โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

บรรลุอรหันต์กับระบบพุทธองค์ [นิยายแปล]

นิยาย Dek-D

อัพเดต 14 ก.ย 2566 เวลา 10.35 น. • เผยแพร่ 14 ก.ย 2566 เวลา 10.35 น. • Ink Stone
หลวงจีนหนุ่มหมายจะลาสิกขา แต่ถูกระบบชั่วช้าหน่วงเหนี่ยวไว้ บีบบังคับให้บรรลุ

ข้อมูลเบื้องต้น

บรรลุอรหันต์กับระบบพุทธองค์

บนภูเขาเอกดรรชนีในเขตภูเขาอันไกลโพ้นทางตะวันออกเฉียงเหนือ
มีวัดเล็กแห่งหนึ่งนามว่าเอกดรรชนี แต่กลับประหลาดอย่างยิ่ง
ในวัดมีข้าว ส่งกลิ่นหอมโชยสิบลี้
ในวัดมีน้ำ หวานสดชื่นอย่างยิ่ง เลิศล้ำกว่าสุราชั้นดี
ในวัดมีพระพุทธ หากจริงใจจะสัมฤทธิ์ผล
วัดไม่ใหญ่แต่กลับมีทุกสิ่ง วัดไม่ใหญ่แต่ความคึกคักของเพลิงเทียนกลับเหนือกว่าวัดทุกแห่งหน
และดึงดูดผู้คนนับไม่ถ้วนจากภายนอกให้อดหลับอดนอนเรียงหน้ากันเข้ามา…
ในวัดนี้มีหลวงจีนรูปหนึ่ง แม้ใจอยากสึก แต่กลับถูกระบบพุทธองค์ชั่วช้าจับตัวไว้
จำต้องอยู่ต่อไปเพื่อบรรลุอรหันต์ ได้แต่คอยพูดงึมงำอยู่ทุกวันว่า
“อาตมาจะสึก จะหาภรรยาที่ไม่ต้องสวยมาก มีลูกน้อยด้วยกัน แล้วใช้ชีวิตอย่างสงบสุข!”

*** ลิขสิทธิ์ถูกต้องภายใต้บริษัท Ink Stone Entertainment ***
ได้รับลิขสิทธิ์ออนไลน์ (Digital license) สำหรับแปลขายลงบนเว็บไซต์ได้อย่างถูกลิขสิทธิ์ 100%
เจ้าของลิขสิทธิ์ต้นฉบับ : China Literature
เรื่อง : บรรลุอรหันต์กับระบบพุทธองค์
ผู้เขียน : อีเมิ่งหวงเหลียง
ผู้แปล : Zonore
---
[老衲要还俗] / [一梦黄粱]
©2020 Ink Stone Entertainment Co., Ltd. All rights reserved.
Thai translation rights arranged with China Literature by Ink Stone Entertainment Co., Ltd.

ตอนที่ 1 หลวงจีนยากจน

ภาค1

ตอนที่ 1 หลวงจีนยากจน

เรื่องราวเกิดขึ้นในโลกคู่ขนานแห่งหนึ่ง…

ฤดูใบไม้ร่วงทางภาคเหนือ ท้องฟ้าไกลลิบ อากาศเย็นสบาย เมฆขาวลอยล่องเต็มฟ้า นกกระจอกบินไปทางใต้ สายลมเย็นสบายพัดพาใบไม้ทองอร่ามโปรยปราย ถือเป็นฤดูใบไม้ร่วงที่สวยงาม!

แต่ก็มีบางคนไม่คิดแบบนี้

ทางมุมตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองกู่หลินมีภูเขาลูกหนึ่ง ยืดยาวมาจากเทือกเขาฉางไป๋ มีนามว่าเทือกเขาทงเทียน เทือกเขาทงเทียนมีภูเขาโดดขึ้นมาอยู่ลูกหนึ่ง นามว่าภูเขาเอกดรรชนี ภูเขาไม่ถือว่าสูง แต่กลับมองเห็นฟ้าไกล น่าเสียดายไม่มีน้ำ บนภูเขามีวัดแห่งหนึ่งนามว่าวัดเอกดรรชนี! วัดมีทางเข้าแค่หน้าหลังสองทาง ด้านหน้าเป็นวัด ด้านหลังเป็นกุฏิ และก็เป็นที่พักของเหล่านักบวช…เฮอะๆ ให้พูดจริงๆ คือที่พักของสามเณรฟางเจิ้ง เพราะทั้งวัดมีแค่เขาคนเดียว

เมื่อวานนี้หลวงจีนหนึ่งนิ้วของวัดเอกดรรชนีมรณภาพไปแล้ว วัดเล็กที่เดิมทีชำรุดแทบจะจบสิ้นลง ตอนนี้อ้างว้างยิ่งกว่าเดิม

ภายในลานวัดมีต้นโพธิ์ต้นหนึ่ง เป็นผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นมาถวายให้ในตอนนั้น ขนย้ายมาจากภาคใต้ พอปลูกต้นโพธิ์แล้วผู้มีอิทธิพลคนนั้นกลับต้องโทษประหาร เรื่องที่จะสร้างให้กับวัดจึงไม่เป็นจริงและไม่มีเรื่องราวต่อไปอีก

ถึงจะปลูกต้นโพธิ์แล้ว แต่อากาศทางภาคเหนือหนาวเหน็บ ตอนนั้นก็หนาวจนเกือบตาย ตอนนี้เหลือเพียงลำต้นแห้งๆ ฟางเจิ้งคิดอยู่หลายครั้งว่าอีกสักสองสามปีคงจะตัดมาเป็นฟืนได้…

