สรุปรายการ ลดหย่อนภาษี 2566 ค่าอะไรนำมาลดได้บ้าง ?
สรุปรายการ ลดหย่อนภาษี 2566 ค่าใช้จ่ายอะไรที่นำมาลดหย่อนภาษีได้บ้าง ? เตรียมวางแผนการจ่ายเงิน เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของตัวเอง
"ภาษี" เป็นเงินหรือทรัพย์สิน ที่เรียกเก็บจากประชาชนโดยองค์กรรัฐบาล เพื่อนำไปเป็นทุนในการพัฒนาประเทศ ผู้ที่มีรายได้ในระบบภาษีอากร ที่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีตามกฎหมาย
แน่นอนว่าประเทศไทยนั้นมีระบบฐานภาษีแบบอัตราขั้นบันได ยิ่งมีฐานรายได้สูงก็ยิ่งต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงมากขึ้นตามไปด้วย เพื่อผลประโยชน์เพิ่มเติม เราสามารถปฏิบัติตามข้อกฎหมายว่าด้วยการลดหย่อนภาษีที่กรมสรรพากรได้ประกาศไว้
แล้ว ลดหย่อนภาษี อะไรได้บ้าง ?
ค่า ลดหย่อนภาษี ส่วนตัว และครอบครัว
1.ค่าลดหย่อน ส่วนตัว
หักค่าลดหย่อนได้ 60,000 บาท เป็นสิทธิพื้นฐานของผู้ที่มีรายได้ทุกคน นำมาลดหย่อนได้ทันที
2.ค่าลดหย่อน คู่สมรส
หักค่าลดหย่อนได้ 60,000 บาท ซึ่งคู่สมรสต้องไม่มีรายได้ และจดทะเบียนสมรส
3.ค่าลดหย่อน บุตร
หักค่าลดหย่อนได้ คนละ 30,000 บาท บุตรคนที่ 2 เป็นต้นไป 30,000 บาทต่อคน (เมื่อรวมกับค่าลดหย่อนบุตรอีก 30,000 บาท เท่ากับลดหย่อนบุตรคนที่ 2 รวม 60,000 บาท)
4.ค่าลดหย่อน อุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา ของตนเองและคู่สมรส
หักค่าลดหย่อนได้ คนละ 30,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 4 คน (สามารถลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 120,000 บาท และจะต้องไม่ใช่พ่อแม่บุญธรรม)
5.ค่าลดหย่อนอุปการะเลี้ยงดูคนพิการ หรือคนทุพพลภาพ
หักค่าลดหย่อนได้คนละ 60,000 บาท
ค่าลดหย่อนภาษี จากการซื้อประกัน การออมเงิน และการลงทุน
1.เงินสมทบกองทุนประกันสังคม
หักค่าลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 9,000 บาท ซึ่งเป็นเงินที่บังคับหักเข้ากองทุน 5% ของเงินเดือนทุกเดือน
2.เบี้ยประกันชีวิต และเบี้ยประกันแบบสะสมทรัพย์
ประกันชีวิตลดหย่อนภาษีได้เท่ากับเบี้ยที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
3.ค่าเบี้ยประกันสุขภาพ และเบี้ยประกันอุบัติเหตุเฉพาะความคุ้มครองสุขภาพ
หักค่าลดหย่อนตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ต้องไม่เกิน 25,000 บาท ทั้งนี้เมื่อนำเบี้ยประกันสุขภาพ ประกันชีวิตและประกันแบบสะสมทรัพย์มารวมกัน จะลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท
4.ค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ
หักค่าลดหย่อนได้ 15% ของเงินได้ ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 200,000 บาท
5.ค่าเบี้ยประกันสุขภาพของบิดามารดา
หักค่าลดหย่อนภาษีเท่าที่จ่ายจริง และเมื่อรวมทั้งบิดาและมารดาต้องไม่เกิน 15,000 บาท
6.เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD), กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) หรือกองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน
สามารถนำมาหักลดหย่อนได้ 15% ของเงินได้ ตามจำนวนที่จ่ายจริง และต้องไม่เกิน 500,000 บาท
7.เงินสะสมกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.)
หักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท
8.การลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)
หักค่าลดหย่อนได้ตามจริง ไม่เกิน 30% ของรายได้ และสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท
9.การลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF)
หักค่าลดหย่อนได้ตามจริง โดยจะลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของรายได้ และสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท ทั้งนี้ปัจจุบันจะให้สิทธิลดหย่อนได้ 5 ปี คือ ปี 2563-2567
10.เงินลงทุนธุรกิจวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise)
หักค่าลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท
ลดหย่อนภาษี ด้วยเงินบริจาค
1.เงินบริจาคทั่วไป
ลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน
2.เงินบริจาคเพื่อการศึกษา ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน
3.เงินบริจาคแก่พรรคการเมือง
ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท
ลดหย่อนภาษี เพิ่มเติมผ่านมาตรการรัฐ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
1.ดอกเบี้ยบ้าน
นำดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อซื้อหรือสร้างที่อยู่อาศัยมาหักค่าลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง และสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท
2.ช้อปดีมีคืน สำหรับลดหย่อนภาษี 2566
ค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการ ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2566 - 15 กุมภาพันธ์ 2566 สามารถนำมาหักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 40,000 บาท