โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คืออะไร? ตอบทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ “มนุษย์เงินเดือน” ควรรู้!

Finnomena

เผยแพร่ 06 ก.พ. 2567 เวลา 02.08 น. • FINNOMENA FUNDS

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คืออะไร? หากใครเป็น “มนุษย์เงินเดือน” คงต้องเคยได้ยินคำว่า “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” เพราะตอนเริ่มงานที่บริษัทใหม่ทีไร HR ก็จะมีแบบฟอร์มมาให้เรากรอกสมัครเป็นสมาชิกกองทุนเสมอ ซึ่งใครที่สมัครเป็นสมาชิกกองทุนก็จะถูกหักเงินเดือนไปลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่เราเลือกทุกเดือน แต่เงินที่ถูกหักนั้นมันไปอยู่ที่ไหน? แล้วจะได้รับเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเมื่อไร? ถ้าลาออกจากงานต้องทำยังไงกับเงินก้อนนี้? FINNOMENA รวบรวมทุกข้อสงสัยเหล่านั้นมาตอบในบทความนี้แล้ว!

FINNOMENA FUNDS ให้คุณได้ลงทุนในกองทุนรวมชั้นนำของประเทศไทยจากหลากหลาย บลจ. ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ไม่ว่าจะลงกองเดี่ยว จัดพอร์ต วางแผนลงทุน หรือลดหย่อนภาษี ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก https://finno.me/get-started-ws

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คืออะไร?

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) คือกองทุนที่นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันจัดตั้งขึ้นด้วยความสมัครใจ เพื่อให้ลูกจ้างมีเงินออมไว้ใช้จ่ายยามเกษียณอายุ ออกจากงาน ทุพพลภาพ หรือเป็นหลักประกันให้แก่ครอบครัวหากลูกจ้างเสียชีวิต เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่

  • เงินสะสม: เงินที่ “ลูกจ้าง” จ่ายเข้ากองทุนเพื่อตนเอง โดยกฎหมายกำหนดให้สะสมได้ตั้งแต่ 2-15% ของเงินเดือน
  • เงินสมทบ: เงินที่“นายจ้าง” จ่ายเข้ากองทุนให้ลูกจ้างอีกส่วน โดยกฎหมายกำหนดให้นายจ้างสมทบได้ตั้งแต่ 2-15% แต่ต้องเป็นอัตราที่ไม่ต่ำกว่าเงินสะสมของลูกจ้าง

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จ่ายทุกเดือนแล้วเงินไปอยู่ไหน?

ในระหว่างที่เงินอยู่ในกองทุน จะมีมืออาชีพที่เรียกว่า“บริษัทจัดการ” หรือ “บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน” (บลจ.) นำเงินไปลงทุนในตราสารทางการเงินประเภทต่าง ๆ ที่สมาชิกกองทุนได้เลือกไว้ เช่น นโยบายการลงทุนในเงินฝาก ตราสารหนี้ หุ้น ฯลฯ เพื่อสร้างดอกผลให้กับกองทุน โดยจะนำดอกผลที่เกิดขึ้นมาเฉลี่ยให้กับสมาชิกทุกคนตามสัดส่วนของเงินที่แต่ละคนมีอยู่ในกองทุน ซึ่งดอกผลที่เกิดจากการนำเงินก้อนนี้ไปลงทุนเรียกว่า“ผลประโยชน์ของเงินสะสม”และ “ผลประโยชน์ของเงินสมทบ”

ประโยชน์ของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

1. สร้างวินัยในการออม

เนื่องจากเงินสะสมที่ส่งเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพถูกหักจากเงินเดือนโดยอัตโนมัติ จึงเหมือนเป็นการสร้างวินัยในการออมด้วยการลงทุนที่สม่ำเสมอต่อเนื่องทุก ๆ เดือน ช่วยให้มีเงินออมไว้ใช้ยามเกษียณ

2. มีมืออาชีพบริหารเงินให้

เงินสะสมที่เราส่งเข้ากองทุนรวมถึงเงินสมทบของนายจ้างจะถูกบริหารจัดกาารโดยมืออาชีพอย่าง “บริษัทจัดการ”หรือ “บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน”(บลจ.) ซึ่งมีนโยบายให้เราเลือกลงทุนได้หลากหลายตามความต้องการ เช่น นโยบายการลงทุนในเงินฝาก ตราสารหนี้ หุ้น ฯลฯ

