โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กาลามสูตร

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 26 ต.ค. 2566 เวลา 08.12 น. • เผยแพร่ 29 ต.ค. 2566 เวลา 01.00 น.

ปัญหาเรื่องโครงการแจก “ดิจิทัลวอลเล็ต” 10,000 บาทของพรรคเพื่อไทยที่มีการถกเถียงกันอย่างหนักในวันนี้

เป็นปรากฏการณ์ที่แสดงให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยไม่พร้อม

คิดไม่ละเอียด

เพราะตอนนี้ยังไม่สามารถชี้แจงได้ว่า 1. จะเอาเงินมาจากไหน

2. จะใช้เทคโนโลยี “บล็อกเชน” แบบไหน อย่างไร

ตอนแรกที่ฟังการหาเสียงของพรรคเพื่อไทย รวมถึงการให้สัมภาษณ์ในรายการต่างๆ

ผมค่อนข้างโน้มเอียงไปทางเชื่อมั่นแนวคิดนี้

แม้จะมีเสียงคัดค้านจากหลายฝ่าย

ส่วนหนึ่ง เพราะพรรคเพื่อไทยเคยทำสำเร็จมาแล้วในอดีตจากโครงการที่คนส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าจะทำได้

ไม่ว่าจะเป็นโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน โอท็อป ฯลฯ

แม้จะมีรอยตำหนิครั้งใหญ่จากโครงการจำนำข้าว

ตอนที่คุณเศรษฐา ทวีสิน รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เขาค่อนข้างมั่นใจกับโครงการนี้มาก

อาจเป็นเพราะได้ร่วมคิดนโยบายนี้ด้วย

คุณเศรษฐาเป็นคนทำงานเร็ว

ตอนอยู่ “แสนสิริ” ได้ฉายาว่า “เศรษฐาหารสอง”

ลูกน้องเสนอโครงการอะไร แล้วบอกว่าจะใช้เวลาเท่าไร

คุณเศรษฐาหารสองเลยครับ

เพราะเขาเชื่อมั่นในเรื่อง “ความเร็ว”

แต่พอมาเป็นนายกรัฐมนตรี เขาคงรู้แล้วว่าวิธีคิดแบบภาคเอกชนใช้กับงานการเมืองและระบบราชการไม่ได้

วันที่สัมภาษณ์คุณเศรษฐาบนเวที “ไทยรัฐทีวี” ผมถามถึงโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ว่าเมื่อไรจะให้คำตอบได้ว่าเงินมาจากไหน และระบบบล็อกเชนที่ใช้เป็นอย่างไร

คุณเศรษฐาบอกว่าภายใน 10 วันจะมีคำตอบใน 2 เรื่องนี้

วันที่สัมภาษณ์คือวันที่ 18 กันยายน

10 วันก็คือวันที่ 28 กันยายน

จากวันนั้นถึงวันนี้ผ่านไป 1 เดือนแล้ว

รัฐบาลก็ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะใช้เงินจากที่ไหน และระบบบล็อกเชนที่จะใช้เป็นอย่างไร

ถ้ามองแบบการเมืองก็อาจมองได้ว่า ถ้าบอกรายละเอียดเร็วเกินไปทั้งที่กว่าจะเริ่มโครงการจริงคือไตรมาสแรกของปีหน้า

บอกวันนี้ก็จะโดนโจมตีไปอีก 5 เดือน

ค่อยบอกตอนใกล้ๆ ดีกว่า

แต่ในอีกมุมหนึ่งย่อมถูกมองว่าที่รัฐบาลไม่ยอมบอก เพราะยังหาคำตอบไม่ได้

ตอนคิดโครงการคงไม่ได้ลงรายละเอียด

พอทำจริงจึงเจอปัญหามากมายที่คิดไม่ถึง

และที่สำคัญก็คือ ไม่คิดว่าจะเจอแรงต้านมากขนาดนี้

แรงต้านที่แรงที่สุด น่าจะเป็นแถลงการณ์ของ 99 นักวิชาการและคณาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์

มีอดีตผู้ว่าการและรองผู้ว่าการแบงก์ชาติหลายคนลงชื่อด้วย

ในขณะที่ผู้ว่าการแบงก์ชาติคนปัจจุบันก็แสดงท่าทีค่อนข้างชัดว่าไม่เห็นด้วยกับการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยวิธีการนี้

เขามองว่าเศรษฐกิจไทยตอนนี้ฟื้นตัวแล้ว

เหมือนกับที่แถลงการณ์นักเศรษฐศาสตร์ที่มองว่าเศรษฐกิจไทยขยายตัวร้อยละ 2.8 ในปีนี้เป็นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่น่าพอใจ

ถือว่าฟื้นตัว

2.8 คือดีแล้ว

ผมว่าประเด็นนี้คือปัญหา

เพราะถ้าเทียบเคียงกับประเทศในแถบอาเซียน ไทยฟื้นตัวจากโควิดอยู่ในลำดับท้ายๆ

นักเศรษฐศาสตร์กลุ่มนี้อาจพอใจกับตัวเลข 2.8 แต่พรรคเพื่อไทยประกาศมาตอนหาเสียงว่าเป้าหมายของเขาคือ เศรษฐกิจไทยต้องขยายตัวเฉลี่ย 5%

