แม่ปุ้ย ปิยาภรณ์ แสนโกศิก เบื้องหลัง ‘มงฟ้า’ มิสเวิลด์ 7 ปี บทพิสูจน์วงการนางงาม
แม่ปุ้ย ปิยาภรณ์ แสนโกศิก เบื้องหลัง ‘มงฟ้า’ มิสเวิลด์ 7 ปี บทพิสูจน์วงการนางงาม
ปุ้ย ปิยาภรณ์ – เป็นตำนานบทใหม่ที่รอคอยมาหลายศตวรรษ เมื่อสาวสวยหวาน“โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี” สร้างประวัติศาสตร์คว้ามงฟ้า“มิสเวิลด์ 2025” มงแรกให้กับประเทศไทย
นับจากนั้น ชื่อของเธอก็ได้รับการกล่าวขวัญไปทั่วโลก ทั้งความงามอย่างไทย รอยยิ้มสวย สดใส และสปีชที่จับใจคนทั่วโลก
การคว้ามงกุฎในเวทีที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ไม่เพียงสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยเท่านั้น โอปอลยังแสดงให้ทั่วโลกได้รู้จัก“ผู้หญิงไทย” ที่เป็นผู้ที่มีความงามสง่าทั้งภายนอกและภายใน มีความเฉลียวฉลาด มีความนอบน้อม รวมถึงมีน้ำใจไมตรีที่งดงาม
ซึ่งเป็น “คุณค่า” ที่ “โอปอลคู่ควร” เป็นอย่างมาก ด้วยเป็นความมุ่งมั่นตั้งใจที่เธอยืนหยัดบนเส้นทางสายนี้ตั้งแต่อายุ 18 ปี ในการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2022 ที่สามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 มาครองได้ ซึ่งภายหลังมีผู้เข้าประกวดสละตำแหน่ง ทำให้เธอขึ้นครองตำแหน่ง รองชนะเลิศอันดับ 2 เรียกได้ว่าเป็นสาวน้อยมหัศจรรย์ที่ความสามารถเป็นที่ประจักษ์แม้จะเริ่มประกวดตั้งแต่อายุยังน้อยก็ตาม
หลังจากนั้นเธอกลับมาคืนสู่เวทีอีกครั้ง จากการประกวด “มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2024” และสามารถคว้ามงกุฎมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2024 มาครองได้สำเร็จ กลายเป็นตัวแทนสาวไทยไปประกวดเวทีโลกที่ประเทศเม็กซิโก และคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 3 ในปีนั้น
หากกระนั้น ก่อนหน้านี้ที่ โอปอล จะไปประกวดเวที Miss World 2025 ได้มีข่าวสุดช็อกในวงการนางงาม เธอนั้นถูกปลดจากตำแหน่งรองอันดับ 3 มิสยูนิเวิร์ส 2024 หลังจากมีข่าวเปิดตัวในฐานะ มิสเวิลด์ไทยแลนด์ 2025 ในวันเดียวกัน หากนั้นไม่ทำให้เธอเสียกำลังใจ เดินหน้าประกวดมิสเวิลด์อย่างทรงพลังในทุกมิติ
จนกระทั่ง “สร้างตำนาน” คว้ามงฟ้าจากเวทีที่เก่าแก่ที่สุดในโลกมาได้ในที่สุด
ปรบมือสิคะ รออะไร…
