โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

กลุ่มลูกหนี้ กยศ. พร้อมตัวแทนลูกหนี้ กยศ. 25 คน เข้ายื่นหนังต่อเจ้ากระทรวงการคลังและอธิบดีกรมบัญชีกลาง เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม

สวพ.FM91

อัพเดต 22 ก.พ. 2567 เวลา 21.15 น. • เผยแพร่ 22 ก.พ. 2567 เวลา 21.15 น.

กลุ่มลูกหนี้ กยศ. พร้อมตัวแทนลูกหนี้ กยศ. 25 คน เข้ายื่นหนังต่อเจ้ากระทรวงการคลังและอธิบดีกรมบัญชีกลาง เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม

วันที่ 22 กุมภาพันธุ์ 2567 กระทรวงการคลัง จากกรณีที่นางสาว พัทธนันท์ แอดมินกลุ่มลูกหนี้ กยศ.และตัวแทนลูกหนี้ กยศ. 25 คน จากหลายจังหวัดซึ่งเป็นอดีตนิสิตนักศึกษา เนื่องจากมีการจ่ายหนี้ แต่ดอกเบี้ยกลับเพิ่ม ต้นก็ไม่ลด จ่ายนานกว่า 25 ปี หนี้ไม่หมด จากยอดเงินกู้หลักหมื่น กลายเป็นหลักแสน จะเข้ายื่นหนังสือต่อเจ้ากระทรวง และอธิบดีกรมบัญชีกลาง เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม 8 ข้อ โดยมีนาย ศิขรินทร์ ลิ่มนิจสรกุล หัวหน้ากลุ่มงานประสานการเมือง เป็นตัวแทนรับหนังสือและจะนำไปประสานงานตามกระบวนการต่อไป

ด้าน นางสาว พัทธนันท์ แอดมินกลุ่มลูกหนี้ กยศ. กล่าวว่า ขณะนี้พวกเรากำลังได้รับความไม่เป็นธรรมจากการปรับโครงสร้างหนี้กองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เนื่องจากตนและตัวแทนผู้กู้กยศรุ่นเก่าที่ไม่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการชำระหนี้เนื่องจากกยศ. ได้มีการเรียกลูกหนี้ กยศ.ไปเซ็นปรับโครงสร้างหนี้เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งทาง กยศ. แจ้งว่าเป็นเอกสารฉบับชั่วคราว แต่การชนะหนี้ต้องจ่ายจริงซึ่งเมื่อพวกเราได้คำนวณแล้วพบว่า เกิดความไม่ยุติธรรมเพราะว่าเงินที่อยู่กับทางกรมบังคับคดี กยศ. ไม่ได้นำเอามาหักในใบสัญญาปรับโครงสร้าง จึงทำให้ลูกหนี้ กยศ. ที่โดนหักเงินเดือนเสียเปรียบ ลูกหนี้ที่โดนหักเงินเดือน ต้องจ่ายเงิน 2 ทาง คือ ทางกรมบังคับคดีหักกับยอดหนี้ที่ลูกหนี้ต้องนำส่งจ่ายอีกหลังจากปรับโครงสร้างแล้วจนกว่า กยศ. จะคำนวณหนี้เสร็จซึ่งทำให้เกิดผลเสียต่อลูกหนี้ กยศ. เป็นอย่างมาก ซึ่งนอกจากนี้แล้วรายละเอียดเกี่ยวกับการผิดนัดชำระที่ไม่ชัดเจนเกี่ยวกับเบี้ยปรับที่แขวนไว้ ถ้าผิดนัดสะสมไม่เกิน 6 งวด หากไม่ชำระจะนำเบี้ยประมาณคิดหรือไม่จ่ายติดต่อกัน 6 งวด และเนื่องจากทาง กยศ. ทำข้อมูลให้ผู้กู้ กยศ. แต่ละคนไม่เหมือนกันจึงทำให้ผู้กู้สับสนว่าตกลงใช้ยอดไหนคำนวณกันแน่โดยทาง กยศ. มีวิธีคิดที่ไม่ชัดเจนและการคิดดอกเบี้ยซ้ำซ้อนรวม 30 ปี กยศ. ไม่มีระยะเวลาที่ชัดเจนว่าจะคำนวณหนี้ใหม่เสร็จเมื่อไหร่ซึ่งการคำนวณหนี้ปรับโครงสร้างทุกกลุ่มและทาง กยศ. ควรเอาเงินต้นที่กู้จริงมาตั้งต้น + ดอกเบี้ย1% x 15 ปี และ - กับยอดเงินที่ชำระไปแล้วรวมถึงเงินที่อยู่กับกรมบังคับคดี มาคิดและหาร180งวด ซึ่งเป็นคุณแก่ลูกหนี้ตามเจตนารมย์ พ.ร.บ. กยศ. ฉบับล่าสุด

