โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รัฐบาลเล็งเกลี่ยงบฯ กระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ หลังพายุหมุนภาษีนำเข้าสหรัฐ จ่อกดส่งออกทรุด ท่องเที่ยวจีนวูบ ชะลอดิจิทัลวอลเล็ต ดับฝันวัยรุ่นรอ 1 หมื่น เฟส 3 ถึงเวลาทบทวนบทเรียนนโยบายแจกเงิน อาจไม่ตอบโจทย์ฟื้นเศรษฐกิจไทย

BTimes

อัพเดต 16 พ.ค. 2568 เวลา 22.31 น. • เผยแพร่ 17 พ.ค. 2568 เวลา 07.00 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

มาตรการแจกเงิน 10,000 บาท ที่แต่ดั้งแต่เดิมรัฐบาลเพื่อไทยชูเป็นนโยบายเรือธง ว่าต้องการแจกเป็นรูปแบบดิจิทัลวอลเล็ต เพื่อปูทางให้ไทยเดินทางเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล และหวังจะเป็นพายุหมุนทางเศรษฐกิจลูกใหญ่พัดพากำลังซื้อ กระตุ้นเศรษฐกิจไทยได้กระฉูดนั้น แต่ที่ผ่านมากลับดูจะทุลักทุเลมาโดยตลอด ด้วยข้อกังวลการใช้เงินของรัฐฐาลจากหลายฝ่าย ทำให้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบมาตรการออกไปจากเดิม

ที่ผ่านมารัฐบาลได้แบ่งแจกเป็นเฟส และได้โอนเงินแจกมาแล้ว 2 เฟสด้วยกัน ซึ่งในเฟสแรกรัฐมุ่งเจาะจงแจกให้กับกลุ่มเปราะบาง และกลุ่มผู้สูงอายุ ก่อนที่จะเดินทางมาถึงเฟส 3 ที่รัฐตั้งเป้าจะเติมเงินในกระเป๋าประชาชน 10,000 บาทในรูปแบบดิจิทัลวอลเล็ตจริงๆ เสียที

<เงินดิจิทัล 10,000 บาทแจกใครไปแล้วบ้าง?>

โดยเงินดิจิทัลเฟส 1: แจกให้กับกลุ่มเปราะบางจำนวน 14 ล้านคน ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ วงเงินรวม 122,000 ล้านบาท เมื่อปลายเดือนกันยายน 2567
เงินดิจิทัลเฟส 2: จ่ายเงินให้กับผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 3,025,596 ราย รายละ 10,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์ 2568

เชื่อว่าคงมีหลายคนที่กำลังรอรับเงินหมื่นผิดหวัง สำหรับโครงการเฟส 3 เพราะเงื่อนไขที่รัฐบาลได้เคาะออกมา ปรากฎว่ารัฐมุ่งเป้าไปที่กลุ่มเยาวชน นักศึกษา คนรุ่นใหม่ อายุ 16–20 ปี ที่คาดว่าจะมีผู้ได้รับสิทธิ์ประมาณ 2.7 ล้านคน คิดเป็นวงเงินงบประมาณราว 2.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้กระทรวงการคลัง ได้ออกมายืนยันถึงแหล่งเงินที่จะนำมาใช้ในโครงการดิจทัลวอลเล็ตเฟสที่ 3 นี้ว่าจะมาจากงบประมาณรายการกระตุ้นเศรษฐกิจ และเสริมความเข้มแข็งเศรษฐกิจปี 2568 ที่ยังมีวงเงินคงเหลืออยู่ประมาณ 1.57 แสนล้านบาท ซึ่งเพียงพอต่อการดำเนินโครงการในครั้งนี้อย่างแน่นอน ไม่จำเป็นต้องกู้เพิ่ม

