย้ำกับผู้ประกอบการ และผู้ขับรถบรรทุกทุกราย ให้ดูแลเครื่องยนต์ไม่ให้มีค่าควันดำเกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด รวมถึงรถบรรทุกที่มีค่าควันดำเกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการพ่นข้อความห้ามใช้ทันที และให้ผู้ขับรถนำรถไปแก้ไขจึงจะนำรถมาใช้งานได้

PM2.5

ตรวจสอบรถโดยสาร รถสาธารณะ รถบรรทุก

ทั้งนี้ได้สั่งการให้ กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) จัดชุดเฝ้าระวังออกตรวจสอบค่าควันดำจากรถโดยสารสาธารณะ รถร่วมบริการ รถบรรทุก และยานพาหนะที่มีการตกแต่งเครื่องยนต์ (รถกระบะแต่งซิ่ง) ในพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในที่มีค่า PM2.5 สูง โดยได้ประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครในการลงพื้นที่ตรวจฯ และจัดชุดผู้ตรวจการขนส่งทางบก จำนวน 16 ชุด ออกตรวจในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด พ่นข้อความ “ห้ามใช้” ในกรณีมีค่าการปล่อยควันดำเกินมาตรฐาน โดยผู้ประกอบการและเจ้าของรถทุกคันที่ถูกพ่นห้ามใช้ ต้องนำรถไปแก้ไขและนำรถเข้ารับการตรวจสภาพ ณ สำนักงานขนส่ง หากฝ่าฝืนใช้รถโดยที่มีคำสั่งห้ามใช้ มีความผิดตามกฎหมาย

PM2.5

นายสุริยะ กล่าวต่อว่า ส่วนการตรวจสอบรถบรรทุก และรถโดยสาร ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตามมาตรการลดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 โดยทางกรมการขนส่งทางบก ได้รายงานว่า ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2567 - 23 มกราคม 2568 มียอดตรวจสะสมรวม 30,401 คัน พบมีค่าควันดำเกินมาตรฐานและดำเนินการพ่นห้ามใช้รถแล้ว 809 คัน

อีกทั้งยังได้กำชับและเตือนผู้ประกอบการรถโดยสารและรถบรรทุกตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไปที่ไม่ได้ลงทะเบียนบัญชีสีเขียว (Green List) ของกรุงเทพมหานคร ห้ามขับรถเข้าไปในพื้นที่วงแหวนรัชดาภิเษก จำนวน 9 เขต ได้แก่ ดุสิต พญาไท พระนคร ป้อมปราบศัตรูพ่าย สัมพันธวงศ์ คลองสาน สาทร ปทุมวัน บางรัก เพื่อลดมลพิษและฝุ่น PM2.5 ในเขตกรุงเทพชั้นในที่มีการจราจรหนาแน่น และมีค่าเฉลี่ยฝุ่น PM 2.5 สูง หากฝ่าฝืนมีโทษตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550

นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกจะดำเนินการจัดเจ้าหน้าที่กองตรวจการลงพื้นที่ตรวจสอบรถโดยสารประจำทางหมวด 1 ณ อู่รถ ขสมก. ทั้ง 8 เขตการเดินรถ จำนวน 21 แห่ง รวมถึง รถโดยสารประจำทาง ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร, เอกมัย, สายใต้) โดยกรมการขนส่งทางบกได้บูรณาการร่วมกับกรุงเทพมหานคร จัดชุดเฉพาะกิจลงพื้นที่ออกตรวจสอบค่าฝุ่น PM2.5 ณ สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และสถานประกอบการ ได้แก่ แพลนท์ปูน, บริเวณไซต์งานก่อสร้าง โรงงานอุตสาหกรรมในเขตกรุงเทพฯ เพื่อเป็นการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศและฝุ่น PM 2.5 อย่างยั่งยืนต่อไป

3 ระยะ มาตรการแก้ปัญหาฝุ่นด้านการขนส่ง

สำหรับ มาตรการแก้ไขฝุ่น PM2.5 จะแบ่งได้ 3 ระยะ ได้แก่ ระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการระยะเร่งด่วน ประกอบด้วย มาตรการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ ตรวจสภาพรถของหน่วยงานทุกเดือนเป็นประจำ มาตรการปรับปรุงคุณภาพน้ำมัน มาตรการแก้ปัญหารถติด และ มาตรการลดฝุ่น เป็นต้น

ดำเนินการตามแผนระยะกลาง โดยจะแบ่งเป็น 5 ส่วน

1. ส่งเสริมขนส่งสาธารณะ เช่น เร่งก่อสร้างรถไฟฟ้าตามแผนแม่บท จัดทำตั๋วร่วม และ เพิ่ม Park&Ride เป็นต้น

2. เปลี่ยนเครื่องยนต์เป็นพลังงานสะอาด เช่น รถโดยสารสาธารณะ NGV-EV รถแท็กซี่และรถสามล้อเครื่อง EV เรือโดยสารสาธารณะEV สนับสนุนการเแลี่ยนรถในหน่วยงานราชการเป็น EV-NGV ตรวจสอบรถของหน่วยงานที่อยู่ในสภาพเก่าที่ใช้งานไม่ได้ให้ปรับเปลี่ยนรถ EV/NGV

3. มาตรการด้านภาษี ได้แก่ สร้างความเข้าใจ Congestion Charge และ สร้างความเข้าใจ ภาษีมลพิษ รวมถึงปรับภาษีสรรพสามิตและภาษีศุลกากรสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV)

4. จำกัดการใช้รถยนต์เก่า โดยการ สร้างความเข้าใจ ภาษีรถเก่า

5. แนวความคิดในการบูรณาการสวัสดิการกับนโยบาย ประกอบด้วย จัดรถ Shutter Bus (รถที่ใช้พลังงานสะอาด) รับ-ส่ง ระหว่างหน่วยงานราชการกับระบบขนส่งสาธารณะ MRT/BTS รวมถึง บัตรรถโดยสารสาธารณะรายเดือนราคาประหยัด และต้องเร่งติดตัง EV Charging Station ในหน่วยงานราชการ

ด้านแผนระยะยาว จะมีทั้งหมด 4 ด้าน ได้แก่

1. บังคับใช้มาตรการทางภาษีและการจัดการความต้องการในการเดินทาง ได้แก่ ระบบ Congestion Charge , ภาษีมลพิษ , ภาษีรถเก่า และ มาตรการ Travel Demand Management

2. ห้ามรถบรรทุกขนาดใหญ่ ได้แก่ เปลี่ยนท่าเรือกรุงเทพจากบริการสินค้าคอนเทนเนอร์เป็นท่าเรือสำหรับการท่องเที่ยวและผู้โดยสารรวมถึง Port City

3. จำกัดการใช้เครื่องดีเซล โดยห้ามใช้เครื่องยนต์ดีเซลใน กทม.

4. เปลี่ยนเครื่องยนต์เป็นพลังงานสะอาด จากการเปลี่ยนรถโดยสารสาธารณะเป็น EV ทั้งหมด

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...