โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดบทเห่เรือประพันธ์ใหม่ จำนวน 3 องก์ โดยกวี 2 แผ่นดิน “น.อ.ทองย้อย แสงสินชัย”

TODAY

อัพเดต 12 ธ.ค. 2562 เวลา 14.37 น. • เผยแพร่ 12 ธ.ค. 2562 เวลา 08.59 น. • Workpoint News

"บทเห่เรือ" เป็นคำประพันธ์ซึ่งใช้สำหรับเห่เรือพระที่นั่ง เดิมบทเห่เรือใช้สำหรับเห่เรือในการเสด็จประพาสเป็นการลำลอง บทเห่เรือแต่งด้วยคำประพันธ์ประเภทโคลง ๔ สุภาพนำ ๑ บท จากนั้นจึงเป็นกาพย์ยานี ๑๑

บทเห่เรือที่ปรากฏในปัจจุบันมีหลายสำนวน สำนวนที่เก่าที่สุดคือ บทเห่เรือพระนิพนธ์เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร [ทำ-มะ-ทิ-เบด] ซึ่งทรงพระนิพนธ์ไว้หลายบท ได้แก่

บทเห่ชมกระบวนเรือ บทเห่ชมปลา บทเห่ชมนก บทเห่สังวาส และบทเห่เรื่องกากี

ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงพระราชนิพนธ์บทเห่ชมเครื่องคาวหวาน เพื่อใช้เห่เรือเป็นการส่วนพระองค์

ต่อมาสมัยรัชกาลที่ ๔ มีการนำบทเห่เรือพระนิพนธ์เจ้าฟ้าธรรมธิเบศรมาใช้เห่เรือหลวง นอกจากนี้ยังมีการแต่งบทเห่เรือขึ้นอีกหลายบท เช่น บทเห่เรือพระราชนิพนธ์รัชกาลที่ ๖

บทเห่เรือพระนิพนธ์กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ [กฺรม-มะ-หมื่น-พิด-ทะ-ยา-ลง-กอน]

 

สำหรับกาพย์เห่เรือเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เสด็จเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค วันที่ ๑๒ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒ ได้ประพันธ์ขึ้นใหม่ จำนวน ๓ องก์ โดย นาวาเอกทองย้อย แสงสินชัย ศิลปินแห่งชาติ

ส่วน นาวาเอกณัฏวัฒน์ อร่ามเกลื้อ เป็นผู้เห่เรือ สำหรับเครื่องแต่งกายฝีพายยึดถือรูปแบบเดิมตามโบราณราชประเพณี

บทที่ ๑ สรรเสริญพระบารมี

บทที่ ๒ ชมเรือ

บทที่ ๓ ชมเมือง

 

-------------------

บทที่ ๑ สรรเสริญพระบารมี

 

๏ พระ-ไตรรัตนะแผ้ว…….เผด็จมาร

บรม-ทิพย์โสฬสสถาน…..เทพถ้วน

ราชา-ธิราชบุราณ………..บุรพกษัตริย์

ภิเษก-เสกสรรพพรล้วน…หลั่งฟ้ามาถวาย๚ะ๛

 

๑-๏ พระเอย พระผ่านฟ้า…พระบุญญาพระบารมี

สืบทรงวงศ์จักรี…ให้เปรมปรีดิ์ทุกปวงชน

 

๒-๏ ดั่งรุ่งอรุณเริ่ม…แสงสุขเสริมสืบนุสนธิ์

สว่างสร่างกังวล…ผุดผ่องพ้นผ่านผองภัย

 

๓-๏ พระเอย พระผ่านเผ้า…ที่โศกเศร้าค่อยสดใส

คนท้อขอถอดใจ…ค่อยฟื้นไข้ขึ้นครามครัน

 

๔-๏ ทรงธรรมปานน้ำทิพย์…เทพไทหยิบหยาดสวรรค์

ชุ่มชื่นชุบชีวัน…เป็นมิ่งขวัญแห่งชีวา

 

๕-๏ พระเอย พระผ่านพิภพ…สุขสงบงามสง่า

ปานเพชรเก็จก่องนภา…ประดับฟ้าประดับไทย

 

๖-๏ เดชะพระบารมี…วงศ์จักรีจึงเกริกไกร

ทวีโชคทวีชัย…ทวีสุขทุกวารวัน

 

๗-๏ พระเอย พระผ่านเมือง…ไทยประเทืองประทับขวัญ

ปวงบุญแต่ปางบรรพ์…พระทรงธรรม์จึงทรงไทย

 

๘-๏ ทรงศีลทั้งทรงสัตย์…จึงทรงฉัตรจึงทรงชัย

บัวบุญจึงเบ่งใบ…อุบลบานบนธารธรรม

 

๙-๏ พระเอย พระผ่านเกล้า…ทุกค่ำเช้าไทยชื่นฉ่ำ

พระมหากรุณานำ…คือน้ำทิพย์ลิบโลมดิน

 