เพื่อจะได้ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาทในปี 2570

อย่าแปลกใจเลยครับว่าทำไมรัฐบาลกับนักเศรษฐศาสตร์จึงมีความเห็นที่ขัดแย้งกัน

เพราะคนหนึ่งพอใจ 2.8

อีกคนหนึ่งไม่พอใจการขยายตัวทางเศรษฐกิจเท่านี้

และมีเป้าหมายที่ทะเยอทะยานถึง 5

เมื่อเป้าหมายการขยายตัวทางเศรษฐกิจแตกต่างกัน

วิธีคิดย่อมไม่เหมือนกัน

คนหนึ่งบอกว่าไม่ต้องกระตุ้นเศรษฐกิจแบบรวดเร็วแล้ว

เราพอใจใน 2.8

แต่อีกฝ่ายหนึ่งไม่ยอม ต้องการขยายตัวให้ได้ 5

เพราะถ้าพอใจกับ 2.8 ก็อยู่กับ “ลุงตู่” ต่อไปดีกว่า

แนวคิดของเขาจึงต้องกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว

เรื่องนี้ไม่มีใครผิด ไม่มีใครถูก

เพราะยังไม่ได้ลงมือทำ

แต่ที่น่าสังเกตก็คือ จนถึงวันนี้ยังไม่มีใครของพรรคเพื่อไทยออกมาชี้แจงเรื่องเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ได้อย่างกระจ่างแจ้งสักคนเดียว

ถ้าเป็นภาษามวยก็ต้องบอกว่า เริ่มออกอาการตั้งแต่ยกแรก

น่ากลัวมาก…

มีประเด็นหนึ่งที่ผมอยากตั้งข้อสังเกตจากความขัดแย้งเรื่องนี้

เป็นเรื่องหลัก “กาลามสูตร” ครับ

อย่าเชื่อ เพราะ…

อย่างเช่น มีบางคนไม่เคยอ่านแถลงการณ์เละ แต่เชื่อแถลงการณ์นี้เพราะมีอดีตผู้บริหารแบงก์ชาติหลายคนลงชื่อ

ดังนั้น แนวทางนี้น่าจะถูกต้อง

แต่อย่าลืมนะครับว่าบางครั้งผู้บริหารแบงก์ชาติก็เคยผิดพลาดมาก่อน

ที่หนักที่สุดคือ ตอนปี 2540

เศรษฐกิจไทยพังเพราะผู้บริหารแบงก์ชาติในยุคนั้นนะครับ

เอาเงินสำรองไปสู้ค่าเงินบาทจนประเทศแทบล้มละลาย

ด้วยเหตุผลเดียว คือ เพื่อรักษา “เสถียรภาพ” ของค่าเงิน

ในนามของความปรารถนาดี ก็สามารถทำความผิดพลาดร้ายแรงได้

หรือล่าสุดแบงก์ชาติทำนายอัตราการเติบโตเศรษฐกิจไทยปีนี้

ตอนเมษายนบอกว่าร้อยละ 3.6

สิงหาคมบอกว่า 3 กลางๆ

พอเดือนกันยายนลดเหลือ 2.8

ผิดจากที่คาดการณ์ไว้ 0.8 หรือ 22%

ลองไปอ่านเหตุผลในคำทำนายเศรษฐกิจในแต่ละช่วงดูสิครับ

สนุกดี

ดังนั้น ถ้าจะเชื่อแถลงการณ์ฉบับนี้ต้องเชื่อเพราะเนื้อหาและเหตุผล

ไม่ใช่เพราะใครเป็นคนเซ็นชื่อ

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมรู้สึกแปร่งๆ มาก คือ การออกมาร่วมวงในเรื่องนี้ของ ป.ป.ช.

รัฐบาลเขายังไม่ทำอะไรเลย

แต่ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาติดตามแล้ว

เป็นความกระตือรือร้นที่แตกต่างจากสมัย “ลุงตู่” มาก

ในระบอบประชาธิปไตย พรรคการเมืองต้องเสนอนโยบายต่อประชาชน

เมื่อได้เป็นรัฐบาล ถ้าจะทำอะไร สภาผู้แทนราษฎรจะเป็นผู้ตรวจสอบ

พรรคการเมืองต้องรับผิดชอบกับประชาชน

ระบบต้องเป็นแบบนี้

องค์กรอิสระไม่ได้รู้ทุกเรื่องนะครับ

จำเรื่องตุลาการศาลรัฐธรรมนูญกับ พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทได้ไหมครับ

คุณสุพจน์ ไข่มุกข์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพูดถึงโครงการรถไฟความเร็วสูงว่าให้ถนนลูกรังหมดจากเมืองไทยเสียก่อน ค่อยทำรถไฟความเร็วสูง

และบอกว่าเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ตายไปเกิดใหม่รุ่นลูกหลานยังใช้หนี้ไม่หมดเลย

ครับ นั่นคือ ที่มาของคำว่า “เวลามีราคา” ที่คุณชัชชาติพูดเป็นประจำ

เพราะมูลค่ารถไฟความเร็วสูงที่สร้างในยุค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สูงกว่าตอนที่คุณชัชชาติเสนอโครงการกว่าเท่าตัว

เป็นตัวอย่างที่ดีว่าคนเราไม่ได้รู้ทุกเรื่อง

อย่าลืมว่าความรู้ในโลกนี้มีอยู่ 2 อย่าง

รู้ว่ารู้อะไร

และรู้ว่าไม่รู้อะไร

“อำนาจ” ที่ปราศจาก “ความรู้” น่ากลัวที่สุด •

ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ | หนุ่มเมืองจันท์

www.facebook.com/boycitychanFC

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...