โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดเทรนด์แกล้งกันใน ‘TikTok’ ทำตามแผนฉ้อโกงจริง อาชญากรไซเบอร์

The Bangkok Insight

อัพเดต 18 ก.ค. 2565 เวลา 15.55 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2565 เวลา 00.30 น. • The Bangkok Insight

แคสเปอร์สกี้ เผยเทรนด์เล่นแกล้งกันใน TikTok ทำตามแผนการฉ้อโกงจริงของอาชญากรไซเบอร์ ระวังแจ้งเตือนปลอมจาก PayPal

ใน TikTok มีการกลั่นแกล้งเล่นนอกลู่นอกทาง ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก โดยผู้กลั่นแกล้งจะโทรหาเพื่อนโดยใช้เสียงตอบรับอัตโนมัติ และบอกเพื่อนว่าเงินจำนวนมาก กำลังจะถูกหักจากบัญชี

TikTok

ผู้เชี่ยวชาญของ แคสเปอร์สกี้ เตือนว่า แนวโน้มนี้เป็นแผนการฉ้อโกงที่แท้จริงของอาชญากรไซเบอร์ เรียกว่า วิชชิ่ง (vishing)

นักวิจัยของแคสเปอร์สกี้ ตรวจพบว่า มีจำนวนอีเมลวิชชิ่ง (vishing email) เพิ่มขึ้นในเดือนมิถุนายนเกือบ 100,000 ฉบับ และยอดรวมอีเมลวิชชิ่งระหว่างเดือนมีนาคมถึงมิถุนายน 2022 ประมาณ 350,000 ฉบับ

แฉวิธีการทำงานของวิชชิ่ง

วิชชิ่ง หรือ Vishing ย่อมาจาก Voice Phishing เป็นการฉ้อโกงที่โน้มน้าวผู้ใช้ให้โทรหาอาชญากรไซเบอร์และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและรายละเอียดธนาคารทางโทรศัพท์ มักเริ่มต้นด้วยอีเมลที่ผิดปกติจากร้านค้าออนไลน์ขนาดใหญ่หรือระบบการชำระเงิน เช่นเดียวกับแผนการฟิชชิ่งส่วนใหญ่

ตัวอย่างเช่น อาจเป็นจดหมายจาก PayPal เวอร์ชันปลอมที่บอกว่าเพิ่งได้รับคำขอให้ถอนเงินจำนวนมากจากบัญชีของคุณ เป็นต้น

แต่ข้อแตกต่างคือ แม้ว่าอีเมลฟิชชิ่งทั่วไปจะขอให้เหยื่อคลิกลิงก์เพื่อยกเลิกคำสั่งซื้อ แต่อีเมลวิชชิ่งจะขอให้ผู้รับโทรไปที่หมายเลขฝ่ายดูแลลูกค้าที่ให้ไว้ในอีเมลโดยด่วน

ผู้เชี่ยวชาญของแคสเปอร์สกี้เน้นย้ำว่า อาชญากรไซเบอร์ตั้งใจเลือกใช้วิธีนี้ เนื่องจากเมื่อผู้ใช้เปิดดูเว็บไซต์ฟิชชิ่ง มักจะมีเวลาคิดทบทวนเกี่ยวกับการกระทำของตน หรือสังเกตเห็นสัญญาณอันตรายว่าเว็บนั้นไม่ถูกต้อง

แต่หากเหยื่อคุยโทรศัพท์ มักจะคิดฟุ้งซ่านและระมัดระวังตัวยากขึ้น ภายใต้สถานการณ์เหล่านี้ ผู้โจมตีจะทำทุกวิถีทางเพื่อได้เปรียบ เช้น รีบเร่ง ข่มขู่ และเรียกร้องให้เหยื่อบอกรายละเอียดบัตรเครดิตอย่างเร่งด่วน เพื่อยกเลิกธุรกรรมที่เป็นการฉ้อโกงดังกล่าว

หลังจากได้รับรายละเอียดบัญชีธนาคารของเหยื่อแล้ว อาชญากรไซเบอร์จะใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อขโมยเงิน

ทั้งนี้ ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา (ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงมิถุนายน 2565) ตรวจพบอีเมลวิชชิ่งเกือบ 350,000 ฉบับ โดยขอให้ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อโทรเข้ามาและยกเลิกธุรกรรม

ในเดือนมิถุนายน จำนวนอีเมลเพิ่มขึ้นถึงเกือบ 100,000 ฉบับ ทำให้นักวิจัยคาดการณ์ว่าแนวโน้มนี้กำลังได้รับแรงผลักดันและมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อไป

น่าแปลกที่ชาว TikTok มักใช้แผนวิชชิ่งซ้ำ ๆ โดยมีความแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือ จะไม่ส่งอีเมลหลอกลวงล่วงหน้า และไม่ขโมยอะไรจากเหยื่อ เพราะเป้าหมายคือการแสดง ไม่ใช่เงิน

