โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้ชีวิต...ด้วยดวงดาว (๘๙๕) ศ. ดุสิต/คนจะมีลาภ? (ต่อ)

มติชนสุดสัปดาห์

เผยแพร่ 04 พ.ย. 2560 เวลา 07.00 น.

รู้ชีวิต…ด้วยดวงดาว(๘๙๕)/ศ. ดุสิต

อ่านอนาคตของคุณไม่ยากหรอก…แค่รู้จักดาว 10 ดวงเท่านั้น! เรื่องลึกในโหราศาสตร์ไทยชุด “คลังโหร” ดูยังไง?

คนจะมีลาภ? (ต่อ)

เรื่องของโชคลาภนี่เป็นเรื่องที่จะเอาให้แน่นอนตายตัวนั้นไม่ได้ เพราะมีตัวแปรหลายอย่างเหมือนกัน

เช่น ดวงมีลาภแต่ก็มีดาวมาขัด หรือดาวลาภะจรเข้ากาแล้วแต่ยังไม่ทำงาน รออยู่ บังเอิญครบรอบวันเกิดลัคนาจรต้องเปลี่ยนไป ดาวลาภะเลยต้องเปลี่ยนไปด้วย ลาภก็ยังไม่มาเหมือนกัน หรือดาวจรเข้ากาดี๊-ดี แต่ดันมีดาวร้ายมาทับมาเล็งร่วมอีก ยังงี้ก็อดอีกเหมือนกัน

ฉะนั้น การเรียนเรื่องของโชคลาภนี้จึงเป็นการเรียนเพื่อให้รู้ไว้เท่านั้น จะจับเอาเป็นแน่นอนตายตัวนั้นมิได้

แต่ส่วนใหญ่คนที่มีดาวเข้าเกณฑ์ลาภอย่างนี้ก็มักจะได้ลาภหรือได้สิ่งดีๆ กันเสมอ

ลองมาดูดวงคนที่จะมีลาภ หน้าตาดวงจะเป็นยังไง ผมจะทำให้ดู สมมติว่าเจ้าชาตานี้เกิดวันจันทร์ และมีอายุย่าง 48 ปี จะมีรูปดวงยังงี้

จากรูปดวงที่เห็นนี้ ตัวเลขไทยในวงในคือดาวในดวงเดิม เลขอารบิกในวงนอกคือดาวจรในขณะที่มาดู อายุย่าง 48 ปี ลัคนาจรสถิตที่ราศีสิงห์ จึงทำเครื่องหมายไว้ที่ราศีสิงห์ และตั้งภพตนุจรขึ้นที่นั่น

เท่ากับปีนั้นดาวอาทิตย์เป็นตนุลัคน์ และมีดาวพุธเป็นดาวบริวารทางทักษาประจำปีนั้น

ทีนี้จะดูเกณฑ์ลาภว่าพอจะมีไหม ก็ทำตามสูตรที่ว่าไว้ คือเอาอายุย่างไปบวกกับกำลังของดาวบริวารจร อายุย่าง 48 + 17 = 65 เอา 12 หารได้ลัพธ์ 5 เศษ 5 ลัพธ์ทิ้งไปเอาแต่เศษมาวางที่ราศี 5 คือราศีกันย์ (กุมลัคน์เดิม) แล้วตั้งกาขึ้นที่ราศีกันย์เป็นราศีที่หนึ่ง ราศีมังกรเป็นกาที่สอง และราศีพฤษภเป็นกาที่สาม

จากนั้นก็ตรวจดูว่า ดวงชาตาจรที่เห็นอยู่นี้เข้าอยู่ในเกณฑ์ที่จะมีลาภหรือไม่ จะเห็นได้ว่าในสามกานั้น มีสองกาที่มีดาวอยู่ในราศีกา คือมังกรมีดาว ๓-๖ ที่ราศีพฤษภมีราหู ส่วนดาวบริวารจรคือพุธ ๔ นั้นไม่เข้าเกณฑ์ (ไม่อยู่ในกา) มองดูแล้วจึงเห็นว่าปีนั้นยังไม่มีเกณฑ์ลาภ แต่…

แต่ที่ราศีพฤษภนั้นมีราหูอยู่ในกาที่สาม และปีนั้นราหูเป็นดาว ศรี ทางทักษาซึ่งน่าจะเป็นดาวดีที่ควรนับว่าเป็นโชคเป็นลาภได้ (ศรีในกาลาภ) แม้ว่าราหูนั้นจะเคยเป็นดาวเจ้าเรือนอริในดวงเดิมก็จริง (ถ้าเป็นอริจะขัดลาภ) แต่ในปีนั้นลัคนาจรสถิตที่ราศีสิงห์ ราหูจึงกลายมาเป็น ปัตนิ แทน จึงไม่ขัดกับกฎของเรื่องลาภผล

ดังนั้น จึงพอพยากรณ์ได้ว่า เจ้าชาตาจะมีลาภในปีนั้นได้

ได้ลาภอะไร มาจากไหน ได้เมื่อไหร่?