เวลานี้ฟางเจิ้งยืนอยู่ใต้ต้นโพธิ์ ในมือถือเอกสารฉบับหนึ่ง แววตาดูคับแค้นใจยิ่ง เงยหน้าเพ่งมองฟ้าพลางสวดบทหนึ่ง “อมิตาพุทธ เป็นวันซวยจริงๆ ฉันแค่อยากสึก! ตอนนี้มาให้เอกสารเก่าๆ แบบนี้ทำไม? หรือแค่เพราะเอกสารเก่าๆ นี่ฉันถึงต้องเป็นเจ้าอาวาสวัดร้างนี่อย่างนั้นเหรอ? หนึ่ง วัดนี่ไม่มีเงิน สองไม่มีคน แม้แต่ธูปยังไม่มี นอกจากพายุฝนกับสีเขียวขจีแล้วก็ไม่มีอะไรดีเลยจริงๆ!

เฮ้อ…ฉันแค่อยากเป็นคนธรรมดาใช้ชีวิตอย่างสงบสุข แต่งงานมีลูก จากนั้นตายอย่างสงบ แบบนี้มันยากเรอะ? ตอนแรกก็มีหลวงจีนเฒ่าคนหนึ่งเลี้ยงฉันจนโตอย่างลำบาก ฉันก็อดทน ตอนนี้หลวงจีนเฒ่าไปแล้ว ทำไมฉันยังต้องเปื่อยตายอยู่ในวัดนี้? ไม่! ไม่มีวัน!”

พูดจบ ฟางเจิ้งม้วนเอกสารฉบับนั้นแล้วโยนไว้ในโพรงไม้

จากนั้นกลับเข้าห้อง เก็บสัมภาระเตรียมเดินทาง!

ทว่าตอนที่เดินมาถึงประตูใหญ่ของวัดเอกดรรชนี เขากลับหยุดลง หันไปมองป้ายทรุดโทรมของวัดพลางอดนึกถึงหลวงจีนหนึ่งนิ้วที่เลี้ยงเขาจนเติบใหญ่ไม่ได้ เหตุที่หลวงจีนหนึ่งนิ้วมีนามเรียกอย่างนี้นั่นเป็นเพราะเขามีเพียงนิ้วเดียว นิ้วเดียวทำอะไรได้? เกรงว่าคนส่วนใหญ่คงทำอะไรไม่ได้เลย แต่หลวงจีนหนึ่งนิ้วกลับทำนาด้วยตัวเองได้ จากนั้นอาศัยการบิณฑบาตนำเงินจากการขายกับข้าวมาส่งฟางเจิ้งเข้าโรงเรียนจนถึงมัธยมปลาย

ประตูบานนี้ หลวงจีนหนึ่งนิ้วเป็นคนส่งฟางเจิ้งลงเขาไปเรียนหนังสือ

และเป็นประตูบานนี้ ทุกครั้งที่ฟางเจิ้งกลับมาจะเห็นหลวงจีนหนึ่งนิ้วรอเขาอยู่หน้าประตู

เพียงแต่ว่าผ่านไปในแต่ละปีแต่ละวัน ฟางเจิ้งตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ หลวงจีนหนึ่งนิ้วเตี้ยลง หลังค่อมมากขึ้น อาการปวดต่างๆ ถามหา แต่ฟางเจิ้งไม่เคยเห็นหลวงจีนหนึ่งนิ้วเจ็บปวดมาก่อน ท่านยังคงยิ้มพูดทำนองว่า ได้เห็นฟางเจิ้งเติบโตแข็งแรงขึ้นทุกวัน วัดเอกดรรชนีมีคนสืบทอดต่อแล้ว แค่นี้เขาก็ดีใจและพอใจแล้ว

พอได้ฟังดังนั้น ทุกครั้งฟางเจิ้งจะห่อเหี่ยว พูดอยู่ในใจว่า หลวงจีนท่านนี้ไม่เหมือนไต้ซือเลยสักนิด! ไต้ซือไม่ควรพูดแบบนี้ หรือจะพูดให้ฉันคิดได้กัน?

น่าเสียดายค่าเรียนมัธยมปลายสูงเกินไป หลวงจีนหนึ่งนิ้วร่างกายเริ่มแย่ลง ไม่มีแรงส่งฟางเจิ้งเรียนหนังสือต่อ ฟางเจิ้งเลยขึ้นเขากลับมาอยู่กับหลวงจีนหนึ่งนิ้ว น่าเสียดายหลวงจีนหนึ่งนิ้วไม่ให้เขาทำนา ให้แต่อ่านพุทธคัมภีร์ เรียนพระธรรม กินข้าว ตักน้ำอะไรทำนองนี้ตามที่หลวงจีนหนึ่งนิ้วทำ

เวลาผ่านไปสามปี หลวงจีนหนึ่งนิ้วมรณภาพแล้ว

ฟางเจิ้งเรียนมัธยมปลายไม่จบมาสามปี คนรุ่นเดียวกันใกล้จะขึ้นปีสี่ แต่เขายังอยู่วัดเอกดรรชนี จึงเต็มไปด้วยความคับแค้นต่อที่นี่ อยากจะพูดกับหลวงจีนหนึ่งนิ้วว่าจะลงเขาไปหางานทำหลายครั้ง ไปใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดา ไม่อยากลำบากแล้ว

แต่ทุกครั้งที่เห็นสีหน้าเจ็บปวดของหลวงจีนหนึ่งนิ้ว เขาจะทำใจพูดต่อไม่ได้

ฟางเจิ้งคิดมาตลอดว่าเขาคือซุนหงอคง ส่วนหลวงจีนหนึ่งนิ้วคือบ่วงของพระถังซำจั๋งสวมอยู่ที่หัว ให้เขาไม่มีอิสระไปชั่วชีวิต แต่หลังจากหลวงจีนหนึ่งนิ้วมรณภาพไปจริงๆ แล้วเขาพลันพบว่าเขาผิด! หลวงจีนหนึ่งนิ้วไม่ใช่บ่วงรัดหัว แต่เป็นคนที่เขาใกล้ชิดที่สุด! เป็นบุพการี เป็นทุกอย่าง!