โดยพวกเราขอความเมตตา โปรดพิจารณาสั่งการให้ทาง กยศ. ดำเนินการดังนี้
1. ขอให้ กยศ. ประกาศเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ให้ชัดเจนรวมไปถึงดอกเบี้ยปรับที่แขวนไว้ควรประกาศอย่างชัดเจนว่าเป็นการคำนวนดอกเบี้ยปรับ 0.5 ตั้งแต่เริ่มกู้ไม่ใช่เบี้ยปรับตามการพิพากษา
2. ขอให้ กยศ.ประกาศกำหนดเวลาที่กำหนดหนี้ใหม่และเสร็จให้ชัดเจน
3. ขอให้ กยศ. คำนวณหนี้ปิดบัญชีให้กับลูกหนี้ที่จ่ายเกินไปแล้วหรือพอปิดบัญชีโดยไม่ต้องรอการคำนวณหนี้ใหม่ในเดือนพฤศจิกายน 2567 เนื่องจากต้องรอถึงเดือนพฤศจิกายน 2567 จะทำให้ลูกหนี้ต้องเสียผลประโยชน์เพิ่ม
4. ในการคำนวณหนี้ปรับโครงสร้างทุกกลุ่มขอให้กยศ. นำเอาเงินต้นที่กู้จริงมา ตั้งต้น + ดอกเบี้ย 1% ป 15 ปีและ - กับเงินย้อนหลังที่ชำระไปแล้วรวมถึงเงินที่อยู่กับกรมบังคับคดีมาคิดและหาร 180 งวด
5. ขอให้พิจารณาพิจารณาการปฏิบัติงานของผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการการศึกษา(กยศ.) เนื่องจากว่าในการบริหารงานที่ผ่านมาลูกหนี้ กยศ. ทั่วประเทศได้รับผลกระทบในทางลบจำนวนมากทำให้ผู้กู้ยืมเงินรายเก่าและผู้กู้เงินรายใหม่ไม่ได้รับประโยชน์จากการปฎิบัติหน้าที่ของผู้จัดการกยศทำให้เป็นข่าวทางสื่อมวลชนทุกแขนงอย่างผิดๆมาอย่างต่อเนื่อง
6. ในกลุ่มของนักศึกษาปัจจุบัน แทนที่จะได้รับค่าครองชีพในทุกๆเดือน แต่กลับต้องเป็นการรวบรวม3เดือนให้ที 6เดือนให้ที แล้วแต่ในบางมหาวิทยาลัย ทำให้เด็กกลุ่มนี้มีความเดือดร้อนอย่างมากและมีบางมหาวิทยาลัยที่โดนระงับเงินกู้
7.ช่องทางการติดต่อ กยศ. ติดต่อยากมากและรอสายนานมาก และคำตอบก็ไม่ชัดเจนทำให้ผู้กู้กยศ. มีความสับสน
8. การปฏิบัติงานของ กยศ. ไม่เหมือนกัน แม้กระทั่งการทำเอกสารก็ไม่เหมือนกันและในแอปพลิเคชันข้อมูลไม่เหมือนเช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...