โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

รู้ตัวแล้วศพชายปริศนา เป็นคนงานบ่อเลี้ยงปลาใกล้เคียง คาดเป็นลมขณะไปหาหอยในป่าชายเลน

77kaoded

อัพเดต 24 พ.ค. 2568 เวลา 18.16 น. • เผยแพร่ 24 พ.ค. 2568 เวลา 10.42 น. • 77Kaoded

พังงา-รู้แล้วศพชายปริศนา เป็นคนงานบ่อเลี้ยงปลาใกล้เคียง คาดเป็นลมขณะไปหาหอยในป่าชายเลน

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 24 พฤษภาคม 2568 จากเหตุการณ์ที่พบศพชายปริศนาที่ท้ายบ่อกุ้งในพื้นที่บ้านบางหมัก ม.7 ต.กระโสม อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ทาง ร.ต.ท.สิทธิฑัตถ์ รัฐจักร พนักงานสอบสวนเวร สภ.ตะกั่วทุ่ง พร้อมด้วยนายธีระวัตร แก้วพิทักษ์ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงอำเภอตะกั่วทุ่ง นายแพทย์มนตรี ธนกิจ แพทย์เวรโรงพยาบาลพังงา นายเกรียงไกร ทองสม ผู้ใหญ่บ้าน ม.7 ต.กระโสม และหน่วยกู้ภัยวัดเก่าเจริญธรรม ได้ร่วมชันสูตรพลิกศพ พบว่าเป็นชายสูงอายุ ผิวดำ ตายมาแล้วประมาณ 2 วัน มีบาดแผลที่ใบหน้าจากการถูกสัตว์เลื้อยคลานแทะกิน สภาพร่างกายไม่มีร่องรอยการถูกทำร้าย

พร้อมกันนี้ได้มีข้าราชการตำรวจบำนาญและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ใกล้เคียงได้มายืนยันว่าผู้ตายคือนายสัมพันธ์ แก้วสะอาด อายุ 72 ปี ชาวบ้านพรุใหญ่ ม.5 ต.กระโสม อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา เป็นคนงานบ่อเลี้ยงปลาที่อยู่ใกล้กับบ่อกุ้งที่พบศพ ซึ่งเจ้าของบ่อเลี้ยงปลาบอกว่าเพิ่งเอาเงินมาให้ 500 บาทเมื่อวันที่19 พฤษภาคมที่ผ่านมา และปกติแกเป็นคนชอบดื่มเหล้า คาดว่าอาจจะออกไปหาหอยในป่าชายเลนแล้วเป็นลมตาย จนน้ำทะเลหนุนพัดขึ้นมาดังกล่าว

นายปรมินทร์ รักวิทย์ ผู้ใหญ่บ้านม.บ้านพรุใหญ่ ต.กระโสม อ.ตะกั่วทุ่ง เปิดเผยว่า ผู้ตายเป็นลูกบ้าน ทำงานรับจ้างดูแลบ่อเลี้ยงปลาของข้าราชการตำรวจบำนาญ พื้นที่ติดกับบ่อเลี้ยงกุ้งที่พบศพ เป็นคนโสดไม่มีครอบครัว ช่วงหลังพบว่าชอบไปหาหอยกันในป่าชายเลนมาขายอยู่เป็นประจำ คาดว่าสาเหตุน่าจะออกเป็นหาหอยแล้วเป็นลมตายอยู่ในป่าชายเลน จนถูกน้ำทะเลพัดขึ้นมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...