ดังนั้นเขาถึงร้องไห้ คุกเข่าอยู่หน้าหลุมศพหลวงจีนหนึ่งนิ้วหนึ่งวัน หลังกลับขึ้นเขามาแล้วก็ยังร้องไห้อีกเจ็ดวัน!

หกวันก่อนหน้านี้เสียใจจริงๆ วันต่อมาหิว…

ดีที่วันที่เจ็ดหน่วยราชการส่งคนมาถวายข้าวและบะหมี่ให้ จากนั้นมอบเอกสารฉบับนี้ไว้ ทั้งยังเลื่อนขั้นจากสามเณรเป็นเจ้าอาวาสให้ฟางเจิ้ง! ถึงวัดจะไม่อยู่ในการดูแลของรัฐบาล การเลื่อนขั้นก็ไม่ใช่ แต่เอกสารฉบับนี้กลับมีประโยชน์อยู่บ้าง อย่างน้อยนับตั้งแต่นี้ไปฟางเจิ้งก็เป็นคนที่มีหลักแหล่งอย่างถูกต้อง

แต่ว่าฟางเจิ้งไม่ได้คิดจะเป็นนักบวช เขาอยากสึก แต่งงานมีลูก ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข! เขาไม่อยากจนอีกแล้ว!

พอนึกได้ดังนั้นฟางเจิ้งจึงหันหลับกลับไปมองพระแม่กวนอิมปางประทานบุตรกลางอุโบสถพลางตะโกนด้วยความโกรธ มีสิทธิ์อะไร? มีสิทธิ์อะไรที่พวกท่านได้รับการเซ่นไหว้บูชา แต่พวกเรากลับต้องยากจน? ผมจะไม่คอยรับใช้อีกแล้ว! ไม่ทำแล้ว! จะไปแล้ว!

‘ติ๊ง!’ ตอนนี้เองเกิดเสียงดังในความคิดฟางเจิ้ง ฟางเจิ้งตกใจสะดุ้ง ตะโกนเสียงดัง “ใคร?”

“ยินดีด้วยร่างสถิต ตรงตามเงื่อนไขการเปิดระบบพระพุทธองค์ มีวัดหนึ่งแห่งสำเร็จ มีผลทันที ท่านจะได้รับการปกป้องจากสวรรค์ เบิกเนตรหมื่นโลก”

“เล่นบ้าอะไร?” ฟางเจิ้งคิดว่ามีคนจะทำให้ตนอับอายจึงมองไปรอบๆ แต่ก็ไม่มีใคร!

เขาค้นไปทั่วตัวก็พบกับโทรศัพท์เครื่องหนึ่ง เป็นรุ่นโนเกียเมื่อหลายปีก่อน ยังรับสายได้ ทุบถั่ววอลนัทก็ได้ เสียงก็มีสองเสียง ไม่มีอินเทอร์เน็ต! ของแบบนี้ไม่มีทางใช้คำพูดระดับสูงแบบนี้ได้แน่!

ที่เหลือก็ไม่ใกล้เคียงกับความจริงตอนนี้เลย ไม่มีทางพูดได้

‘ติ๊ง! ตอบร่างสถิต ฉันคือระบบพระพุทธองค์ นายคือคนที่พระพุทธองค์เลือก’

“ระบบ? ระบบพระพุทธองค์?” ฟางเจิ้งนึกถึงอะไรบางอย่างจึงถามออกไป “สูตรโกงเหรอ?”

‘จะอธิบายแบบนั้นก็ได้’

“ถ้างั้นนายเอาอะไรมาให้ฉันได้?” ฟางเจิ้งถามขึ้นจากนั้นยิ้มแห้งพูดต่อ “เอาล่ะ ไม่ต้องตอบ ฉันจะสึกลงเขาแล้ว จะมาเป็นพระพุทธองค์อะไร…”

‘ชื่อเสียงเงินทองและผู้หญิง!’

“ฉันว่าฉันต้องทบทวนสักหน่อยแล้ว จริงๆ แล้วฉันก็ซาบซึ้งในพระธรรมอยู่เหมือนกัน อย่างน้อยหลวงตาหนึ่งนิ้วก็เคยบอกไว้” ฟางเจิ้งรีบเปลี่ยนคำทันที

‘ไม่ให้หรอก!’ ระบบตอบกลับอย่างเชื่องช้า

“เวรเอ๊ย นี่ล้อฉันเล่นเรอะ? ไม่เล่นด้วยแล้ว ฉันจะลงเขา!” ฟางเจิ้งหิ้วสัมภาระจะเดินจากไป

เสียงระดับดังขึ้นอีกครั้ง ‘แต่ฉันจะช่วยนายให้เป็นเจ้าอาวาสและไต้ซือที่หมื่นคนบนโลกนี้เลื่อมใส เปลี่ยนวัดเอกดรรชนีให้เป็นวัดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก!’

…………………….

