สรุปที่มาที่ไป ณัฏฐกิตติ์ อธิบดีกรมการข้าว ผู้ซ้อนแผนจับ ศรีสุวรรณ
สรุปที่มาที่ไป “ณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์” อธิบดีกรมการข้าว ผู้ซ้อนแผนจับ “ศรีสุวรรณ จรรยา”
วันที่ 28 มกราคม 2567 เปิดที่มาปฏิบัติการซ้อนแผนรวบจับกุม “นายศรีสุวรรณ จรรยา” และผู้ร่วมขบวนการข่มขู่เรียกเงิน นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว 1.5 ล้านบาท เพื่อแลกกับการไม่ร้องเรียนหรือกลั่นแกล้งให้ถูกตรวจสอบ เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2567
การซ้อนแผนปฏิบัติการถูกเปิดเผยออกมาจากอธิบดีกรมการข้าวเป็นผู้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน บก.ปปป. ให้ตรวจสอบพฤติกรรมของกลุ่มคนดังกล่าว
พร้อมทั้งเตรียมแผนจับกุม หลังจากต่อรอง 3 ล้านบาท จนได้ข้อสรุปกันที่ 1.5 ล้านบาท จากนั้น อธิบดีจ่ายให้ก่อนบางส่วนประมาณ 5 แสนบาท โดยในตอนส่งมอบเงิน อธิบดีแอบถ่ายคลิปวิดีโอไว้เป็นหลักฐานไว้ จนนำมาสู่การจับกุมในครั้งนี้
ไทม์ไลน์ ซ้อนแผน
ย้อนไทม์ไลน์ไปก่อนหน้านี้ นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดินโพสต์ผ่านเฟสบุ๊ค ระบุว่า วันศุกร์ที่ 26 ม.ค.2567 เวลา 10.00 น. จะเดินทางไปยื่นคำร้องให้ รมว.เกษตร เพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบผู้บริหารกรมการข้าว เนื่องจากพบข้อพิรุธในการใช้จ่ายงบประมาณรัฐในการดำเนินโครงการหลายโครงการในช่วงรัฐบาลก่อนหน้านี้มูลค่ากว่า 19,334 ล้านบาทที่อาจส่อไปในทางทุจริตหรือไม่
โดยประกอบด้วย
1.ขอให้ตรวจสอบการทุจริตใน โครงการสนับสนุนลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตรสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว งบประมาณ 15,260 ล้านบาท
2.ตรวจสอบการทุจริตใน โครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวปี งบประมาณ 2,000 ล้านบาท
3.ตรวจสอบการทุจริตใน โครงการปรับปรุงการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าว งบประมาณ 1,200 ล้านบาท
4.ตรวจสอบการทุจริตใน โครงการส่งเสริมการลดต้นทุนการผลิตข้าวรักษ์โลก BCG Model 874 ล้านบาท
ทั้งยังระบุว่า ได้พบว่ามีบุคคลใกล้ชิดของผู้บริหารกรมการข้าว อาจมีผลประโยชน์ทับซ้อน กับแก๊งตีนไก่เถื่อนด้วยหรือไม่ เพราะมีการทำกิจการปศุสัตว์ ฟาร์มไก่ขนาดใหญ่มูลค่าหลายร้อยล้านในจังหวัดลพบุรี โดยอาจมีการปกปิดบัญชีทรัพย์สิน หรือแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จด้วยหรือไม่
แต่หลังจากนั้น ในช่วงสายของวันเดียวกัน นายศรีสุวรรณได้ลบโพสต์ และแจ้งยกเลิกหมายแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน
อธิบดีโจร่วมประธานาธิบดีเยอรมนี
ซึ่งในวันที่จะมีการจับกุม ‘นายศรีสุวรรณ’ ที่จังหวัดปทุมธานีนั้น ‘นายณัฏฐกิตติ์’ อยู่ระหว่างการร่วมลงพื้นที่กับร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ เพื่อให้การต้อนรับคณะ ดร.ฟรังค์-วัลเทอร์ ชไตน์ไมเออร์ (H.E. Dr. Frank-Walter Steinmeier) ประธานาธิบดีแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และภริยา เดินทางเยือนจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเยี่ยมชมแปลงเรียนรู้โครงการระบบการผลิตข้าวยั่งยืน บ้านดอนหมู อ.ตระการพืชผล
ทันทีที่ ข่าวการจับกุมเปิดเผยออกไป ‘อธิบดีกรมการข้าว’ ผู้ที่กล้าซ้อนแผนจับ นักร้องอย่าง “ศรีสุวรรณ” ได้กลายเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในค่ำคืนเดียวกัน
ประวัติ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์
นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว หรืออธิบดีโจ สำเร็จการศึกษาจาก เทคโนโลยีการเกษตร (พืชศาสตร์) สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ ซึ่งปัจจุบันคือ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
และเป็นลูกหม้อที่รับราชการในกระทรวงเกษตรมาตลอด เคยเป็นผู้อำนวยการกองเมล็ดพันธุ์ กรมการข้าว ก่อนได้รับแต่งตั้งไปดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ปี 2564