การโทรจะดำเนินการผ่านเครื่องตอบรับอัตโนมัติ ซึ่งสร้างเสียงโดยเครื่องมือแปลออนไลน์ ส่วนใหญ่มักเล่นพิเรนทร์ แนะนำตัวเองในฐานะตัวแทนจากแผนกบริการลูกค้าของร้านค้าออนไลน์ขนาดใหญ่ โดยอ้างว่าเพิ่งได้รับคำสั่งจากเหยื่อเป็นเงินหลายพันดอลลาร์และขอคำยืนยันจากเหยื่อ

ไม่ว่าเหยื่อจะตอบกลับอย่างไร สิ่งต่อไปที่เครื่องตอบรับอัตโนมัติจะพูดก็คือ ขอบคุณ คำสั่งซื้อของคุณได้รับการยืนยันแล้ว เหยื่อก็จะคิดว่าเครื่องตอบรับอัตโนมัติฟังผิด และเงินจะถูกถอนออกจากบัญชีทันที ทำให้เหยื่อตื่นตระหนก และไม่รู้ว่ากำลังถูกแกล้ง

เมื่อผู้ใช้ถูกโน้มน้าวใจให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของตนในระหว่างการโทร แทนที่จะเปิดเผยบนหน้าฟิชชิ่ง ผู้ใช้มักจะไม่ได้ทันคิดว่า ตนกำลังเป็นเป้าหมายของการหลอกลวง และวิดีโอ TikTok จำนวนมากที่มีการเล่นตลกในลักษณะนี้

นายโรมัน เดเดนอก ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย แคสเปอร์สกี้ กล่าวว่า มักจะเจอวิดีโอบน TikTok ของบล็อกเกอร์ที่แกล้งคนอื่น โดยโทรหาและบอกว่าบัญชีของพวกเขากำลังจะโดนหักเงินหลายพันดอลลาร์ ทำให้เหยื่อหลงเชื่อและตกใจ

เมื่อคุณดูวิดีโอเหล่านี้ในโทรศัพท์ คุณจะคิดว่า ทำไมใคร ๆ ถึงตกหลุมพรางได้ แต่เมื่อมีคนเจอการโทรหลอกลวงในชีวิตจริง พวกเขามักจะได้รับผลกระทบจากหลายสถานการณ์พร้อมกัน

การโทรดังกล่าวทำให้ตั้งตัวไม่ทัน เพราะ ในขณะที่หัวเต็มไปด้วยสิ่งอื่นและไม่สามารถประเมินได้ชัดเจนว่าใครอยู่ปลายสาย จะเป็นนักเล่นพิเรนทร์ นักฉ้อฉล หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยของธนาคารจริง ๆ”

วิธีหลีกเลี่ยงการตกหลุมพรางของอาชญากรไซเบอร์

  • การตรวจสอบอีเมลแอดเดรสของผู้ส่ง

อีเมลขยะส่วนใหญ่มาจากแอดเดรสที่ไม่สมเหตุสมผล หรือปรากฏเป็นคำที่ไม่มีความหมาย เช่น amazondeals@tX94002222aitx2.com หรืออื่น ๆ ที่คล้ายกัน เมื่อวางเมาส์เหนือชื่อผู้ส่ง จะเห็นที่อยู่อีเมลแบบเต็ม หากไม่แน่ใจว่าที่อยู่อีเมลถูกต้องหรือไม่ สามารถใส่ลงในเครื่องมือค้นหาเพื่อตรวจสอบได้

  • พิจารณาว่าผู้ที่ติดต่อมาต้องการข้อมูลประเภทใด

บริษัทที่ถูกต้องตามกฎหมาย จะไม่ติดต่อคุณผ่านอีเมลที่ไม่พึงประสงค์ เพื่อขอข้อมูลส่วนบุคคล เช่น รายละเอียดธนาคารหรือบัตรเครดิต หมายเลขประกันสังคมของคุณ หรือข้อมูลที่ละเอียดอ่อนอื่น ๆ โดยทั่วไป ข้อความไม่พึงประสงค์ที่แจ้งให้คุณ ยืนยันรายละเอียดบัญชี หรือ อัพเดทข้อมูลบัญชีของคุณ ควรปฏิบัติด้วยความระมัดระวัง

  • ระมัดระวังหากข้อความนั้นสร้างความรู้สึกเร่งด่วน

นักส่งสแปมมักจะพยายามกดดันโดยใช้กลยุทธ์นี้ ตัวอย่างเช่น บรรทัดหัวเรื่องอาจมีคำว่าเร่งด่วน หรือ ต้องดำเนินการทันที เพื่อกดดันให้คุณรีบดำเนินการ

  • การตรวจสอบไวยากรณ์และการสะกดคำ

เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการระบุตัวผู้หลอกลวง การพิมพ์ผิดและไวยากรณ์ที่ไม่ถูกต้องเป็นสัญญาณอันตราย การใช้ถ้อยคำที่แปลกหรือไวยากรณ์ที่ผิดปกติก็เช่นกัน ซึ่งอาจเป็นผลมาจากอีเมลถูกแปลไปมาผ่านเครื่องมือแปลหลายครั้ง

  • การติดตั้งโซลูชันการรักษาความปลอดภัยที่เชื่อถือได้และปฏิบัติตามคำแนะนำ โซลูชันที่ปลอดภัยจะแก้ปัญหาส่วนใหญ่โดยอัตโนมัติและแจ้งเตือนคุณหากจำเป็น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...