ตอนที่ 2 ระบบพระพุทธองค์

ตอนที่ 2 ระบบพระพุทธองค์

ขาฟางเจิ้งที่ยกขึ้นหยุดชะงัก ไม่ใช่เพราะไต้ซือหรือเจ้าอาวาสอะไร แต่เพราะวัดใหญ่ที่สุด! หลวงจีนหนึ่งนิ้วเคยพูดอยู่หลายครั้งว่าความปรารถนาสูงสุดของเขาคือสร้างวัดเอกดรรชนีให้เป็นวัดใหญ่เหมือนกับวัดเมฆาขาว! อีกทั้งวัดเมฆาขาวก็เป็นเพียงวัดขนาดกลางเท่านั้น มีพื้นที่ร้อยกว่าหมู่ [1] จะไปเทียบกับวัดใหญ่ที่สุดในโลกได้อย่างไร?

ฟางเจิ้งคิดมาตลอดว่าตนไม่ติดค้างใคร แต่เขาต้องยอมรับว่าเขาติดค้างหลวงจีนหนึ่งนิ้วเยอะมาก ตอนหลวงจีนหนึ่งนิ้วมรณภาพก็ไม่ได้ร้องขออะไรเขา แต่แววตานั้นกลับเหมือนขอร้องบางอย่าง ตอนนั้นฟางเจิ้งพยักหน้า…

‘เฮ้อ เป็นลูกผู้ชายรับปากไว้แล้วก็ต้องทำให้ได้สิ ช่างเถอะ!’ ฟางเจิ้งส่ายหน้าแล้วพูดขึ้น “ในโลกนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ นายต้องการให้ฉันทำอะไร?”

“ส่งเสริมพระธรรมให้รุ่งเรือง” ระบบตอบกลับ

ฟางเจิ้งพูดต่อ “ได้ ถือว่าผ่านทาง ไม่มีปัญหา!”

“ติ๊ง! ระบบพระพุทธองค์ผูกมัดสำเร็จแล้ว ร่างสถิตจะต้องหมั่นเพียรฝึกสมาธิ ส่งเสริมพระธรรมให้เจริญรุ่งเรือง ชี้นำทุกสรรพสัตว์! หากผิดศีล จะไม่มีทายาทสืบต่อไป”

‘เวรเอ๊ย!’ ฟางเจิ้งด่าทอในใจ ก่อนพูดขึ้น “ทำไมนายไม่บอกก่อนเล่า!”

“ก็ร่างสถิตไม่ได้ถาม?” ระบบตอบ

ฟางเจิ้งตะลึง ไม่มีทายาทสืบต่อไป? นี่จะเป็นหมันตลอดชีวิตเเหรอ? เขายังอยากแต่งงานมีลูกนะ! นี่มันโหดร้ายเกินไปแล้ว!

“ตอนนี้เปลี่ยนได้หรือเปล่า?” ฟางเจิ้งถามเสียงอ่อย

“ได้!” ระบบตอบกลับอย่างตรงไปตรงมา

“อย่างนั้นก็ดี ฉันเปลี่ยนใจแล้ว” ฟางเจิ้งพูดต่อ

“หลังร่างสถิตตายจะปลดข้อผูกมัดให้เอง” ระบบเอ่ยช้าๆ

“ไอ้เวรเอ๊ย!” ฟางเจิ้งอดใจไม่ไหวด่าออกไป

“เปรี้ยง!” สายฟ้าผ่าลงตรงหน้าฟางเจิ้ง พื้นเป็นสีดำสนิท ฟางเจิ้งถึงกับขาชา

“เป็นคนที่พระพุทธองค์เลือก จะต้องระวังคำพูด ห้ามด่าทอตามอำเภอใจ” ระบบกล่าว

“ด่าในใจได้หรือเปล่า?” ฟางเจิ้งถามต่อ

“….” ระบบเองก็หมดคำจะพูด

“ระบบทำการผูกมัดแล้ว ขอประกาศภารกิจแรกของระบบ ต้องเก็บกวาดทั้งวัดให้สะอาดในหนึ่งวัน เมื่อสำเร็จจะได้รับรางวัลเสกป้ายวัดอันใหม่!”

“เอ่อ ว่าแต่ป้ายวัดมีประโยชน์อะไรเเหรอ?” ฟางเจิ้งสงสัย ก็แค่ป้ายวัดเอง ยังเอามาเป็นรางวัลระบบอีก? ตอนนี้เขาก็มีอยู่แล้วนี่!

“ได้รับการปลุกเสกเพิ่มจากพระพุทธองค์ ยกระดับความยิ่งใหญ่ของวัด”

“ตอนนี้ไม่มีเลยเเหรอ?”

“ไม่มี”

“เวรกรรม…” ฟางเจิ้งแบะปากพลางไม่คิดอย่างนั้น ก่อนแบกสัมภาระกลับกุฏิ ในเมื่อไปไหนไม่ได้ ก็เป็นนักบวชอย่างสงบสุขนี่แหละ

จากนั้นฟางเจิ้งหยิบไม้ขนไก่มาเริ่มเก็บกวาดลาน วัดนี้ไม่ได้สกปรกมาก เพียงแค่หลังหลวงจีนหนึ่งนิ้วมรณภาพแล้วก็มีฝุ่นเกาะจำนวนมากเท่านั้น ยุ่งกับงานในช่วงบ่าย ก่อนตะวันลาลับ ในที่สุดก็ทำความสะอาดวัดเสร็จ ปาดเหงื่อบนใบหน้าพลางว่า “ระบบ เสร็จแล้ว!”

