โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผิว “ขาว” หรือ “ดำ” มันผิดตรงไหน ค่าของคนทำไมวัดกันที่สีผิว?

Another View เผยแพร่ 16 มี.ค. 2562 เวลา 01.00 น.

ผิว “ขาวหรือดำมันผิดตรงไหนค่าของคนทำไมวัดกันที่สีผิว? 

สีผิวเป็นสิ่งที่คนเราทุกคนเกิดมาพร้อมกับมัน เราไม่สามารถเลือกได้ว่าเราจะเป็นคนผิวขาวอมชมพู ผิวขาวเหลือง ผิวแทน หรือผิวสีน้ำผึ้ง ส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นมรดกที่เราได้รับถ่ายทอดมาทางพันธุกรรมจากคุณพ่อคุณแม่ แต่ทำไม…สีผิว ซึ่งเป็นอะไรที่ติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด จึงกลายเป็นหัวข้อที่ทำให้เกิดการล้อเลียน หรือการตัดสินกันได้ 

เราอาจเคยได้ยินคำพูดว่า “อย่าตากแดดมาก เดี๋ยวตัวดำ” หรือหากคุณเป็นคนผิวสีเข้มเองก็อาจจะมักโดนสารพัดคำล้อเลียนเกี่ยวกับความดำ กระทั่งโฆษณาเครื่องสำอางและเครื่องบำรุงผิวต่าง ๆ ก็มักจะพยายามสื่อสารว่าผลิตภัณฑ์เหล่านั้นจะทำให้คุณ “ขาวขึ้น” 

ทั้ง ๆ ที่หากเราย้อนกลับไปดูรูปภาพสมัยโบราณ จะพบว่าบรรพบุรุษชาวไทยเรานั้น แม้กระทั่งเจ้านายชนชั้นสูงก็ไม่ได้มีผิวขาวนัก คนไทยแท้มักมีผิวสีน้ำผึ้ง จดหมายเหตุลา ลูแบร์ ซึ่งเป็นบันทึกของฝรั่งเกี่ยวกับคนไทยในสมัยอยุธยากล่าวไว้ว่าคนไทยมีผิว “ดำแดง และหยาบ” 

แต่ทำไมสำหรับคนไทยสมัยนี้ “ความขาว” จึงสำคัญขนาดนั้น ค่านิยมเช่นนี้มาจากไหนกัน? 

บ้างเชื่อว่า ค่านิยมเช่นนี้มาจากตะวันตก ในยุคก่อนที่ชาวตะวันตกเชื่อกันว่าคนขาวเป็นชาติพันธุ์ที่สูงส่งที่สุด (White Supremacy) และทำให้เกิดการเหยียดสีผิว เหตุเพราะทาสส่วนใหญ่ที่ถูกจับตัวไปใช้งานที่ทางฝั่งตะวันตกนั้นจะเป็นคนผิวสีที่มาจากแอฟริกา และด้วยความที่ทาสมักถูกมองว่าต่ำต้อยกว่าเป็นทุนเดิม “คนผิวดำ” จึงถูกมองว่าเป็นคนที่ต่ำต้อยกว่า และค่านิยมนี้ก็มีอิทธิพลมาถึงคนไทยในช่วงยุคที่เราเริ่มเปิดรับวัฒนธรรมตะวันตกด้วย 

บ้างก็บอกว่าค่านิยมความขาวนั้นเกิดขึ้นมาในยุคเฟื่องฟูทางธุรกิจซึ่งเปลี่ยนผ่านจากยุคศักดินามาเป็นยุคของพ่อค้าวาณิชย์ พ่อค้าชาวจีน หรือคนไทยเชื้อสายจีนที่ร่ำรวยขึ้นมาก็ถือว่าเป็น “ผู้ดีใหม่” กลายเป็นชนชั้นสูง “คนผิวขาว” หรือ “ผิวสีอ่อน” แบบชาวจีนจึงถือเป็นผิวดี ผิวสวย เพราะหมายความถึง “คนรวย” 

หากพูดถึงบริบทปัจจุบัน อีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญซึ่งส่งผลต่อค่านิยมด้านสีผิวก็คือเรื่องของสภาพแวดล้อม เมื่อเมืองไทยเป็นเมืองร้อนและมีแดดออกตลอดทุกฤดู สีผิวก็มักจะถูกเชื่อมโยงกับอาชีพที่ต้องตากแดดจนผิวคล้ำ ซึ่งอาชีพส่วนใหญ่เหล่านี้เป็นอาชีพที่ใช้แรงงานและให้ค่าตอบแทนต่ำ คนไทยเลยมองว่าการที่มีผิวขาวหมายถึงการมีฐานะที่ดีไปโดยปริยาย 

ในขณะที่สังคมตะวันตกยุคปัจจุบันตื่นตัวเรื่องของการเหยียดสีผิวและเชื้อชาติมากขึ้น ก็กลายเป็นมีค่านิยมเกี่ยวกับสีผิวที่กลับกันกับชาวไทยและเอเชียโดยสิ้นเชิง โดยได้รับอิทธิพลมาจากสภาพแวดล้อมเช่นกัน เพราะส่วนใหญ่ฝั่งตะวันตกมักจะมีสภาพแวดล้อมที่หนาวตลอดก็คือมองว่าผิวสีแทนเป็นผิวสีที่สวย หมายความถึงสุขภาพที่ดี เพราะแถวนั้นหนาวจนถ้าใครมีเงินบินมาอาบแดดประเทศเขตร้อนก็ถือว่าเป็นที่ร่ำรวย ผิวแทนจึงกลายเป็นที่นิยมมากในหมู่ฝรั่ง 

เมื่อได้ทำความเข้าใจถึงค่านิยมด้านสีผิวแล้ว เราจะเห็นได้ว่าค่านิยมเกี่ยวกับสีผิวต่าง ๆ ล้วนเป็นสิ่งที่สังคมอุปโลกน์กันไปเอง ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าใครจะมีสีผิวแบบไหน ก็ไม่ควรถูกตัดสินหรือแบ่งชนชั้นวรรณะเพียงเพราะสีผิวทั้งนั้น เพราะสีผิวเป็นสิ่งที่คนเราเลือกไม่ได้ สิ่งที่ควรจะเป็นตัวชี้วัดความเป็นคน ไม่ว่าจะเป็นคนดีคนไม่ดี คนรวยหรือคนจน สีผิวไม่ได้บ่งบอกทุกสิ่ง  และเราทุกคนก็ควรภูมิใจในสีผิวของตนเอง ไม่ว่าจะเกิดมามีสีผิวอะไร หรือสภาพผิวเป็นแบบไหน เราทุกคนก็มีความงดงามในแบบของตัวเองทั้งสิ้น