แน่ะ-มีคำถามเข้ามาอีก

การหาคำตอบในเรื่องนี้ให้ตรวจดูที่กาลาภก่อนว่าสถิตอยู่ในภพอะไร มีหน้าที่อะไร

ตามตัวอย่างนั้นกาที่จะเป็นลาภนั้นสถิตที่ภพกัมมะ จึงมีความหมายถึงอาชีพการงาน คือการงานเป็นลาภ

มาจากไหน ก็ดูที่ดาวตัวที่จะให้ลาภนั้นจรอยู่ที่ไหน ในตัวอย่างนั้นราหูจรเป็นราชาโชคอยู่ที่ราศีตุลภพสหัชชะของลัคนาจร (ซึ่งเป็นภพกดุมพะของลัคนาเดิม = กดุมพะเป็นสหัชชะ) หมายถึงจะได้จากการร่วมมือของเพื่อนร่วมงานหรือจากสังคมในกิจการของเจ้าชาตาเองตามความหมายของสหัชชะนั่นแหละ

ได้เมื่อไหร่?

ตรงนี้เป็นจุดสำคัญมาก เพราะโหรเก่งๆ กลายเป็นโหนต่องแต่งกันมากมายก็เพราะไอ้เรื่องนี้แหละ เพราะไม่เคยรู้ว่าการทายช่วงเวลาของการจะได้จะเสียอะไรนั้นเขาทายกันยังไง

แต่ก็น่าเห็นใจอยู่หรอก เพราะสูตรในเรื่องนี้มีความซับซ้อนที่เข้าใจไม่ได้ง่ายๆ เนื่องจากต้องมีการปรับเปลี่ยนไปตาม “ตัวเรื่อง” เป็นสำคัญ

ไม่ใช่มีบททายอย่างตายตัวทุกเรื่องทายเหมือนกันจะได้ทายกันได้ง่ายๆ ตามตัวอย่างนี้มีวิธีทายอยู่สองแบบที่ให้ผลดีมาหลายครั้งแล้ว คือ 1.การทายด้วยดาวจรปัจจุบัน และ 2.การทายจากการกระทบของดาวในดวงทำให้ดาวนั้นทำงานส่งผลออกมา

การจะดูว่า ดาวจรปัจจุบันส่งผลให้ดาวในดวงออกฤทธิ์หรือยังนั้น

ขั้นแรกที่ใช้กันมากที่สุดก็คือดูว่า ดาวจรกับดาวเดิมนั้นมีเชิงมุมที่สัมพันธ์กันในทางดีหรือไม่ ในดวงตัวอย่างนี้ราหูตัวจรสถิตที่ราศีตุล ตัวเดิมสถิตที่ราศีพฤษภ เชิงมุม “เบียน” กันอยู่จึงไม่น่าจะส่งผล แต่ดูอีกทางหนึ่งคือจากข้อ 2 ราศีพฤษภนั้นมีดาวศุกร์ ๖ เป็นเกษตรเจ้าเรือน ในขณะนี้ดาว 6 ตัวจรนั้นจรอยู่ที่ราศีธนู เชิงมุมก็เบียนกับเรือนตัวเองอยู่เหมือนกัน แต่เมื่อดาว 6 โคจรเข้าไปที่ราศีมังกร (ซึ่งเป็นกาลาภที่สอง) เชิงมุมก็จะเข้าสู่การ “ตรีโกณ” ซึ่งเป็นเชิงมุมที่ให้คุณส่งเสริมกัน ดังนั้น ดาว 6 ก็จะไปกระตุ้นให้ ศรี คือราหูในเรือนนั้นออกฤทธิ์ได้

เราก็ตรวจดูปฏิทินดาวดูว่าเมื่อใดที่ดาวศุกร์ 6 เดินเข้าสู่ราศีมังกร ก็บอกว่าในช่วงระยะเวลานั้นแหละที่เจ้าชาตาจะมีลาภ

แค่นี้ก็จบ

แต่ก่อนนี้ผมก็สงสัยเหมือนกันว่า ทำไมโบราณท่านถึงต้องให้กาไว้ถึงสามกา ไม่ว่าจะเป็นคุณเป็นโทษท่านวางไว้สามกาทั้งนั้น แต่เมื่อเรามาผจญกับการทำนายเองจึงได้รู้ว่า ท่านมีไว้สามกาก็เพื่อการ “ส่งกระแส” ไปถึงกันนี่เอง นี่อย่างหนึ่ง

ยังมีอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญด้วย คือท่านบอกไว้ว่า กาสามกานั้นหมายถึงช่วงเวลาของการทำงานของกา ช่วงเวลาที่ว่านี้คือช่วงเวลาของปีอายุเจ้าชาตา ให้แบ่งอายุเจ้าชาตาออกเป็นสามส่วน คือต้น-กลาง-ปลายของปีนั้น กาต้นคือช่วงต้น กาสองคือช่วงกลาง กาสามคือช่วงปลายปี ท่านว่าเอาไว้ยังงี้แหละ ดาวที่จะทำงานไปตกที่กาไหนก็จะออกผลในช่วงนั้น