“ติ๊ง! เก็บกวาดได้สะอาดมาก สมบูรณ์แบบ! พระธรรมปลุกเสกป้ายวัดเอกดรรชนี!”

เสียงวิ้งดังขึ้น แสงทองส่องลงบนป้ายวัด เห็นเพียงป้ายวัดขยับแสงวูบวาบราวกับทองคำ!

ฟางเจิ้งอดคิดในใจไม่ได้ “หากเป็นทองบริสุทธิ์ ถอดลงมาน่าจะเอาไปขายได้ราคาสูงอยู่?”

“ป้ายวัดเป็นหน้าตาของวัด ห้ามเอาไปขาย” ระบบเตือนอย่างไม่เกรงใจ

ฟางเจิ้งแบะปาก “ฉันแค่คิดก็ไม่ได้เหรอ? จริงๆ นะ ก็นายไม่ให้เงินฉัน แล้วยังจะห้ามไม่ให้ฉันคิดเรื่องพวกนี้อีกเหรอ? นายมีอำนาจทุกอย่างแล้ว ยังจะมาสนใจฝันกลางวันของฉันอีกทำไม?”

ผลคือระบบไม่สนใจเขา

แสงทองอาบไล้อยู่สิบนาทีก็หายไป

ทว่าป้ายวัดก็ยังเป็นป้ายเก่าที่ผุพังเล็กน้อยอันเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย แต่ความรู้สึกกลับต่างออกไป มองแวบแรกฟางเจิ้งยังเกิดความเคารพ เกิดความรู้สึกจิตใจสงบ! ความกลัดกลุ้มในใจพลันหายไป ความรู้สึกนั้นสุขสบายจริงๆ!

“เฮ้ย มหัศจรรย์จริงๆ!” ฟางเจิ้งอดพูดอย่างปลงอนิจจังไม่ได้

“ติ๊ง! เนื่องจากร่างสถิตสำเร็จภารกิจแรกในระดับสมบูรณ์แบบ รางวัลระบบจะมอบรางวัลวัดให้อีก จับรางวัลฟรีหนึ่งครั้ง!”

ฟางเจิ้งยังไม่ทันตั้งตัวก็เห็นแสงทองสายหนึ่งพุ่งลงมาจากฟ้า เหมือนกับพระพุทธองค์ทุบค้อนเหล็กลงมา!

“เวรแล้ว นี่ไม่ใช่ซ่อมแล้ว นี่มันจะพังกันชัดๆ!” ฟางเจิ้งตะโกนเสียงดัง ถอยเข้าไปในวัด แต่แสงทองนอกวัดขยับวูบผ่านขวางเขาไว้ข้างนอก ไม่ว่าเป็นหรือตายก็เข้าไปไม่ได้

บนวัดยังมีระฆังใหญ่ใบหนึ่ง เปล่งแสงทองอร่าม

มือของเศียรพระพุทธรูปภายในทุบค้อนเหล็กลงมา มองไม่ออกว่ากำลังทำอะไร ผ่านไปราวสิบนาที ระฆังสีทองหายไป พระพุทธองค์ก็หายไปเช่นกัน แต่ทั้งวัดเปลี่ยนไปแล้ว!

กำแพงวัดที่เดิมทีถล่มลงซ่อมกลับมาใหม่อีกครั้ง เป็นผนังสีแดงดูเด่นตาเป็นพิเศษ

ต้นโพธิ์ที่แห้งตายไปนานแล้วภายในลานมีสีเขียวขึ้นมา กิ่งไม้แก่มีหน่ออ่อน!

ฟางเจิ้งเห็นดังนั้นก็ด่ายิ้ม “เจ้านี่แตกกิ่งในฤดูใบไม้ร่วงเนี่ยนะ ไม่กลัวถูกแช่แข็งตายเรอะ? จริงๆ แล้วก็ยังอยากจะตัดแกไปทำฟืนอยู่เหมือนกัน แต่เป็นแบบนี้ก็ช่วยไม่ได้”

น่าเสียดายต้นโพธิ์พูดไม่ได้ขยับไม่ได้ ถ้าไม่อย่างนั้นคงต้องตบปากมันสักที…

ซ่อมอุโบสถเสร็จแล้ว มีภาพแกะสลักสวยงาม ชายคายกสูง สวยงามจริงๆ! ขณะเดียวกันทุกที่มีกลิ่นอายของธรรมะ นี่คือความงามแบบธรรมชาติ งามจนเหมือนกับศิลปะธรรมชาติชั้นสูง!

ตรงประตูก็มีเทวรูปพระเวทโพธิสัตว์ [2] เดิมทีแขนหายไปข้างหนึ่ง คทาสยบมารในมือก็ชำรุด ตอนนี้ยืนอยู่ตรงนั้นสมจริงราวกับมีชีวิต เดิมทีชุดเกราะสีลอกไปแล้ว แต่ตอนนี้กลับมาทองอร่ามอีกครั้ง พระหัตถ์ข้างหนึ่งเท้าสะเอว พระหัตถ์อีกข้างกดถทาสยบมารลงพื้น ดูน่าเกรงขามและยิ่งใหญ่มาก!

วัดเอกดรรชนีเป็นวัดเล็ก เทวรูปพระเวทโพธิสัตว์สร้างขึ้นแบบนี้ บอกกับผู้มาเยือนว่านี่คือวัดเล็ก ไม่ดูแลอาหารสามมื้อ หากเป็นวัดขนาดกลางอย่างเช่นวัดเมฆาขาว พระเวทโพธิสัตว์ในพระวิหารจะใช้สองมือกอดคทาสยบมาร ความหมายคือดูแลอาหารและที่พักสามวัน หากเป็นวัดใหญ่อย่างวัดเส้าหลิน พระเวทโพธิสัตว์จะกอดคทาสยบมาร สองมือประนม ความหมายคือดูแลอาหารและที่พักเจ็ดวัน!