<บทเรียนนโยบายแจกเงินหมื่น อาจไม่ตอบโจทย์เศรษฐกิจ>

โครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล (Digital Wallet) เดิมเป็นนโยบายเรือธงที่รัฐบาลตั้งความหวังไว้สูงว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยฟื้นตัว ผ่านการใช้งบประมาณหลายแสนล้านบาทจากแหล่งเงินกู้ของรัฐบาล แต่หลายฝ่ายกังวลในเรื่องการดำเนินโครงการจะขัดกับข้อกฎหมาย ทำให้โครงการนี้จำเป็นต้องยืดเยื้อออกไป เนื่องจากยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ต่อมารัฐบาลจึงเปลี่ยนโครงการเติมเงินผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล เป็นโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจแจกเงินสด 10,000 บาทแทน และโครงการก็ได้เริ่มตั้งแต่ปลายเดือน ก.พ. 67 แต่หลังจากผ่านไป 1 เดือน (ยังไม่นับรวมเฟส 2 ที่ผ่านมา) ปรากฏว่าการกระเตื้องของเศรษฐกิจเริ่มแผ่วลง สะท้อนจากจีดีพีไทยปี 2567 เติบโตที่ 2.5% แต่ไม่ถึง 3% ตามเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งความหวังเอาไว้

รศ.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี ม.หอการค้าไทย มองว่าหากจะมีดิจิทัลวอลเล็ตเฟส 3 ให้พับเก็บคำว่าพายุหมุนเศรษฐกิจ เพราะมาเป็น “ระลอกเบาๆ” ส่วนเฟสใหญ่เฟสสุดท้ายซึ่งเป็นรอบเก็บตกคนที่เหลือและเป็นคนกลุ่มใหญ่ ที่รัฐบาลยืนยันว่าทำแน่นอน แต่เมื่อถึงเวลาจะได้กลับไม่ได้ ซึ่งนักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์หลายคนบอกว่าพักก่อนควรหันไปทำอะไรที่ยั่งยืนจะดีกว่า

ด้านคุณสมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัย ด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) บอกว่านโยบายเงินดิจิทัลเฟส 3 ที่ให้กับกลุ่มเยาวชนนั้นอาจได้ผลบ้าง เพราะกลุ่มคนที่แจกยังไม่มีรายได้ หรือมีรายได้ที่ไม่มากนัก เมื่อได้เงินมาอาจจะใช้จ่ายเร็ว แต่เชื่อว่าไม่น่าจะได้ผลมากกว่าเฟส 1 ที่มอบให้กับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและกลุ่มเปราะบาง แต่หากรัฐบาลต้องการให้ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจจริงๆ ควรละทิ้งแนวคิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น และมุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจในระยะยาวมากขึ้น และควรกำหนดให้ใช้ไปกับการหาทักษะความรู้ ซึ่งเหมาะสมกับกลุ่มเยาวชนมากกว่า พราะเป็นกลุ่มที่กำลังจะเข้าสู่กำลังแรงงานซึ่งอาจจะนำเงินจำนวนนี้ไปเข้ารับการฝึกอบรมเพิ่มเติมให้เป็นไปตามความต้องการของตลาดแรงงาน

<ทีดีอาร์ไอมองเศรษฐกิจอีก 4 ปี จะยังคงซบเซา>

คุณสมชัย ยังแนะอีกว่ารัฐต้องพยายาม “แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างมากขึ้น อย่าเน้นระยะสั้น” เช่น ดิจิทัลวอลเล็ต กาสิโน พนันออนไลน์ แต่ควรเพิ่มน้ำหนักในกลุ่มมาตรการระยะยาว และจะต้องเตรียมรับมือกับความยากลําบากที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสงครามการค้าที่คาดว่าจะมาแบบเต็มรูปแบบ รวมทั้งเรื่องของสงครามยูเครนในยุโรป อาจส่งผลกระทบต่อไทยในฐานะประเทศที่พึ่งพาการส่งออก และท่องเที่ยวมาก ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนที่ชะลอลง ขณะที่ในประเทศเองหนี้ครัวเรือนสูง ความสามารถในการผลิตไม่ได้ดีมากนัก เพราะฉะนั้นจะมีปัจจัยทั้งภายนอกและภายในเข้ามาพร้อมกัน ซึ่งมองว่าเศรษฐกิจคงซบเซาต่อไป และมองไป 4 ปีถัดไป ภาพก็จะคล้ายกัน ถ้าไม่ได้มีการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากลัว

<วิจารณ์หนัก ดิจิทัลวอลเล็ต เฟส 3 ส่อแววโดนพับ>

แม้จะผ่านการเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ ณ ปัจจุบัน โครงการแจกเงินหมื่นก็ยังไม่สามารถผ่านการอนุมัติจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ โดยเฉพาะครั้งล่าสุดที่ รัฐมนตรีคลัง แจ้งแล้วว่า ดิจิทัลวอลเล็ตเป็นหนึ่งในเรื่องที่ต้องทบทวน

เมื่อวันที่ 14 พ.ค.68 คุณพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกมาเปิดเผยถึงการนัดประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ จะมีการรื้อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งหมดว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล เนื่องจากครั้งนี้มีหลายเรื่องต้องทบทวน โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐอเมริกา ทุกคนเดาได้ว่าทุกประเทศจะได้รับผลกระทบหมด ดังนั้นช่วงนี้ต้องทบทวนมาตรการก่อนว่าเรื่องใดควรทำหรือไม่ เรื่องไหนควรทําก่อน

กรณีที่คุณพิชัยออกมาให้ข้อมูลบวกกับที่ผ่านมามีความคลุมเครือหลายอย่าง การไม่นำเสนอเข้าที่ประชุม ครม. จึงกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ หรือแม้กระทั่งข่าวว่ารัฐบาลอาจจะพับโครงการดิจิทัลวอลเล็ตเฟสนี้ออกไปก็เป็นได้

นายกรัฐมนตรี คุณแพทองธาร ชินวัตร ก็ได้ออกมายืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ยกเลิกโครงการ แต่การที่ยังไม่ได้เสนอเข้ามาในที่ประชุม ครม. เพราะต้องขอเวียนความเห็นของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้ได้ข้อสรุปก่อน และได้ให้เหตุด้วยว่าขณะนี้ยังต้องดูเรื่องของสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และธนาคารแห่งประเทศไทย ก็มีความคิดเห็นเข้ามา รัฐบาลก็ต้องรับฟัง โดยความตั้งใจเกี่ยวกับการขับเคลื่อนโครงการนี้ เชื่อว่ามีเป้าหมายสำคัญคือการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เมื่อมีปัจจัยแทรกเข้าม็ต้องดูก่อนว่าจะเป็นอย่างไรก่อน

เมื่อมีสถานการณ์เรื่องกำแพงภาษีทั่วโลกและมีปัจจัยใหม่ๆ เข้ามา จึงต้องฟังความคิดเห็นเพิ่มเติม หากได้ผลสรุปอย่างไรจะรีบแจ้ง

“เรามีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจหลายอย่างที่ต้องช่วยกันหลายด้าน พอส่งผลกระทบกับทั่วโลกที่ต้องใช้เม็ดเงินและนโยบายในการกระตุ้นทั้งหมด ไม่ใช่เพียงช่วงอายุใดอายุหนึ่ง เนื่องจากแผนเดิมเราจะมีการแบ่งเป็นช่วงอายุ” นายกฯ แพทองธารกล่าว

เอาเป็นว่าบรรดาวัยรุ่นที่กำลังรอเงินหมื่น อาจจะต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาลอีกครั้งว่าในท้ายที่สุดแล้วจะพับ หรือจะแค่ชะลอออกไปก่อน ซึ่งรัฐเองก็ยืนยันเสมอว่ามีงบที่กันไว้อยู่แล้ว หากคิดบวก…รัฐบาลอาจจะแค่รอดูจังหวะแจกให้เหมาะสมกับสถานการณ์ก็เป็นได้ แต่ที่แน่ๆ วัยรุ่น (หลัง) อย่างแอดฯ BTimes ลงทะเบียนทางรัฐไว้เก้อแล้วเก้ออีก ไม่รู้จะมีวาสนาได้เงินหมื่นกับเขาบ้างไหมหน๊อ..ได้แต่คิด แล้วก็สงสัย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...