ความสำเร็จของโอปอล นอกจากมาจากเจ้าตัว 300% แล้ว ก็ยังมีผู้อยู่เบื้องหลังที่เป็นลมใต้ปีกให้เธอได้โบยบินไปสุดขอบฟ้า หนึ่งในนั้นคือ “แม่ปุ้ย-ปิยาภรณ์ แสนโกศิก” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด ซึ่งทาง TERO Entertainment ได้กล่าวยกย่องไว้ว่า ขอบคุณ “แม่ปุ้ย-ปิยาภรณ์ แสนโกศิก” พลังเงียบผู้ขับเคลื่อนความสำเร็จสู่ระดับโลก TPN GLOBAL
ความสำเร็จของ “โอปอล-สุชาตา” ในการคว้ามงกุฎ มิสเวิลด์ 2025 ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะความงามและความสามารถของตัวแทนสาวไทยเท่านั้น แต่ยังเกิดจากการทำงานอย่างทุ่มเทของทีมงานมืออาชีพ โดยเฉพาะ แม่ปุ้ย-ปิยาภรณ์ แสนโกศิก ในฐานะประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด แม่ปุ้ยได้วางรากฐาน พัฒนาศักยภาพของตัวแทนไทยอย่างต่อเนื่อง และยืนหยัดในเป้าหมายที่จะพาเวทีนางงามไทยสู่ระดับสากล
การคว้ามง Miss World ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ประเทศไทยจึงไม่ใช่เพียงความสำเร็จของ “โอปอล” แต่เป็นบทพิสูจน์ของวิสัยทัศน์ ความเสียสละ และความรักที่แม่ปุ้ยมีต่อวงการนางงามไทยอย่างแท้จริง
บนเส้นทางแห่งความฝันที่กลายเป็นจริง กว่าจะมาถึงวันนี้ของ “ปุ้ย-ปิยาภรณ์” เธอผ่านเรื่องราวต่างๆ มาทุกรูปแบบ ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเธอก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า หัวใจที่ไม่ยอมแพ้ของเธอ ผลลัพธ์ “งดงาม” เสมอ
ย้อนกลับไปก่อนเข้าวงการนางงาม แม่ปุ้ย เผยว่า เป็นการจับพลัดจับผลูเข้ามาบังเอิญ เพราะเธอไม่ได้อยู่ในแวดวงนางงามเลย โดยเข้าสู่วงการเมื่อปี 2018 ผู้ใหญ่ชวนให้มาช่วยจัดประกวดมิสยูนิเวิร์ส ซึ่งในตอนนั้นมีสถานการณ์ที่ประเทศไทยจะถูกยกเลิกสัญญาการเป็นเจ้าภาพจัดประกวดมิสยูนิเวิร์ส เพราะไม่จ่ายค่าลิขสิทธิ์
“แม้เราจะชอบดูนางงาม แต่ด้วยที่ไม่เคนทำก็ทำไม่เป็น แต่ก็ตัดสินใจเข้ามาลองดู เพราะถ้าไทยถูกยกเลิกสัญญาก็เสียชื่อเสียง เพราะเวลาเขาต่อว่า เขาไม่ได้ต่อว่าคนไปติดต่อ แต่เขาจะหมายถึงประเทศไทย เราก็ตัดสินใจ ทำก็ทำ โดยได้รวบรวมสมัครทีมงานมาช่วยกัน ก็เกิดเป็นอีเวนต์ใหญ่ ระดับเรียกว่าทั่วโลกเขาก็ให้ประเทศไทยเป็นอันดับหนึ่งของการเป็นเจ้าภาพจัดประกวดมิสยูนิเวิร์สในปีนั้น เราใช้ชื่อว่า Miss Universe in Bangkok 2018 ซึ่งพอจัดจริง มันก็ โอ้โห รายละเอียดเยอะ ทุนทรัพย์เยอะ ทุกอย่างเยอะไปหมด แต่ก็ด้นหลับตาทำ วิ่งกันแบบว่าไม่ต้องนอน ใช้เวลาสองเดือนอีเวนต์ใหญ่ก็เกิดขึ้น สำเร็จด้วยดี ก็สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย”
