โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สรุปการเติบโตของ SCGD ธุรกิจสุขภัณฑ์ กำลังจะทำให้บริษัทเติบโต

Stock2morrow

อัพเดต 27 ธ.ค. 2566 เวลา 02.59 น. • เผยแพร่ 27 ธ.ค. 2566 เวลา 02.59 น. • Stock2morrow
สรุปการเติบโตของ SCGD ธุรกิจสุขภัณฑ์ กำลังจะทำให้บริษัทเติบโต

เป็นหุ้น IPO ตัวใหญ่ที่สุดของปีนี้ สำหรับ SCGD หรือ บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน)
ดูผิวเพิน จะเห็นว่า SCGD ก็คือ "หุ้นกระเบื้อง" ที่ไม่ได้มีความน่าสนใจเท่าไรนัก
แต่ถ้าเราเจาะลึกทั้งบริษัท จะพบว่า SCGD ไม่ได้มีดีแค่กระเบื้องอย่างเดียว แต่มีธุรกิจหลัก ถึง 3 อย่างด้วยกัน คือ
1. ธุรกิจตกแต่งพื้นผิว
2. ธุรกิจสุขภัณฑ์และ
3. ธุรกิจอื่น เช่น ธุรกิจให้บริการนิคมอุตสาหกรรม
ยิ่งไปกว่านั้น SCGD ยังเป็นผู้นำในธุรกิจตกแต่งพื้นผิวและสุขภัณฑ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกด้วย

ถึงแม้ว่า การเข้าตลาดมาของ SCGD จะไม่ได้หวือหวาเท่าไรนัก (ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี …)
แต่ถ้าเรามองไปในอนาคต จะเห็นว่า SCGD มีศักยภาพมากเพียงพอที่จะเติบโตได้ในอนาคต
โดยจุดแข็งของ SCGD จะประกอบไปด้วย 6 ส่วนด้วยกัน คือ
1. เป็นผู้นำตลาดกระเบื้องเซรามิกและสุขภัณฑ์ ในภูมิภาคอาเซียน
2. แบรนด์สินค้าเป็นที่รู้จัก และได้รับการยอมรับในคุณภาพ
3. มีทีมออกแบบ และทีมผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญ
4. มีความเป็นเลิศด้านคุณภาพ
5. มีความสามารถในการเข้าถึงลูกค้า มีร้านค้าปลีกเป็นของตนเอง และช่องทางการจัดจำหน่ายที่ทั่วถึง
6. การเติบโตยั่งยืน ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และให้ความสำคัญกับ ESG

คำถาม คือ การเติบโตของ SCGD อยู่ตรงไหน ?
คำตอบ คือ ธุรกิจสุขภัณฑ์ กำลังสร้างโอกาสการเติบโตให้กับ SCGD

บทวิเคราะห์หลักทรัพย์กสิกรไทย วิเคราะห์ว่า ธุรกิจตกแต่งพื้นผิวแตะระดับต่ำสุดแล้ว ขณะที่ธุรกิจสุขภัณฑ์เป็นปัจจัยหนุน
ฝ่ายวิจัยเชื่อว่ายอดขายสินค้าตกแต่งพื้นผิวจะดีขึ้นตั้งแต่ครึ่งหลังปีนี้เป็นต้นไป
เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อเริ่มปรับลดลง
กลุ่มท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวขึ้น
และราคาสินค้าเกษตรที่เพิ่มขึ้นจากปรากฎการณ์เอลนีโญ
ขณะเดียวกัน ฝ่ายวิจัยยังเชื่ออีกว่าธุรกิจสุขภัณฑ์ของ SCGD จะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตในอนาคต
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การทำงานร่วมกับดีลเลอร์และพันธมิตรในต่างประเทศทั้งในเวียดนาม ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียเพื่อใช้ประโยชน์จากช่องทางการจัดจำหน่าย

นอกจากนี้ แนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมอยู่ระดับปานกลาง
โดยเฉพาะตลาดวัสดุก่อสร้างในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2566 จะเติบโตช้าลงจากอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่สูง
ฝ่ายวิจัยมองว่า คาดว่าอุปสงค์จะกลับเข้ามาตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นไปจากราคาสินค้าเกษตร อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการบริโภคที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในต่างประเทศที่จะเติบโตได้ดีกว่าในประเทศ

มองไปข้างหน้า ฝ่ายวิจัยเชื่อว่า ผลประกอบการของ SCGD จะเติบโต
โดย CAGR จะอยู่ในระดับสูงถึง 15% ในปี 2566 จนถึงปี 2568 หนุนจาก 4 ปัจจัยหลักด้วยกัน คือ
1. การมี Economy of Scale จากการผลิตที่มากขึ้นหลังอุปสงค์ฟื้นตัว
2. ราคาก๊าซธรรมชาติที่ลดลงมากซึ่งส่งผลให้ต้นทุนการผลิตลดลง
3. ราคาขายเฉลี่ย (ASP) ที่คาดจะยังอยู่ในระดับสูงจากคู่แข่งที่น้อยลงและสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้นจากยอดขายสินค้ามูลค่าเพิ่มและโซลูชั่นที่มีสัดส่วนมากขึ้น
4. รายได้จากธุรกิจสุขภัณฑ์ที่เติบโตเร็วขึ้นซึ่งมีอัตรากำไรมากกว่าธุรกิจตกแต่งพื้นผิว

โดยสรุป ฝ่ายวิจัยชอบ SCGD เพราะเป็นผู้นำในธุรกิจตกแต่งพื้นผิวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
และยังมีศักยภาพในการเพิ่มการเติบโตให้กับธุรกิจสุขภัณฑ์ซึ่งมีอัตรากำไรสูง

ทั้งนี้ การขาย IPO เมื่อไม่นานมานี้ จุดประสงค์ คือ เพื่อเพิ่มการเติบโตให้กับธุรกิจและชำระคืนหนี้สิน
และการจ่ายคืนหนี้จะทำให้งบดุลของ SCGD แข็งแกร่งมากขึ้น ดอกเบี้ยจ่ายลดลง
มีแนวโน้มจะช่วยเพิ่มศักยภาพการเติบโต และทำให้การบริหารงานคล่องตัวขึ้นมากในอนาคต …

------------------------------------------------------------------------------
Reference
บทวิเคราะห์หลักทรัพย์กสิกรไทย

สรุปข้อสนเทศบริษัทจดทะเบียน : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...