พาณิชย์ ตรวจเชิงลึกบริษัท 'เดวิด' ปมดำเนินธุรกิจในไทย ผิดพ.ร.บ.ต่างด้าวหรือไม่?
พาณิชย์ ร่วม ศปต.ลงพื้นที่ภูเก็ต ตรวจเชิงลึก ‘เดวิด’ ปมดำเนินธุรกิจในไทย
เมื่อวันที่ 5 มีนาคม นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า จากกรณีนายเดวิด ชาวต่างชาติที่อ้างว่าลื่นล้มเตะหลังคุณหมอหญิง เพราะเข้าใจผิดว่าบุกรุกบ้านนั้น เป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ และเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมโดยเฉพาะกับผู้ประกอบธุรกิจของคนไทยเอง จึงต้องดำเนินการเร่งด่วน
ล่าสุด ได้รับการประสานจาก กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มาแล้ว และเตรียมลงพื้นที่พร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเร็วๆ นี้ เพื่อตรวจสอบในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายไทย ซึ่งเป็นผลจากการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกันของ 6 หน่วยงาน ประกอบด้วย กรมฯ สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรมการท่องเที่ยว และกรมสอบสวนคดีพิเศษ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ภายใต้ศูนย์ปฏิบัติการร่วม “ศปต.” เป็นศูนย์ปฏิบัติการร่วมแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจท่องเที่ยวโดยใช้คนไทยเป็นนอมินี
นางอรมนกล่าวว่า สำหรับการตรวจสอบตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ภายใต้การดูแลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เบื้องต้นการตรวจสอบกรณีนายเดวิด ดำเนินธุรกิจจดทะเบียนภายใต้ชื่อบริษัท อีเลเฟนท์ แซงชัวรี่ พาร์ค ภูเก็ต จำกัด เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2560 มีกรรมการ บริษัท 3 คน โดยมีวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งบริษัทเพื่อประกอบธุรกิจเลี้ยงช้างเพื่อเปิดให้เข้าชม และจำหน่ายอาหารช้าง
มีผู้ถือหุ้นทั้งหมด 3 คน เป็นสัญชาติไทย 2 คน ถือหุ้นสัดส่วน 51% จำนวน 20,400 หุ้น ปรากฏว่า ไม่ขัดต่อ พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เพราะต่างด้าวถือหุ้นไม่เกิน 49% ที่กฎหมายอนุญาต ส่วนอีก 51% เป็นคนไทย
“การตรวจสอบจะอยู่ภายใต้กฎหมายที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำกับดูแล ทั้งในเรื่องของการถือหุ้นของคนต่างด้าวว่าเกินกว่าที่กฎหมายอนุญาตไว้หรือไม่/ผู้ถือหุ้นทั้งคนไทยและต่างด้าวมีสัดส่วนอย่างไร และที่มาของเงินลงทุน ขณะที่อีก 5 หน่วยงานที่ทำงานร่วมกัน ก็จะตรวจสอบ ภายใต้กฎหมายที่กำกับดูแลเช่นกัน” นางอรมนกล่าว
นางอรมนกล่าวต่อว่า ศูนย์ปฏิบัติการร่วม ศปต. มีแผนการกำกับดูแล ชาวต่างชาติ ที่เข้ามาประกอบธุรกิจ โดยใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (NOMINEE) หรือ “นอมินี” อยู่แล้ว โดยปี 2567 มีเป้าหมายตรวจสอบนิติบุคคล ประมาณ 26,019 ราย และตรวจสอบแล้ว ในจำนวนนี้เห็นว่าต้องลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึกประมาณ 419 ราย
ส่วนใหญ่พื้นที่เป้าหมาย ได้แก่ เชียงใหม่ ชลบุรี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต ประจวบคีรีขันธ์ และกรุงเทพมหานคร (สำเพ็ง เยาวราช และคลองถม) ซึ่งในจำนวนนี้มีการเรียกเอกสารหลักฐานแล้ว 313 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในภูเก็ต 59 ราย ทั้งนี้ อาจมีปรับหรือเปลี่ยนแปลงพื้นที่เป้าหมาย หลังจากได้ประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจท่องเที่ยวโดยใช้คนไทยเป็น “ตัวแทนอำพราง” (NOMINEE)
นางอรมนกล่าวว่า สำหรับบทลงโทษที่ประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยง หรือฝ่าฝืน พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว มาตรา 36 กำหนดไว้ มีโทษจำคุก ไม่เกิน 3 ปี หรือปรับ 100,000-1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากยังฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล มีโทษวันละ 10,000-50,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พาณิชย์ ตรวจเชิงลึกบริษัท ‘เดวิด’ ปมดำเนินธุรกิจในไทย ผิดพ.ร.บ.ต่างด้าวหรือไม่?
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th