เป็นจุดเริ่มต้นที่แม้จะเริ่มแบบงง แต่เมื่อผลลัพธ์ออกมาดี เธอจึงเดินหน้าต่อในวงการนางงาม
“ก็ได้ลิขสิทธิ์มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์สมา สัญญา 6 ปี ตั้งแต่ 2019-2024 ก็เป็นอะไรที่สนุกดีเหมือนกัน และก็ไม่คิด ไม่ฝันว่า เราจะเข้ามาทำนางงาม”
ตั้งแต่ 2018 จนถึงปัจจุบัน ปิยาภรณ์ อยู่วงการนางงามมาแล้ว 7 ปี เป็นตัวแม่ตัวมัมตัวมารดาที่เหล่าแฟนๆ นางงามเรียกสั้นๆ ว่า “แม่ปุ้ย”
“พอทำแล้ว ก็รู้สึกว่า แพลตฟอร์มนี้มันสนุก แล้วมันก็สร้างคุณค่าอะไรต่อมิอะไรได้เยอะแยะเหมือนกัน เราก็เลยมีความคิดว่า มันก็ทำมาเรื่อยๆ เออพอมันทำได้ มันก็ปีนี้ผ่านไป ปีหน้าก็ทำต่อ”
ซึ่งเป็น 7 ปี ที่แม่ปุ้ยบอกว่า “ผ่านมาเยอะ” โดยเฉพาะเรื่อง “ขาดทุน”
“ในปี 2018 ก็ขาดทุนมากมาย แต่เราก็มีความคิดว่า ไม่เป็นไร ขาดทุนครั้งนั้นเนี่ย เราก็พยายามที่จะเรียนรู้แล้วก็ทำมาเรื่อยๆ มันก็ดีขึ้นๆ มันก็จัดมาได้ต่อเนื่อง”
รวมไปถึง “ดราม่า” ที่ “ทัวร์ลงฉ่ำ!”
“ดราม่าเยอะ ปีแรกไม่รู้จักแวดวงนางงาม เราก็เลยงงว่า ทำไมด่ากันได้อะไรก็ไม่รู้ คือคนนี้ไม่รู้จักกับเรา เราไม่รู้จักคนนี้ เราไม่เคยรู้จักเลย และตอนนั้นไม่รู้จัก ไม่รู้จักว่าอวตารเป็นยังไง ชื่อมันก็แปลกๆ สรุปลูกน้องบอก มันไม่มีตัวตน แต่ก็โอ๊ย เวลามันด่ามันด่าแบบมีตัวตน (หัวเราะ)”
ซึ่งนี่ก็ทำให้พบ “กฎสัจธรรม”
“แม่ปุ้ยมองว่าทุกวงการ มันมีดราม่าหมด เพียงแต่ว่าวงการนางงาม มันอาจจะออกสื่อเยอะ เป็นที่จับตาเยอะ มันก็เลยได้เห็นเยอะ ก็อย่าไปใส่ใจ และก็สอนเด็กๆ ไปเหมือนกัน เพราะบางคนโดนดราม่าแล้วจิตตกเลย ซึมเศร้า เราก็บอกว่า เอาเถอะ ถ้าดราม่านั้นมันไม่ได้ทำให้เราเดือดร้อนในชีวิตประจำวัน เราลองคิดดูสิ เราตื่นนอนมา เรามีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ มีสตางค์ซื้อข้าว มีบ้านดีๆ อยู่ มีเพื่อนดีๆ มีครอบครัวดีๆ แล้วเราคือยังไงหรอ คนด่าใครก็ไม่รู้ เงินไม่เคยให้เราสักบาทเดียว ไม่ได้ส่งเราเรียน ไม่ได้ให้ข้าวเรา แล้วเราไปตื่นเต้นอะไรกับมัน แล้วเรื่องที่ด่าเนี่ย เราก็ไม่รู้เขาเอาอะไรมาด่า ด่าจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง”
