โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์: อาการจากโรคความดันโลหิตสูงสังเกตได้ง่าย จริงหรือ?

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 27 พ.ค. 2568 เวลา 07.13 น. • เผยแพร่ 27 พ.ค. 2568 เวลา 00.13 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

27 พฤษภาคม 2568
แปลและเรียบเรียงบทความ : อดิศร สุขสมอรรถ
ตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ข้อมูลที่ถูกแชร์ :

อาการจากโรคความดันโลหิตสูงสังเกตได้ง่าย

บทสรุป :

  • ความดันโลหิตสูง ได้รับฉายาว่า ฆาตกรเงียบ เนื่องจากเป็นโรคที่สามารถพบได้โดยผู้ป่วยไม่แสดงอาการใด ๆ
  • ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงระดับรุนแรงเท่านั้นที่แสดงอาการผิดปกติอย่างเด่นชัด

FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง :

ความดันโลหิตสูง ได้รับฉายาว่า ฆาตกรเงียบ หรือ Silent Killer เนื่องจากเป็นโรคที่สามารถพบได้โดยผู้ป่วยไม่แสดงอาการใด ๆ

ปาร์วีน การ์ก แพทย์โรคหัวใจ สถาบันโรคหลอดเลือดหัวใจ โรงพยาบาล Keck Hospital of USC ชี้แจงว่า ส่วนใหญ่แล้ว จะมีแต่ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงระดับรุนแรงเท่านั้นที่แสดงอาการผิดปกติอย่างเด่นชัด แต่การมีความดันโลหิตสูงเป็นเวลานาน จะส่งผลเสียต่อหลอดเลือดอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่แสดงอาการใด ๆ ก่อนหน้านั้นเลยก็ตาม

การที่มีความดันโลหิตสูงอยู่นาน ๆ หากไม่ได้รับการรักษา จะทำให้เกิดการเสื่อมของหลอดเลือดตามอวัยวะต่าง ๆ นำไปสู่โรคหัวใจจากหลอดเลือดหัวใจตีบ กล้ามเนื้อหัวใจตาย หัวใจวาย ตาบอด ไตพิการ เนื้อสมองตายเนื่องจากหลอดเลือดตีบหรือแตก เป็นต้น

ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า

  • ประชากรโลก 1,280 ล้านคน ที่มีอายุระหว่าง 30–79 ปี ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง โดย 2 ใน 3 อาศัยอยู่ในประเทศที่มีรายได้น้อยและรายได้ปานกลาง
  • 46% ของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคนี้
  • 42% ของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงเท่านั้นที่เข้ารับการวินิจฉัยและเข้ารับการรักษา
  • 21% ของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงเท่านั้นที่สามารถควบคุมความดันโลหิตสูงได้
  • โรคความดันโลหิตสูงคือสาเหตุการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรที่พบได้ทั่วโลก

ปัจจัยเสี่ยงความดันโลหิตสูง

  • อายุมากขึ้น

เมื่ออายุมากขึ้น ผนังด้านในของหลอดเลือดแดงมักเริ่มสะสมสารต่าง ๆ เช่น ไขมันและแคลเซียม ทำให้เลือดไหลเวียนอย่างจำกัด ส่งผลให้หลอดเลือดแดงตีบ แข็ง หรืออุดตัน

การแข็งตัวของหลอดเลือดแดง จะส่งผลเมื่อหัวใจบีบตัว หลอดเลือดแดงจะขยายตัวได้น้อยลง ส่งผลทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น และทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น

  • น้ำหนักเกิน

จากข้อมูลสำรวจสุขภาพประชาชนไทยปี 2009 พบว่าในกลุ่มคนที่มีน้ำหนักเกิน (ดัชนีมวลกายมากกว่า 25 กก./ตร.ม.) มีความชุกของความดันโลหิตสูงมากกว่ากลุ่มคนที่มีดัชนีมวลกายน้อย (น้อยกว่า 25 กก./ตร.ม.) ประมาณ 2 เท่า

  • ไม่ออกกำลังกาย

ออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน ช่วยลดความดันโลหิตชนิดซิสโทลิก (SBP) ได้ประมาณ 4-9 มม.ปรอท

  • เสี่ยงจากกรรมพันธุ์

คนที่มีสมาชิกในครอบครัวอย่างน้อย 1 รายที่มีประวัติป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงก่อนอายุ 60 ปี จะเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูงมากกว่าคนทั่วไปถึง 2 เท่า

  • กินอาหารรสเค็มจัด

การบริโภคอาหารที่มีรสเค็มเป็นประจำ ทำให้ร่างกายได้รับเกลือจำนวนมากกว่าปกติ เกลือส่วนเกินจะดูดน้ำกลับเข้าสู่กระแสเลือดมากขึ้น ทำให้ร่างกายมีปริมาณเลือดมากขึ้น ทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดในปริมาณมากขึ้น นำไปสู่การเกิดโรคความดันโลหิตสูงในที่สุด

  • สูบบุหรี่หรือดื่มสุรามากเกินไป

นิโคตินในบุหรี่ ทำให้หลอดเลือดหดตัว จนหัวใจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือด เพิ่มความเสี่ยงการเกิดโรคความดันโลหิตสูง

แอลกอฮอล์ในสุรา ทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนแอลโดสเทอโรน (aldosterone) สูงขึ้น ฮอร์โมนแอลโดสเทอโรนทำหน้าที่เพิ่มการดูดกลับของโซเดียม และเพิ่มการขับโพแทสเซียม ทำให้ร่างกายมีการสะสมน้ำและโซเดียมมากกว่าปกติ ก่อให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงได้

สัญญาณเตือนความดันโลหิตสูง

ปกติความดันโลหิตสูงจะไม่แสดงอาการ แต่ในกรณีที่เกิดความดันโลหิตสูงรุนแรง (180/120 ขึ้นไป) อาจมีอาการดังนี้

  • ปวดศีรษะรุนแรง
  • เจ็บหน้าอก
  • เวียนศีรษะ
  • หายใจลำบาก
  • คลื่นไส้
  • อาเจียน
  • มองไม่ชัด
  • วิตกกังวล
  • สับสน
  • มีเสียงดังในหู
  • เลือดกำเดาไหล
  • หัวใจเต้นผิดจังหวะ

วิธีบำบัดความดันโลหิตสูง

  • ลดกินเค็ม (ไม่เกิน 2 กรัมต่อวัน)
  • ลดน้ำหนัก
  • ออกกำลังกายมากขึ้น (150 นาทีต่อสัปดาห์)
  • หยุดสูบบุหรี่และงดดื่มสุรา
  • ใช้ยาควบคุมความดันโลหิตตามคำสั่งแพทย์

ข้อมูลอ้างอิง :

https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/hypertension
https://www.keckmedicine.org/blog/10-blood-pressure-myths-and-facts/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...