3. โอกาสสร้างผลตอบแทนจากเงินลงทุน

หากบริษัทจัดการบริหารกองทุนแล้วเกิดผลกำไรก็จะนำมาเฉลี่ยคืนให้กับสมาชิกตามสัดส่วนที่แต่ละคนมีอยู่ในกองทุน โดยจะเรียกดอกผลที่เกิดจากการบริหารจัดการนี้ว่า “ผลประโยชน์ของเงินสะสม”และ “ผลประโยชน์ของเงินสมทบ”ดังนั้นจึงควรเลือกกองทุนที่มีนโยบายลงทุนเหมาะสมกับความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้ เพื่อให้เงินที่เราลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทุกเดือนเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

4. ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี

เงินสะสมที่นำส่งเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 15% ของรายได้ และเมื่อรวมกับเงินออมเพื่อการเกษียณอายุประเภทอื่น เช่น กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) หรือกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) หรือเบี้ยประกันบำนาญแล้ว ต้องไม่เกิน 500,000 บาท

จะได้รับเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเมื่อไร?

สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะได้รับเงินกองทุนคืนเมื่อสิ้นสุดการเป็นสมาชิก ไม่ว่าจะเป็น การลาออกจากงานหรือกองทุน เกษียณอายุ รวมถึงการเสียชีวิตและทุพพลภาพ ทั้งนี้เงินสะสมและผลประโยชน์ของเงินสะสมที่จะได้รับอาจแตกต่างกันตามเงื่อนไขของแต่ละบริษัท เช่นบางบริษัทอาจมีข้อกำหนดสิทธิรับเงินสมทบและผลประโยชน์ของเงินสมทบตามระยะเวลาการทำงาน แต่สมาชิกจะได้รับส่วนของเงินสะสมและผลประโยชน์จากเงินสะสมครบทั้งจำนวน ไม่ว่าจะอายุงานเท่าไรก็ตาม ตัวอย่างเช่นนาย A ทำงานที่บริษัท B มา 4 ปี หากลาออกจะได้รับเงินส่วนที่นายจ้างสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม (เงินสมทบและผลประโยชน์ของเงินสมทบ) 50% และจะได้รับเงินในส่วนที่ตัวเองสะสมไว้ (เงินสะสมและผลประโยชน์ของเงินสะสม) 100% แต่ถ้านาย A ทำงานที่บริษัท B มา 8 ปี แล้วลาออก จะได้รับเงินที่ตัวเองสะสมไว้ รวมถึงเงินส่วนที่นายจ้างสมทบเต็ม 100% ทั้ง 2 ส่วน

ลาออกจากงาน ทำยังไงกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพดี?

ในกรณีที่มีการเปลี่ยนงาน สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพยังสามารถเก็บเงินต่อเนื่องในรูปแบบเดิมได้ เช่น

  • โอนเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของบริษัทเดิมไปยังกองทุนของบริษัทใหม่ทางเลือกนี้สามารถทำได้ทันที โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมหรือภาษี

  • โอนไปยังกองทุนรวมที่จัดตั้งขึ้นเพื่อรับเงินโอนจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพโดยเฉพาะ (RMF for PVD) ทางเลือกนี้เหมาะสำหรับคนที่ย้ายบริษัทแล้วกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของบริษัทใหม่ยังไม่มีนโยบายลงทุนที่ถูกใจ รวมถึงคนที่ลาออกจากงานแล้วไปประกอบธุรกิจส่วนตัว ก็สามารถโอนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไป RMF for PVD ได้ แต่หากย้ายไปแล้วจะไม่สามารถกลับไป PVD ได้อีกหรือในกรณีที่ไม่ต้องการส่งเงินสะสมเข้ากองทุนแล้ว ก็สามารถคงเงินไว้ที่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเดิมได้ตามระยะเวลาที่กองทุนกำหนดไว้ แต่ต้องเสียค่าธรรมเนียมด้วย นอกจากนี้ยังสามารถลาออกจากการเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ แต่จะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หากยังอายุไม่ครบ 55 ปีบริบูรณ์ และเป็นสมาชิกกองทุนน้อยกว่า 5 ปี กองทุนสำรองเลี้ยงชีพถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่สามารถช่วยเราสร้างวินัยในการออมเงินเพื่อเก็บไว้ใช้ยามเกษียณได้ อย่างไรก็ตาม ควรเลือกกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนและความเสี่ยงที่เหมาะสมกับตัวเราด้วย เพื่อเพิ่มผลตอบแทนและทำให้เงินสามารถงอกเงยได้ในระยะยาวตามวัตถุประสงค์ของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ อ้างอิง

  • https://member.set.or.th/education/th/begin/mutualfund_content14.pdf

  • https://www.umayplus.com/content/blog/%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%9E/blogdetail?blogid=2023-030000003คำเตือน การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | การลงทุนในกองทุนรวมไม่ใช่การฝากเงิน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE “@FINNOMENAPORT”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...