อาจเพราะผ่านมาเยอะ เธอจึงไม่มองว่าดราม่าไหนหนักสุด หากมองเป็นว่า “มีเรื่องมาก็แก้ไปแค่นั้น เพราะบางทีคำว่าดราม่าเนี่ย คนทั้งโลกทำเหมือนเป็นผู้รู้ แต่ในความเป็นจริงเขาอาจจะไม่รู้อะไรเลยก็ได้ แล้วสิ่งที่เขารู้ ก็อาจจะรู้ไม่จริง บางทีการที่เรารู้ หรือเรารู้อยู่แก่ใจอยู่แล้วว่าอะไรเป็นอะไร การพูดออกไปก็มีแต่จะวุ่นวาย แล้วคนทั้งโลกก็อาจจะมองว่า เอ้าก็ต้องบอกว่าเราถูก คุณก็ต้องบอกว่าคุณถูก น้องก็ต้องบอกว่าฉันถูก ทุกคนถูกหมด เพราะฉะนั้นเอาเป็นว่า เรารู้ข้อเท็จจริงว่ามันคืออะไร แล้วก็อย่าไปไหลตื่นเต้นตามมัน”
สัจธรรมที่ได้คือ “ปล่อยไป” แถมมองเป็น “เรื่องตลก” อีกด้วย
“สังเกตไหม ลงข่าวหนึ่งวัน พรุ่งนี้เปลี่ยนเรื่อง อย่างมากสามวัน เดี๋ยวมีเรื่องใหม่เข้ามา”
ปัจจุบัน ปิยาภรณ์ ถือลิขสิทธิ์เวทีนางงามทั้งหมด 7 เวที โดยแบ่งเป็นเวทีที่ซื้อมาเป็นของตัวเองเลย ได้แก่ Mister Global, Miss Global ที่มีทั้งไทยแลนด์และอินเตอร์ แล้วก็ เวที U Is U รวมถึง Next U และเวทีนางสาวไทย ซึ่งเป็นเวทีที่ถือลิขสิทธิ์อยู่
“ธุรกิจนางงามในประเทศไทยถือว่าดี เมื่อก่อนนี้มีคนเล่าว่ามันก็ไปเรื่อยๆ ไม่ใช่ว่าถึงขนาดแย่ แต่ก็ไม่ได้เปรี้ยงปร้าง ตั้งแต่ปี 2018 ที่อีเวนต์ในประเทศไทยมันบูมมาก หลังจากนั้นมา เราก็ตูมๆ อัดมาเต็มที่ ทุกคนก็ทำเต็มที่ หลายเวทีพัฒนาตัวเองอย่างหนัก ก็กลายเป็นว่า อุตสาหกรรมนางงามในประเทศไทย แม่ปุ้ยว่ารุนแรง แม้กระทั่งเพื่อนบ้าน อย่างเวียดนาม อินโดนีเซีย กัมพูชา เขาก็เริ่มตามมา ตอนนี้เวียดนามก็มี ส่วนเจ้าแห่งนางงาม ก็ฟิลิปปินส์”
แม้จะเป็นธุรกิจที่กำลังฮอต ทว่า แม่ปุ้ยก็ขอเตือน “มันเจ๊งก็เยอะ มันไม่ใช่สวยหรูหรอก มันเหนื่อยนะคะ”
แต่ก็ไม่ได้ห้าม “หากต้องศึกษาดูงานดีๆ”
“เพราะเพื่อนๆ หลายคนก็บ่นเหนื่อยใจ แต่ถ้าจัดสเกลเล็กๆ ก็อย่างที่บอกเรามีตังค์เท่าไหร่ เราจัดเท่านั้นก็โอเค แต่อย่างเรา นางสาวไทยเราจะลดสเกลจัดในฮอลล์เล็กๆ หรือตามโรงแรมมันก็ไม่ได้ มิสเวิร์สก็ไม่ได้ มันก็ต้องยิ่งใหญ่อลังการ ส่งเรื่องยากที่สุด ก็คือการหาเงิน แต่ก็ทุกธุรกิจแหละ หาได้มันก็ง่ายไปหมด”
จากผู้หญิงที่ไม่มีความรู้เรื่องวงการนางงาม มาถึงวันนี้ ปุ้ยเปรียบเป็น “ตัวแม่ของวงการ”
ซึ่งเธอก็ว่า “ไม่อยากจะรับอันนี้เลย” แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ คือ ประสบการณ์ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ ที่ถ้าเทียบดีกรีการศึกษา ก็เข้าขั้น “ดอกเตอร์”
“ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่เซนซิทีฟ เพราะว่ามันเล่นกับความรู้สึกของคน จำไว้เลยนะคะ นางงาม มงกุฎมีอันเดียว ก่อนประกวดทุกคนจะรักเราหมดเลย พอหลังประกวดปั๊บ สมมุติมีนางงาม 50 คน เรามี Top 10, Top 5 แต่มงมีอันเดียวใช่ไหม ทั้งหมดจะรวมตัวกันด่าเราเลย เพราะเขาก็เสียใจที่คนของเขาไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราต้องรู้เท่าทันมัน รู้ว่ามันเป็นอย่างงี้”
ในยุคแม่ปุ้ย เรียกได้ว่าเป็นยุคของ “นางงามสไตล์ใหม่” ที่พลิกฟื้นเวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ให้กลับมาผงาดอีกครั้ง จนเกิดเป็นวลีฮิต “มง 3 มาแน่” ที่เป็นดั่งคำพูดปลุกใจของนางงามทุกรุ่น โดยออกสตาร์ตผลงานแรก ส่ง “ฟ้าใส ปวีณสุดา ดรูอิ้น” มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 ที่ทะลุเข้าสู่รอบ 5 คนสุดท้ายมิสยูนิเวิร์ส 2019 ต่อมาในปี 2020 “อแมนด้า ชาร์ลีน ออบดับ” ก็สามารถเข้ารอบ 10 คนสุดท้ายมิสยูนิเวิร์ส 2020 ส่วน “แอนชิลี สก๊อตเคมมิส” มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2021 ก็โด่งดังในเคมเปญ “RealSize Beauty” สร้างแรงกระเพื่อมไปทั่วโลก ปลุกผู้หญิงที่กำลังต่อสู้กับสังคมที่บูชาบิวตี้สแตนดาร์ด ให้ลุกขึ้นมามั่นใจในตัวเอง และชื่นชมความงามของตัวเองมากยิ่งขึ้น
ขณะที่ “แอนนา เสืองามเอี่ยม” มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2022 ที่มีสตอรี่จับใจกรรมการ ชูเรื่องราวของคนชายขอบบนเวทีโลก สามารถคว้ารางวัล Leadership Award ที่เป็นรางวัลที่มอบให้กับสาวงามผู้มีภาวะผู้นำที่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นภายในสังคม ซึ่งรางวัลนี้เป็นรางวัลพิเศษที่ได้ถูกเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2022 ต่อมา “แอนโทเนีย โพซิ้ว” ก็สามารถคว้ารองชนะเลิศอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์ส 2023 มาครอง นับเป็นตำแหน่งที่สูงที่สุดของไทยในรอบ 35 ปี ล่าสุด กับมงในประวัติศาสตร์ “โอปอล-สุชาตา” มิสเวิลด์ 2025
แม่ปุ้ย ถือเป็นเบื้องหลังสำคัญที่เธอเผยว่า “ภายใต้ความสำเร็จของทุกคน เราเคลมเลยว่า ทีมเป็นเรื่องสำคัญ การให้ความรู้ การเทรนนิ่ง การปรับมายด์เซต ปรับรูปลักษณ์ มีผลสำคัญหมด ที่สำคัญเราต้องทำให้เขารู้สึกว่าปลอดภัย สบายใจ มีความสุข และมีกำลังใจที่จะทำ อันนี้จะนำไปสู่ความสำเร็จ”