๑๐-๏ พระทศมินทร์ปานปิ่นเพชร…จึงสำเร็จเด็จไพรินทร์

ฟื้นฟ้าฟื้นธานินทร์…จงภิญโญยิ่งโอฬาร

 

๑๑-๏ พระเอย พระผ่านฟ้า…พระเดชาจงฉายฉาน

แม้นมีมวลหมู่มาร…จุ่งมอดม้วยด้วยพระบารมี

 

๑๒-๏ หมู่มิตรจงมั่นคง…น้ำจิตตรงเต็มไมตรี

ไพร่ฟ้าประชาชี…สามัคคีอยู่มั่นคง

 

๑๓-๏ เดชะพระไตรรัตน์…ทั้งศีลสัตย์สร้างเสริมส่ง

พระบารมีจักรีวงศ์…ทุกพระองค์เป็นธงชัย

 

๑๔-๏ แรงรักแห่งทวยราษฎร์…หลอมรวมชาติสืบศาสน์สมัย

ร้อยถ้อยร้อยดวงใจ…ถวายไท้องค์ทศมินทร์

 

๑๕-๏ ขอจงทรงพระเกษม…เอิบอิ่มเอมดั่งองค์อินทร์

พระกมลหมดมลทิน…ผ่องโสภินดั่งเพชรพราย

 

๑๖-๏ ปรารถนาสารพัด…สมพระมนัสที่ทรงหมาย

สุขทวีมิมีวาย…พระบรมวงศ์ทรงพร้อมเพรียง

 

๑๗-๏ พระบารมีที่ทรงสร้าง…ไป่โรยร้างรุ่งเรืองเรียง

บำรุงรัฐวัดวังเวียง…จักรีวงศ์ทรงพระเจริญ-เทอญ๚ะ๛

 

-------------------

บทที่ ๒ ชมเรือ

 

๏ ลอยลำงามสง่าแม้น…….มณีสวรรค์

หยาดโพยมเพียงหยัน…….ยั่วฟ้า

เหมราชผาดผายผัน……….โผนเผ่น นภาฤๅ

พายพะแพรวพรายถ้า……..ถี่พร้อมผันผยอง๚ะ๛

 

๑-๏ เรือเอยเรือพระที่นั่ง..งามสะพรั่งเพียงหยาดสวรรค์

พิศองค์หงส์สุวรรณ..เพียงผันผยองล่องลอยโพยม

 

๒-๏ หยาดฟ้ามารองบาท..งามผุดผาดพิลาสโฉม

ฝีมือลือโลกโลม..หล้าเลื่องลิบปานทิพย์ทำ

 

๓-๏ นารายณ์ลงลอยล่อง..งามผุดผ่องล่องลอยลำ

นาคราชผาดโผนนำ..ภุชงค์ล้ำเผ่นโผนลอย

 

๔-๏ กระบี่ศรีสง่า…งามท่วงท่าไม่ท้อถอย

เรือครุฑไม่หยุดคอย…ยุดนาคคล้อยลอยเมฆินทร์

 

๕-๏ อสูรวายุภักษ์…ศักดิ์ศรีคู่อสูรปักษิน

พายผกเพียงนกบิน…ผินสู่ฟ้าร่าเริงบน

 

๖-๏ เรือแซงแข่งเรือดั้ง…พร้อมสะพรั่งกลางสายชล

เรือชัยไฉไลล้น…ยลเรือกิ่งพริ้งเพราตา

 

๗-๏ ยักษ์ลิงกลิ้งกลอกกาย…แลลวดลายล้วนเลขา

รูปสัตว์หยัดกายา…พาโผนเผ่นเป็นทิวแถว

 

๘-๏ เรือน้อยลอยน้ำไหล…ล้อมเรือใหญ่ไหววับแวว

พร่างพราวราวเพชรแพรว…พายพลิ้วกวักพรักพร้อมพาย

 

๙-๏ งามริ้วทิวทางแถว…ธงเพริศแพร้วแผ่วปลิวปลาย

งามเรือเหลือลวดลาย…คล้ายเทพทิพย์หยิบลายผจง

 

๑๐-๏ อาภรณ์ผ้าแพรพรรณ…สวยสีสรรสวมทรวดทรง

พลพายพายเรือลง…ทิวธงถ้วนล้วนเฉิดฉัน

 

๑๑-๏ เสนาะศัพท์ขับเพลงเห่…เสียงเสน่ห์น้ำสนั่น

เพลงทิพย์ไป่เทียมทัน…กลั่นจากทรวงปวงนาวี

 

๑๒-๏ ศิลปกรรมล้ำเลิศเหลือ…ลวดลายเรือล้วนโสภี

ท่อนไม้ไร้ชีวี…มีชีวิตคิดเหมือนเป็น

 

๑๓-๏ นาวาสถาปัตย์…ช่างเชี่ยวชัดชาญเชิงเช่น

ยิ่งยลยิ่งเยือกเย็น…เห็นสายศิลป์วิญญาณไทย

 