แม้การย้ายไปเติบโตข้ามกรมไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ใช่จะเป็นไปไม่ได้ เพราะอธิบดีโจผ่านงานในตำแหน่ง ‘เกษตรจังหวัด’ นครสวรรค์และจังหวัดสกลนคร ซึ่งอยู่ภายใต้กรมส่งเสริมการเกษตรมาแล้วจึงเท่ากับกลับมาเติบโตที่กรมเดิม
แต่หลังจากนั่งในตำแหน่งรองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรเพียง 2 เดือน ก็ขยับเป็นรองอธิบดีกรมการข้าว และขึ้นสู่ตำแหน่งอธิบดีในเวลาต่อมา
เป้าหมายการทำงานหลัก
หลายคนอาจจะมองว่าโครงการลดต้นทุนการปลูกข้าว 1.5 หมื่นล้าน ที่เป็นสาเหตุของการ ตบทรัพย์อธิบดีในครั้งนี้ เป็นหนึ่งในขุมทรัพย์ของกระทรวงเกษตรกระทรวงที่ได้ขึ้นชื่อว่าติด top 10 กระทรวงที่ได้รับจัดสรรงบประมาณสูงสุดของประเทศหรือไม่
แท้จริงแล้ว ‘กรมการข้าว’ ซึ่งมีบทบาทในการดูแลชาวนาไทยกว่า 4-5 ล้านครัวเรือน ได้รับงบประมาณ ปี 2567 เพียง 4,440 ล้านบาท ‘ลดลง’ จากปี 2566 ได้เคยรับงบ 1.96 หมื่นล้านบาท ซึ่งหากเทียบกับงบภาพกระทรวงเกษตร ทั้งปี 2567 ที่ได้ 1.18 แสนล้านบาท เท่ากับคิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 5% ของงบประมาณทั้งหมด
และน้อยมากหากเทียบกับภารกิจที่อธิบดีโจ ผู้ซึ่งเคยเป็นผู้อำนวยการกองเมล็ดพันธุ์ กรมการข้าว ได้มีปณิธานไว้ การพัฒนาเมล็ดพันธุ์ข้าว และการยกระดับชีวิตเกษตรกรตามนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ของภาครัฐ
โดยเตรียมจะประกาศรับรอง 8 สายพันธุ์ ในเดือนเมษายน ปี 2567 ครอบคลุมข้าวหลายชนิด เช่น ข้าวพื้นนุ่ม ข้าวหอม ข้าวบาเล่ ข้าวสาลี และข้าวญี่ปุ่น ซึ่งทั้ง 8 สายพันธุ์ เป็นพันธุ์ที่สามารถปลูกได้ทั้งปี มีอายุการเก็บเกี่ยวไม่เกิน 95 วัน เป็นพันธุ์ที่ตลาดต้องการ
ไม่เพียงเท่านั้น กรมการข้าวยังได้มีการพัฒนานวัตกรรมในหลายๆด้าน เช่น แพลตฟอร์ม ออนไลน์ “Rice Business Matching Platform” มุ่งช่วยจับคู่ธุรกิจสินค้าข้าว เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา
ส่องมาตรการข้าวปี 2567
ขณะที่นโยบายเกี่ยวกับสินค้าข้าวในปีนี้ รัฐบาล โดยคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (นบข.) มุ่งลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต สร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งบทบาทของอธิบดีกรมการข้าวคือฝ่ายเลขานุการของคณะอนุกรรมการด้านการผลิต ภายใต้ นบข. ซึ่ง มีร้อยเอกธรรมรัตน์ พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน
สำหรับการดำเนินมาตรการในปีนี้ทางนบข.ได้มีบทสรุป ให้ดำเนินโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2566/2567 จำนวน 3 ล้านตันข้าวเปลือก วงเงิน 34,437 ล้านบาท เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรทั่วประเทศ ได้รับประโยชน์ 610,000 ราย
โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปี 2566/2567 วงเงิน 481.25 ล้านบาท สถาบันเกษตรกรมีเงินทุนหมุนเวียนสำหรับรวบรวมข้าวเปลือกเพื่อจำหน่าย/แปรรูป 1 ล้านตันข้าวเปลือก สถาบันเกษตรกรได้รับประโยชน์ 3.033 ล้านครัวเรือน
และยังมีโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพ ผลผลิตข้าว ปีการผลิต 2566/2567 เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร 4.68 ล้านครัวเรือน ได้รับการสนับสนุนไร่ละ 1,000 บาท/ครัวเรือน ครัวเรือนละไม่เกิน 20 ไร่
โดยเม็ดเงินที่ตั้งไว้ อาจจะอยู่ในหลากหลายหมื่นล้านจริง แต่กระบวนการดำเนินโครงการนี้ส่วนใหญ่ เงินจะไม่ได้ผ่านมาที่กรมการข้าวโดยตรง แต่จะผ่านจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรไปยังเกษตรกร และสถาบันเกษตรกรรวมถึงภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการโดยตรง ซึ่งที่ผ่านมาก็การดำเนินการในลักษณะเดียวกันนี้นับตั้งแต่รัฐบาลปรับเปลี่ยนมาใช้โครงการประกันรายได้แล้ว
- ด่วน บุกจับศรีสุวรรณ คาบ้านพัก ข่มขู่รีดเงินอธิบดีกรมการข้าว 3 ล้าน
- ธรรมนัส สั่งตรวจสอบ กรณีรวบ “ศรีสุวรรณ” ย้ำ ข้าราชการ ต้องโปร่งใส
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สรุปที่มาที่ไป ณัฏฐกิตติ์ อธิบดีกรมการข้าว ผู้ซ้อนแผนจับ ศรีสุวรรณ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net