ดังนั้นแล้วพระเวทโพธิสัตว์ไม่ใช่เพียงเทพปกปัก แต่ยังเป็นป้ายประกาศของแต่ละวัดใหญ่ หากเป็นแขกคนเฒ่าคนแก่ มองพระเวทโพธิสัตว์แวบเดียวก็รู้อะไรมากแล้ว

เดินผ่านธรณีประตูสูงไปจะวางกล่องบริจาคสีแดงเอาไว้หนึ่งใบ มองไม่เห็นว่าข้างในมีเงินเท่าไร

ฟางเจิ้งมองกล่องบริจาคพลางส่ายหน้าเบาๆ ในภาพจำเขา ตอนนั้นที่วัดเอกดรรชนีโด่งดังที่สุดก็ยังไม่เคยเห็นธนบัตรสีแดงในกล่องบริจาคมาก่อน กลับกันพวกเขายากจนมาตลอด

ใต้กล่องบริจาควางเบาะนั่งไว้สามใบสำหรับให้คนมาคารวะเทพ

ตรงข้ามกับประตูใหญ่มีเทวรูปสีขาวบริสุทธิ์ยืนอยู่องค์หนึ่ง ในอ้อมอกอุ้มทารกคนหนึ่ง ทางซ้ายขวาเป็นชายหญิงกำลังปรนนิบัติ นั่นคือพระแม่กวนอิมปางประทานบุตรกับกุมารทองกุมารีหยก

นี่ก็เป็นเทพที่วัดเอกดรรชนีบูชามาตลอด เพียงแต่พระแม่กวนอิมในตอนแรกไม่ได้อยู่กับกุมารทองกุมารีหยก อีกทั้งตอนสร้างยังดูไม่ได้อยู่เล็กน้อย กระทั่งเครื่องหน้าไม่ชัดเจน พระแม่กวนอิมตอนนี้สมจริงดั่งมีชีวิต คล้ายๆ กับหุ่นขี้ผึ้ง สวยเพียบพร้อม น่าเกรงขาม ศักดิ์สิทธิ์และมีเมตตากรุณา

……………………

[1] หนึ่งหมู่เท่ากับ 666.67 ตารางเมตร

[2] พระเวทโพธิสัตว์ คือเทพธรรมบาลผู้ปกปักพุทธศาสนาตามความเชื่อของชาวพุทธมหายานในจีน

ตอนที่ 3 เนตรสวรรค์

ตอนที่ 3 เนตรสวรรค์

กุมารทองด้านข้างหล่อเหลา กุมารีหยกงดงาม

กระทั่งฟางเจิ้งกำลังคิดว่า ‘พอทำภารกิจระบบเสร็จแล้วก็จะสึก หาหญิงสวยๆ แบบนี้สักคน!’

แต่เขาไม่รู้เลยว่าเมื่อเกิดความคิดนี้ขึ้น กุมารีหยกกระพริบตา

อ้อมอุโบสถไป ลานข้างหลังเปลี่ยนไปเช่นกัน มีพืชดอก กุฏิสองห้องหน้าต่างสะอาดขึ้น ที่สำคัญที่สุดคือในกุฏิมีห้องน้ำ! ถึงจะตกแต่งแบบโบราณ แต่ก็ไม่แย่ไปกว่าในเมืองใหญ่เลย เรื่องการอาบน้ำและถ่ายหนักเบาไม่มีปัญหาแล้ว ส่วนการถ่ายออกไปทางไหนนั้น ฟางเจิ้งหาอยู่นานก็ไม่พบ คงเป็นของจากระบบ น่าจะต่างจากแบบธรรมดา

ห้องครัวก็ถูกติดด้วยแผ่นกระเบื้อง และยังมีเครื่องครัวครบครัน เป็นห้องครัวสมัยใหม่เลยก็ว่าได้! มองไม่ออกเลยว่าอยู่ในถิ่นกันดาร

ฟางเจิ้งพอใจกับมันมาก ขณะกำลังจะกล่าวชมนั้น เขาพลันนึกอะไรออกจึงเอ่ยขึ้น “นี่ระบบ ตอนนั้นรัฐบาลต่อสายสัญญาณให้พวกเรา แล้วก็เป็นแบบไร้สายด้วย ถึงจะเป็นแค่สัญญาณโทรศัพท์ก็เถอะ แต่ว่า…มันจะมีประโยชน์อะไร?”

“ยกระดับให้ทั้งหมดแล้ว คลื่นสัญญาณ ความเสถียร เครือข่ายรวดเร็ว” ระบบตอบกลับอย่างง่ายดายมาก

ฟางเจิ้งแสยะยิ้ม ยกนิ้วโป้งขึ้น “นายนี่เจ๋งจริงๆ พระพุทธองค์เองก็ออนไลน์กับเขาด้วยเหรอ?”