ซึ่ง “นางงามในนิยามของแม่ปุ้ย” คือ นางงามที่เป็นคนธรรมดาแต่มีพลังพิเศษ
“นางงามของแม่ ก็คนธรรมดาเนี่ยแหละ เพียงแต่มีพลังพิเศษ พลังวิเศษที่จะ สมมุติหนูเซ็งมาก คิดไรไม่ออกตอนนี้ ถ้าเขาจะพูดอะไรออกมา หรือทำอะไรออกมามันทำให้หนูรู้สึกว่า แฮปปี้ คือขอแค่นี้ ส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับผู้คนได้ แล้วก็ทำประโยชน์บ้าง อย่างแอนนาเสือ เขาก็จะรณรงค์ทุกเทศกาลลอยกระทง เขาก็ทำมาตั้งแต่ก่อนเข้าวงการ ไปช่วยพ่อเก็บกระทง ส่วนแอนชิลี ก็จะคอยไปบอกตามโรงเรียนว่า ยูต้องรักตัวเอง ยูอย่ารักคนอื่นมากกว่าตัวเอง รักตัวเองแต่ไม่ได้หมายถึงเห็นแก่ตัวนะ รักตัวเองเพื่อจะเอาความรักตรงนี้เป็นพลังในการทำอะไรดีๆ ให้คนอื่น แอนโทเนียก็ Little Steps วันนี้เปิดเป็นมูลนิธิ ยังประโยชน์ให้กับสังคมมาก หรือโอปอล ก็โครงการ OPAL For Her รณรงค์มะเร็งเต้านมมาตั้งแต่เขาผ่าแล้ว ซึ่งมันดีจริงๆ”
คร่ำหวอดวงการมา 7 ปี ปิยาภรณ์มองทิศทางของธุรกิจนางงามในอนาคตว่า “ถ้าเรายึดมั่นในหลักการ ในมุมมองส่วนตัว คิดว่าคนทั้งโลกคงอยากดูนางงามหรือเวทีที่มีคุณภาพ แล้วก็สร้างสรรค์สังคม แล้วก็ เออ ส่งภาพลักษณ์ให้ผู้หญิง ให้ดูดี แล้วก็ชื่นชมต่อความเป็นผู้หญิง”
ส่วนอนาคตของแม่ปุ้ยในวงการนางงาม เธอบอกว่า “ไปต่อเรื่อยๆ”
“ธุรกิจนางงาม เป็นธุรกิจหนึ่งที่เราทำแล้วรู้สึกว่ามันก็ไปได้ดีกับเรา แล้วเราก็มีส่วน อย่างทำเวทีเด็กๆ เราก็ได้ปลูกฝังสิ่งดีๆ ให้กับเขา เพื่อเติบโตขึ้นไปในสิ่งที่ดี มนุษย์เราไม่มีใครดีหมดหรอก แต่เราต้องคิดว่าเราควรจะเป็นคนที่มีความดีมากกว่าความชั่ว เพราะฉะนั้น ถ้าเรามีตรงนี้มากกว่า มันก็ประคับประคองสังคมให้มันไปได้ แม่คิดอย่างงั้น”
ยืนยันว่า “ไม่เคยเหนื่อยกับวงการนี้” แถมยังเต็มไปด้วย “ความสุข” อีกด้วย
“เวลาที่เห็นต่างชาติชื่นชมไทยแลนด์ แล้วชอบเวลาที่เราส่งควีนของเราไป ต่างชาติเขาชื่นชม เพื่อนนางงามด้วยกันชื่นชม อย่างโอปอลเนี่ย เราก็มีความรู้สึกดูแล้วมีความสุข” แม่ปุ้ยกล่าวด้วยรอยยิ้ม
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แม่ปุ้ย ปิยาภรณ์ แสนโกศิก เบื้องหลัง ‘มงฟ้า’ มิสเวิลด์ 7 ปี บทพิสูจน์วงการนางงาม
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th