โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

2 บิ๊กเอกชนไม่หวั่นเศรษฐกิจปีหลัง ขอการเมือง-กฎหมาย มีเสถียรภาพ

PostToday

อัพเดต 04 ก.ค. 2568 เวลา 19.36 น. • เผยแพร่ 05 ก.ค. 2568 เวลา 02.16 น.

นายวิวัฒน์ กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่เทคนิควิศวกรรม และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จากัด (มหาชน) (อมตะ) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจครึ่งปีหลัง สถานการณ์ต่างๆจะคลี่คลายลง ทั้งเรื่องการเจรจาภาษีทรัมป์ เชื่อว่า GDP ของประเทศจะอยู่ที่ 1.4-2 % แต่ขอให้การเมืองไทยมีเสถียรภาพ เพื่อสร้างความมั่นใจในการลงทุน

โดยเฉพาะเรื่องกฎหมายต่างๆ ที่ควรมีการ "กิโยตินกฎหมาย" หรือ "Regulatory Guillotine" เป็นกระบวนการทบทวนและปรับปรุงกฎหมายหรือกฎเกณฑ์ที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยมีเป้าหมายเพื่อยกเลิกหรือแก้ไขกฎหมายที่ไม่จำเป็นหรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน หรือเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนออกไป โดยต้องทำให้กฎหมายมีความเร็วและคล่องตัวสำหรับนักลงทุน

อย่างไรก็ตาม สำหรับ อมตะ แล้ว การลงทุนของบริษัทมองเป็นภาพอาเซียน หากนักลงทุนไม่ต้องการลงทุนในประเทศไทย อมตะเองก็มีพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมกระจายในภูมิภาคให้นักลงทุนเลือก ไม่ว่าจะเป็น ลาว และ เวียดนาม ซึ่งโอกาสในการลงทุนของประเทศไทยในปีนี้ที่สำคัญคือ ดาต้า เซ็นเตอร์ ซึ่งเห็นนักลงทุนทยอยเข้ามาลงทุนในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมของอมตะอย่างต่อเนื่อง

สำหรับอมตะเองก็มีการจัดสรรพื้นที่สำหรับการสร้างดาต้า เซ็นเตอร์โดยเฉพาะถึง 2,000 ไร่ ในการสร้างระบบนิเวศต่างๆทั้งไฟฟ้า น้ำ และเน็ตเวิร์ก ที่ต้องมีความเสถียรทั้งแบบสายและอากาศ 5 เส้นทาง โดยการทำงานร่วมกับ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เพื่อให้บริการลูกค้าดาต้า เซ็นเตอร์

ด้านนายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการบริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจครึ่งงปีหลัง แม้หลายฝ่ายมองว่าจะยังไม่ดีขึ้น ก็ไม่เป็นไร แต่ในมุมมองของตน ชอบที่จะลงทุนในช่วงภาวะเศรษฐกิจไม่ดี เพราะมองว่าทุกวิกฤต ยังมีโอกาส และต้องเตรียมพร้อมที่จะรับวิกฤต ที่มักวนกลับมาเกิดขึ้นได้ตลอด 3 ปี 5 ปี 10 ปี ทำให้ธุรกิจของตนต้องมีความพร้อมรับวิกฤต ตลอดวลา

แม้ว่าเศรษฐกิจในประเทศไทยตอนนี้ไม่ดี ชะลอตัว เติบโตน้อย แต่ตนเองมองว่าบางเซ็กเตอร์ยังเติบโต ทั้งเรื่องธุรกิจที่เกี่ยวกับสุขภาพ และการท่องเที่ยว ยกตัวอย่างธุรกิจโรงแรมที่เชียงใหม่ ของตนเอง ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา เริ่มมีนักท่องเที่ยวกลับมาบ้างแล้ว ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่นักท่องเที่ยวจีนที่ยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมานักท่องเที่ยวจีนหายไป แต่ก็เริ่มมีนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นๆ มาทดแทน

เมื่อมองเรื่องกำลังซื้อของคนไทย มองว่า ยังมีอยู่ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีรายได้สูง ยังคงซื้อสินค้าและบริการ คนที่รวยก็ยังรวยอยู่ ดังนั้นเรื่องการเมือง และเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ไม่เคยนำมาคิด เพราะตนเองชอบสวนกระแส การทำธุรกิจไม่กู้เงินมาทำ

ล่าสุด การพัฒนาโครงการ วัน-ชีจรรย์ เขาชีจรรย์ พัทยา ที่กำลังพัฒนาอยู่ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและจัดอีเว้นท์ระดับพรีเมียม แห่งใหม่ของพัทยาที่มีมูลค่าการลงทุนกว่า 3,000 ล้านบาท ก็เป็นการนำเงินจากการขายที่ดินที่ทองหล่อ มาต่อยอดในการทำธุรกิจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...