“ไม่ว่าอยู่ในยุคสมัยไหน ข้อมูลเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้”

“พูดดี ถ้าอย่างนั้นก็ให้โทรศัพท์ฉันหน่อยสิ? เอาแบบที่เล่นเน็ตได้ หรือคอมพิวเตอร์ก็ดี” ฟางเจิ้งพูดอย่างเจ้าเล่ห์

“…” ระบบเงียบไป

ฟางเจิ้งเห็นระบบเงียบไป มีโอกาสสูงที่จะไม่เล่นด้วยจึงไม่คิดอะไรอีก แต่จะเดินกลับห้อง

“ติ๊ง! ระบบประกาศภารกิจที่สอง ญาติโยมจุดธูปสิบดอกในหนึ่งเดือน หากสำเร็จ รางวัลคือ โอ่งพุทธหนึ่งใบ! หากภารกิจล้มเหลวจะเริ่มใหม่อีกครั้ง จะหยุดจนกว่าจะสำเร็จแล้วถึงไปภารกิจต่อไปได้”

“นี่ล้อฉันเล่นเหรอ พี่ระบบ ให้จุดธูปสิบดอกอย่างยากลำบากแล้วให้โอ่งใบเดียวเนี่ยนะ? แล้วอีกสองสามใบข้างหลังวัดล่ะ ไม่ใช้แล้วเหรอ? ถ้าไม่อย่างนั้นเรามาเปลี่ยนกันหน่อยดีกว่า? อย่างเช่นเป็นเงินอะไรพวกนี้” ฟางเจิ้งพูดไปพลาง ชี้โอ่งน้ำใหญ่สามใบข้างหลังวัดไปพลาง เขาไม่ใช่พวกหน้าเงิน แต่ตอนนี้เขามีปัญญาเรื่องอาหาร ไม่อยากเพิ่งได้ระบบมาก็หิวตายอยู่บนเขา

ผลคือระบบเงียบอีกครั้ง

“เอาเถอะ เจ้าโง่ ถ้าไม่สนใจกันก็หายไปซะ เฮ้อ นายพูดเหมือนภารกิจนี้มันง่ายนักแหละ วัดเอกดรรชนีร้างมาหลายปีแล้ว สิบวันถึงครึ่งเดือนถึงจะมีคนมาสักการะสักคน นายให้จุดธูปสิบดอกในหนึ่งเดือน ไม่มาเป็นฉันไม่รู้หรอก! อีกอย่างนายให้ฉันเป็นเจ้าอาวาส แต่ก็ให้วัดมาอย่างเปล่าประโยชน์แล้ว ฉันไม่ได้ศึกษาพระธรรมลึกซึ้งอะไรมากนัก ถ้ามีคนมาจริงๆ ถามนิดถามหน่อยฉันตายแน่ รั้งใครเอาไว้ไม่ได้ ก็คงเป็นได้แค่คนไร้ประโยชน์…”

พูดถึงตรงนี้ฟางเจิ้งตบเข้าที่หน้าผากตัวเอง “ระบบ เมื่อกี้นายบอกว่าฉันยังมีโอกาสจับรางวัลฟรีหนึ่งครั้งไม่ใช่เหรอ?”

“ติ๊ง! ทุกครั้งที่ทำภารกิจที่กำหนดสำเร็จจะได้รับโอกาสจับรางวัลฟรีหนึ่งครั้ง! ตอนนี้นายมีโอกาสจับรางวัลฟรีหนึ่งครั้ง จะเริ่มจับเลยไหม?”

“เอาเลย!”

“ติ๊ง! จับเสร็จสิ้น ยินดีด้วยได้รับเนตรสวรรค์! จะรับเลยหรือไม่?”

“เดี๋ยว! นายล้อฉันเล่นเหรอ ฉันยังไม่ได้จับเลย นี่นายจับให้เหรอ? นายทำโดยพลกาลได้ไง! ทำแบบนี้มันไร้ยางอาย! รู้ไหม?” ฟางเจิ้งโกรธมาก ตอนแรกเขาคิดว่าจะให้หมุนวงล้อใหญ่หรือไม่ก็ทุบไข่ทองคำ สรุประบบบอกผลเขา เป็นการลดขั้นตอนการจับรางวัลให้!

แต่ระบบก็ยังไม่สนใจเขา!

ฟางเจิ้งพูดขึ้นอย่างจนปัญญา “ได้ นายเป็นพี่ใหญ่นี่ ถ้าอย่างนั้นบอกฉันมาว่าเนตรสวรรค์มีประโยชน์อะไร? แล้วก็ขอรับไว้เลย!”

หนึ่งเค่อต่อมา ฟางเจิ้งรู้สึกเพียงแค่บนหัวมีแสงทองสายหนึ่งส่องลงมา จากนั้นเจ็บดวงตาสองข้าง น้ำตาไหลราวกับฝนตก หลังขยี้ตาอยู่นาน ตอนที่ลืมตาขึ้นเขาอึ้งไป พบว่าโลกสว่างขึ้น! เดิมทีเขาสายตาสั้นร้อยกว่าแต่ตอนนี้เห็นอะไรก็ชัดไปหมด! ความรู้สึกมันเหมือนกับกระจกที่เต็มไปด้วยฝุ่นพลันได้รับการเช็ดถูจนสะอาด มองอะไรก็สบายตา!

“ติ๊ง! เนตรสวรรค์ทำให้มองเห็นเรื่องใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในสามวัน! ทุกวันเนตรสวรรค์จะมีผลต่อคนละหนึ่งครั้ง แต่ว่าเราจะเลือกใช้งานหรือปิดไว้ก็ได้ หากจะยกระดับก็ต้องใช้เงินบริจาคจุดธูปซื้อกับระบบ!”

“ใช้เงินซื้อ?” ฟางเจิ้งงุนงงอีกครั้ง เขาไม่คิดเลยว่าระบบจะไม่เหมือนกับทั่วไป ไม่เหมือนระบบของพุทธศาสนาเลยจริงๆ แต่เหมือนกับตัวแทนป้าในตลาดผักมากกว่า!