๑๔-๏ สมบูรณ์สมบัติชาติ…ควรประกาศเกียรติเกริกไกร

ฝีมือลือเลิศใคร…ไม่เทียบเทียมเยี่ยมนิยม

 

๑๕-๏ ควรสืบควรรักษา…ควรคู่ค่าควรเมืองสม

ควรเชิดควรชื่นชม…ควรภูมิใจไทยทั้งมวล

 

๑๖-๏ แม้นสิ้นจากถิ่นไทย…ห่อนเห็นใครมาคู่ควร

แบบบทหมดกระบวน…ล้วนเลิศแล้วแพรวพริ้งพราย

 

๑๗-๏ ขวัญเอยเป็นขวัญเนตร…ศิลป์พิเศษยังสืบสาย

ลูกหลานวานอย่าวาย…อย่าดูดายศรีแผ่นดิน

 

๑๘-๏ ฝากโลกให้รู้จัก…ฝากศรีศักดิ์วิญญาณศิลป์

ฝากนามสยามินทร์…ฝากฝีมือชื่อไทยเอย๚ะ๛

 

-------------------

 

บทที่ ๓ ชมเมือง

 

๏ เจ้าพระยาสง่าเพี้ยง…..ธารสวรรค์

กรุงเทพเทพนครทัน…….ถิ่นฟ้า

ใจไทยย่อมหฤหรรษ์…….หอมทิพย์ ธรรมแฮ

ตราบเมื่อนี้เมื่อหน้า………เมื่อโน้นนิรันดร์เกษม๚ะ๛

 

๑-๏ เจ้าเอย เจ้าพระยา…ถั่งธารามานานไกล

เอิบอาบกำซาบใจ…หล่อเลี้ยงไทยเลื่องลือนาม

 

๒-๏ เป็นถิ่นแห่งศีลธรรม…รุ่งเรืองล้ำร่มอาราม

โลกร้อนไฟลุกลาม…แดนสยามยังร่มเย็น

 

๓-๏ ดินแดนแห่งกาสาว์…คือสมญาโลกย่อมเห็น

ศีลธรรมที่บำเพ็ญ…ช่วยดับเข็ญได้ทุกครา

 

๔-๏ พระแก้วอยู่เหนือเกล้า…ทุกค่ำเช้าเฝ้าบูชา

ศีลทานสานศรัทธา…เปรมปรีดาด้วยความดี

 

๕-๏ บัวบุญจึงเบ่งบาน…อบดวงมานหอมหวานทวี

รอยยิ้มอิ่มอารี…เติมไมตรีเต็มหัวใจ

 

๖-๏ ความรู้อาจไม่หลาก…แต่ความรักไม่รองใคร

น้ำจริงมากเพียงไหน…แพ้น้ำใจที่ไหลแรง

 

๗-๏ แสงเทียนทุกยามค่ำ…คือแสงธรรมยังทอแสง

เดือนปีอาจเปลี่ยนแปลง…แต่รักแรงไม่เปลี่ยนไป

 

๘-๏ บ้านเรือนไม่หรูหรา…แต่สูงค่าปัญญาไทย

หนทางอาจห่างไกล…แต่หัวใจใกล้ชิดกัน

 

๙-๏ น้ำใจไม่เคยจืด…อยู่ยาวยืดยิ้มยืนยัน

ต่างเพศต่างผิวพรรณ…แต่ใจนั้นไม่ต่างใจ

 

๑๐-๏ ภักดีจักรีวงศ์…ทุกพระองค์คือธงชัย

ร้อยรักร้อยใจไทย…ร้อยดวงใจจอมจักรี

 

๑๑-๏ ราชันขวัญสยาม…ปิ่นเพชรงามปักธานี

ร่มพระบารมี…ศรีไผทฉัตรชัยชน

 

๑๒-๏ ไตรรงค์ธงชัยโชค…ลอยอวดโลกโบกลมบน

ขวัญฟ้าขวัญตายล…ขวัญกมลมงคลชัย

 

๑๓-๏ กรุงเทพคือกรุงธรรม…งามเลิศล้ำด้วยน้ำใจ

งามนอกไม่หลอกใคร…พร้อมงามในจริงใจครัน

 

๑๔-๏ สยามจึงงามพร้อม…หัวใจหอมไม่หุนหัน

เกลียดใครไม่นานวัน…แต่รักนั้นนานไม่วาง

 

๑๕-๏ ขัดแย้งแต่ไม่แยก…แม้ต่างแตกไม่แตกต่าง

เจียมใจไว้ไม่จาง…คุณใครสร้างค้างใจจำ

 

๑๖-๏ เมืองไทยคือเมืองทอง…ขอพี่น้องครองรักนำ

ถ้าไทยไม่ทิ้งธรรม…ไทยสุขล้ำฉ่ำชื่นไทย

 

๑๗-๏ เมื่อนี้ตราบเมื่อหน้า…คงคู่หล้าฟ้าดินกษัย

เกษมสุขสิ้นทุกข์ภัย…ชมชื่อไทยไป่สิ้นเทอญ.

------------

นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย

กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...