โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วิกฤตธนาคารเยอรมัน “ดอยซ์แบงก์” (Deutsche Bank)

Finnomena

อัพเดต 20 ก.พ. 2562 เวลา 11.50 น. • เผยแพร่ 20 ก.พ. 2562 เวลา 11.49 น. • BuffettCode
วิกฤตธนาคารเยอรมัน “ดอยซ์แบงก์” (Deutsche Bank)

ถ้าถามคนไทยส่วนใหญ่ว่าเวลานึกถึงธนาคารจะนึกถึงธนาคารอะไร? คนก็มักจะนึกถึงกสิกรไม่ก็ไทยพาณิชย์เป็นอันดับต้นๆ ถ้าเราไปถามคนเยอรมันร้อยทั้งร้อยมักจะตอบว่า ดอยซ์แบงก์

ดอยซ์แบงก์ (Deutsche Bank) คือธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมนี มีสินทรัพย์ใหญ่เป็นอันดับที่ 15 ของโลก มีสาขาอยู่ อยู่มากกว่า 58 ประเทศ ตัวธนาคารก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1870 มาถึงวันนี้ก็ 149 ปีแล้วนับว่าเป็นธนาคารเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง

สิ่งที่น่าตกใจในวันนี้คือธนาคารอันดับหนึ่งของเยอรมนีที่ว่า กำลังลงหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งว่ามีปัญหา “ฟอกเงิน” เมื่อพนักงานของธนาคารถูกกล่าวหาว่าช่วยลูกค้าฟอกเงินจากธุรกิจสีเทาในต่างประเทศ ประเด็นที่น่าตกใจคือลูกค้าที่ว่าไม่ได้มีแค่คนสองคน แต่กลับมีมากถึง 900 ราย ประเมินมูลค่าของการฟอกเงินได้สูงถึง 354 ล้านเหรียญ หรือ 11,300 ล้านบาท

ข่าวนี้ทำให้ราคาหุ้นดอยซ์แบงก์ตกหนักจากที่วิกฤตอยู่แล้วกลับวิกฤตหนักขึ้นกว่าเดิม

หุ้นดอยซ์แบงก์เคยมีราคาอยู่ที่ 116.65 ยูโรในช่วงปี 2007 ก่อนวิกฤตซับพราม ปัจจุบันราคาหุ้นอยู่ที่ 6.97 ยูโรเท่านั้น

การตกหนักของหุ้นขนาดนี้ทำให้ดอยซ์แบงก์เป็นหนึ่งในธนาคารที่ให้ผลตอบแทนกับผู้ถือหุ้นแย่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่งเลยทีเดียว

ถ้าคุณซื้อหุ้นดอยซ์แบงก์ในปี 2017 ที่ราคาดอย ด้วยเงิน 1 ล้านบาท วันนี้จะเหลือเงินเพียง 94,000 บาท ไม่ถึงแสนด้วยซ้ำไป

ปัจจุบันมูลค่าตลาดของดอยซ์แบงก์อยู่ที่ราวๆ 540,000 ล้านบาท พอๆกับ ธนาคารไทยเราอย่างกสิกรไทยที่มีมูลค่าตลาดที่ 440,000 ล้านบาท

แล้วธนาคารอันดับหนึ่งที่ดู (เหมือนจะ) มั่นคงของเยอรมนีอย่างดอยช์แบงก์ไปทำอะไรมาถึงทำให้ราคาหุ้นตกหนักได้ขนาดนี้?

*ประเด็นแรก – ดอยซ์แบงก์มีปัญหาเรื่องอื้อฉาวที่ไม่หยุดหย่อน *

ธนาคารทำผิดกฎหมายเป็นประจำ ตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา ธนาคารแห่งนี้โดยฟ้องไปแล้ว 28 ครั้ง เสียค่าปรับไปทั้งสิ้นสูงถึง 12,489 ล้านเหรียญ (เป็นเงินไทยประมาณ เกือบๆ 4 แสนล้าน เท่าๆกับมูลค่าตลาดของธนาคารใหญ่ๆ ของไทยเลยทีเดียว)

ทำผิดบ่อยครั้ง จ่ายค่าปรับขนาดนี้ดอยซ์แบงก์ถูกศาสตร์จารย์มหาวิทยาลัย Wharton ท่านหนึ่งเรียกว่าเป็น “อาชญากรรายใหญ่” แทนที่จะเป็นธนาคารขนาดใหญ่

*ประเด็นที่สอง – ดอยช์แบงก์กำลังถูกดึงเข้าสู่วังวนเกมส์การเมืองของทรัมป์ *

รู้หรือไม่ว่าทรัมป์เคยเกือบต้องล้มละลายมาแล้วในช่วงปี 1990 ทรัมป์ติดหนี้ธนาคารในสหรัฐถึง 3,400 ล้านเหรียญ ธุรกิจคาสิโน,โรงแรม, อสังหาริมทรัพย์ และสายการบิน ต้องถูกพิทักษ์ทรัพย์โดยกฏหมายล้มละลาย และในตอนนั้นก็เป็นดอยซ์แบงก์ที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือทรัมป์

มิตรภาพของทั้งสองอยู่ได้ไม่นาน ในปี 2008 ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ ทรัมป์ฟ้องดอยซ์แบงก์ เพื่อจะได้ไม่ต้องจ่ายหนี้ที่เขากู้ยืมมา โดยอ้างว่าดอยซ์แบงก์มีส่วนทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจจึงกระทบกับธุรกิจของทรัมป์ สุดท้ายเจรจากันได้ก็จบเรื่องไปแต่…….