ระบบพูดต่อ “ใช่! แต่จะใช้ได้แค่เงินบริจาคจุดธูปเท่านั้น เงินที่ไม่ใช่หรือไม่มีแรงปรารถนาใช้ไม่ได้”

“ความหมายคือเงินที่ฉันเก็บมาจากถนนก็ใช้ไม่ได้เหรอ?” ฟางเจิ้งถาม

“ถูกต้อง!”

ฟางเจิ้งแบะปาก หยั่งเชิงถามต่อ “ถ้าอย่างนั้นจะยกระดับเนตนสวรรค์ต้องใช้เงินเท่าไร?”

“คนมีห้าเนตร เนตรเนื้อ เนตรสวรรค์ เนตรปัญญา เนตรธรรม เนตรพุทธ เนตรเนื้ออยู่กับกายมนุษย์ หลังเสริมให้แข็งแกร่งแล้ว เมื่ออะไรผ่านตาแล้วจะไม่ลืม มองเห็นได้ในยามกลางคืน เนตรสวรรค์แบ่งเป็นเก้าขั้น ทุกการยกระดับสามขั้นจะเพิ่มอภินิหารพิเศษหนึ่งอย่าง เนตรสวรรค์ของนายคือขั้นแรก จะยกระดับไปขั้นสองต้องใช้เงินบริจาคจุดธูปหนึ่งหมื่นหยวน [1] !”

“หนึ่งหมื่นหยวน? นั่นก็ไม่มากนี่…เอ่อ ถือว่าฉันไม่ได้พูดแล้วกัน” ฟางเจิ้งนึกถึงปัญหาเรื่องปากท้อง ค้นในกระเป๋าดูแล้วอยู่ในสภาพอับจนมีเงินอยู่ไม่กี่เหมา หนึ่งหมื่นหยวนไม่ใช่จำนวนน้อยๆ ประกอบกับวัดเอกดรรชนีกันดารมาก จะให้คนมาบริจาคจุดธูปหมื่นหยวนเหรอ? ฟางเจิ้งเหมือนเห็นภาพตัวเองครึ่งตัวจมลงไปในดิน จากนั้นก็เขียนพินัยกรรมลาลับ

ชั่วขณะที่ฟางเจิ้งกำลังสิ้นหวัง พลันมีเสียงพูดคุยดังแว่วมาจากข้างนอก

ฟางเจิ้งหูผึ่งทันที แอบเครียดในใจ ‘มีคนมา!’

ฟางเจิ้งรีบสวมสบงขาดๆ ที่หลวงจีนหนึ่งนิ้วฝากเอาไว้ให้ และยังมีจีวรเก่าๆ สีแดง สวมครบชุดแล้วก็ส่องกระจกเล็กน้อย พบว่านอกจากจะดูหนุ่มไปหน่อยแล้ว ที่เหลือก็ดูเหมือนหลวงจีน! โดยเฉพาะดวงตา อาจเป็นเพราะการเบิกเนตรสวรรค์จึงคล้ายๆ บ่อน้ำโบราณไร้ระลอกคลื่น ลุ่มลึกอย่างยิ่ง เขามองอยู่นานก็เกิดความรู้สึกจิตใจสงบ

‘เอาเถอะ จากนี้ไปใครเร่งรัดฉัน ฉันจะถลึงตาข่มมัน!’ ฟางเจิ้งหัวเราะเฮอะๆ ขณะเดียวกันเสียงพูดคุยข้างนอกเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ

ข้างนอกวัดเอกดรรชนี ชายสองหญิงสองมาถึงหน้าประตูวัด ดูเหมือนจะเป็นนักศึกษา สวมชุดออกกำลังกาย แบกกระเป๋าปีนเขา ดูจากไม้เท้าปีนเขาในมือแล้วมีความเป็นมืออาชีพอยู่บ้าง

“โอ้โห บนเขามีวัดด้วย!” นักศึกษาชายที่ใบหน้าเต็มไปด้วยสิววัยรุ่นพูดขึ้นด้วยความประหลาดใจ

เด็กสาวร่างท้วมก็พูดอย่างประหลาดใจเช่นกัน “จริงด้วย! ฉันได้ยินชาวบ้านตรงตีนเขาบอกมาว่าบนเขาลูกนี้มีวัดอยู่แห่งหนึ่ง เหมือนว่าจะร้างนะ แต่ก็ไม่เห็นร้างเลยนี่ ดูดีออก ชาวบ้านนั่นพูดโกหกนี่นา”

“ฉันว่าเขาไม่ได้โกหกหลอก แค่คงอยากบอกเธอว่าวัดนี้มันลวงโลก! ยังต้องมีวัดอยู่อีกเหรอ สมัยนี้มีพระพุทธจริงๆ ที่ไหนกัน เป็นพวกลวงโลกทั้งนั้น” เด็กชายใบหน้าเรียวยาว รูปร่างกำยำอีกคนพูดขึ้นด้วยสีหน้าไม่ใส่ใจ

“ก็ใช่ สมัยนี้นักบวชที่กินดื่มเที่ยวเล่นการพนันใช่นักบวชจริงๆ ที่ไหนกัน” เด็กสาวร่างท้วมพยักหน้า

……………………

[1] หยวน สกุลเงินจีน หนึ่งหยวนเท่ากับประมาณ4-5บาท เงินรองคือเหมา สิบเหมาเท่ากับหนึ่งหยวน

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...