เรื่องนี้จริงๆ ก็ควรจะจบๆ ไปไม่มีใครสาวเรื่องต่อถ้าดอยช์แบงก์ไม่มีข่าวเรื่องการฟอกเงิน และพรรครีพับบลิกันของทรัมป์ได้เสียงส่วนใหญ่ในสภาล่าง แต่ประเด็นคือสถานการณ์มันตรงกันข้ามไง เสียงส่วนใหญ่ของสภาล่างในตอนนี้อยู่ที่พรรคเดโมแครตซึ่งมีอำนาจเพียงพอที่จะออกหมายศาลเพื่อตรวจสอบธุรกรรมการเงินระหว่างดอยซ์แบงก์และทรัมป์ได้

ถ้าผมเป็นเดโมแครตคงจะลองตรวจสอบดูว่ามีใครแถวๆ นั้นเคยฟอกเงินรึเปล่า?

*ประเด็นที่สาม – ดอยซ์แบงก์ฝั่งสหรัฐฯถูกลดเรทติ้งจาก S&P  *

และไม่สามารถผ่าน Stress Test รอบที่สองของ FED เมื่อเดือนมิถุนายน 2018 นั่นหมายความว่าหากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจขึ้นดอยซ์แบงก์หากประสบปัญหาได้

ประเด็นที่สี่ – ปัญหาที่สำคัญที่สุดที่ทำให้หุ้นตกคือดอยซ์แบงก์ประสบปัญหาขาดทุนอย่างต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว

ปี 2015 – รายได้ 32,348 ล้านยูโร ขาดทุน 6,790 ล้านยูโร ปี 2016 – รายได้ 28,712 ล้านยูโร ขาดทุน 1,400 ล้านยูโร ปี 2017 – รายได้ 25,926 ล้านยูโร ขาดทุน 750 ล้านยูโร

นอกจากผลกำไรที่ไม่มีรายได้ก็ลดลงเป็นจุดต่ำสุดตั้งแต่ปี 2012

*ประเด็นสุดท้าย –  ปัญหาอื่นๆ อีกรอบด้านที่เรื้อรังมาตั้งแต่ปี 2008 *

ทั้งการแข่งขันที่สูงขึ้น ส่วนแบ่งการตลาดที่ลดลง การเปลี่ยนแปลงผู้บริหารระดับสูงอย่างต่อเนื่อง และการพยายามปรับโครงสร้างลดต้นทุน ปลดพนักงาน ปิดสาขา ปัญหามากมายที่ผมเขียนในบทความนี้คงไม่หมด

จากข้อมูลทั้งหมดนี้เหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดที่จะเกิดกับดอยซ์แบงก์ได้คือล่มสลายตามเลย์แมน บราเทอรส์ไป แต่จะเกิดเหตุการณ์แบบนั้นได้คงไม่ง่ายเพราะดอยซ์แบงก์เป็นธนาคารที่ใหญ่และมีความสำคัญกับระบบการเงินโลกเป็นอย่างมาก ก็คงต้องลองติดตามดูกันเองว่าหนังเรื่องนี้จะจบอย่างไร? ใครจะเป็นคนมาช่วย?

เรื่องวิกฤตของดอยซ์แบงก์ในครั้งนี้ให้บทเรียนการลงทุนหลายข้อด้วยกัน

ในโลกของการลงทุนบริษัทที่ใหญ่ไม่ใช่ว่าจะดีเสมอไป ใหญ่แค่ไหนก็ล้มได้ ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน ทำอะไรตรงไปตรงมารวยช้าแต่จะรวยอย่างมั่นคง สุดท้ายดอยช์แบงก์อาจกู้กำไรกลับมาได้ แต่ความมั่นใจของนักลงทุนที่มีต่อธนาคารอาจจะกู้กลับมาไม่ได้อีกเลย ชื่อเสียงร้อยปีอาจถูกทำลายภายในเวลาไม่กี่ปี

คุ้มค่าหรือไม่กับการทำอะไรที่ไม่ถูกต้องเพื่อให้ได้กำไรที่เพิ่มมาไม่กี่บาท? ดูที่ราคาหุ้นทุกคนก็คงรู้คำตอบกันแล้ว

ที่มาบทความ: http://buffettcode.com/ธนาคาร-เยอรมัน-deutsche-bank/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...