นอกจากการใช้อายุหากาลาภแล้ว ก็ยังมีวิธีดูถึงการจะมีลาภในแบบอื่นอีก แบบที่จำง่ายใช้ง่ายที่สุดก็คือดูที่ดาวจรนี่แหละ ท่านว่าดาวจรนี่จะให้ลาภให้โทษได้ทุกปีหรือทุกเดือนด้วยซ้ำ แล้วแต่อย่างไหนจะมาก่อน

ท่านว่าคนเราจะมีลาภมีโชคได้นั้นในดวงจะต้องปรากฏสิ่งดีๆ ขึ้นมาเสียก่อน

สิ่งดีๆ ที่ท่านว่านี่ก็คือดาวที่โคจรอยู่ในปัจจุบันนี่แหละ นั่นก็คือตอนไหนที่ดาวโคจรเข้ามาเป็นเกษตรเป็นอุจจ์หรือเป็นราชาโชคแล้ว ช่วงนั้นถือว่าเป็นช่วงที่จะมีโชคมีลาภได้ จะเร็วจะช้าก็ขึ้นอยู่กับการทำงานของดาวและการเชื่อมโยงกันดาวอื่นที่เป็นดาวดีด้วยกัน (ต้องเป็นดาวดีนะ)

อย่างเช่นปีที่มีดาวเสาร์จรเข้าเป็นอุจจ์ที่ราศีตุลร่วมกับราหูได้ราชาโชค ชาวราศีตุลก็มีสิทธิ์ที่จะมีลาภกับเขาบ้างละ และไม่ใช่แต่ราศีตุลราศีเดียว แม้แต่ราศีพฤษภซึ่งเป็นราศีคู่ของตุลก็จะพลอยได้รับส่วนบุญไปด้วย คือมีสิทธิ์ที่จะมีลาภเหมือนกัน

แต่ผลจะเบากว่าราศีตุลหน่อย เพราะเป็นแค่ “ผลพลอยได้” เท่านั้น

ถ้าอยากรู้ว่าตัวเองจะมีโชคมีลาภกับเขามั่งในตอนไหน ก็สังเกตดูดาวจรให้ดีก็แล้วกันว่า ช่วงไหนมีดาวเข้าเป็นเกษตรเป็นอุจจ์เป็นราชาโชคทับลัคน์เราบ้าง บางตำราบอกว่าไม่ใช่แต่ทับลัคน์อย่างเดียวนะ ท่านให้ถือสามกาเหมือนกัน คือนับแต่ลัคน์ไปทีละห้าราศี (คือราศีที่ตรีโกณกับลัคน์นั่นแหละ) มีดาวเข้าเป็นอุจจ์ที่นั่นก็จะส่งผลมาถึงตัวได้เหมือนกัน

ผมเคยบอกเพื่อนบางคนไปในเรื่องนี้ มันก็ดันถามต่อรองผมกลับมาอีกว่า ถ้าไม่ทับลัคน์ล่ะ แต่ว่าทับตนุลัคน์ตนุเศษยังงี้จะได้มั่งไหมวะ?

เออ-ดูสิ เพื่อนมันเห็นผมเป็นพระเจ้ารึไงถึงมาต่อรองกับผมยังงี้ ผมไม่ได้เป็นคนสร้างสูตรนี้ขึ้นมาเองเมื่อไหร่ล่ะ แต่ผมก็บอกมันว่าคงไม่เสียหายอะไรหรอกมั้ง ของดีๆ มาทับตนุลัคน์ตนุเศษน่ะย่อมมีดีให้มั่งเป็นแน่ อย่าว่าแต่ตนุลัคน์ตนุเศษเลย แม้แต่ดาววันเกิดหรือดาวบริวารประจำปีก็ยังถือว่ามีสิทธิ์มีส่วนที่จะได้รับลาภผลด้วยเลย มีบางคนบอกว่าแม้แต่ทับดาวกดุมพะ ยังมีรายได้ดีขึ้นเลย ยังงี้ก็มี

ก็รับเป็นความรู้ประดับสมองเอาไว้ ของดีๆ ยังงี้ไม่ได้มีบ่อยๆ หรอก ในวงการโหรหรือโหราศาสตร์สมัยนี้ยิ่งหาของดีๆ แบบนี้ยากมาก หลักวิชาดีๆ ต่างๆ ไม่มีใครเขียนออกมาเผยแพร่กันเลย คงจะหวงแหนกันมากไม่ยอมเปิดเผย ผิดกับผมแฮะ ผมมีเท่าไหร่เอามาเปิดโปงหมด จนเพื่อนบางคนมันด่าเอาแล้วว่า เก็บสมบัติไม่เป็น ไม่รู้จักรักษาสมบัติที่มีอยู่ แน่ะ-ดูมันว่าผมซี แต่ผมว่าการเจือจานให้ความรู้กันนี่ก็น่าจะทำให้ผมมีสมบัติติดตัวมากขึ้นเหมือนกันนะ รึคุณว่าไง? (ก็ได้กุศลไงล่ะ)

เอาละครับ ฝอยมาเนิ่นนานพอแล้ว ชักเหนื่อยขึ้นมาอีก ขอจบตรงนี้ก่อน แล้วจะหาของดีๆ มาฝากกันใหม่ ตอนนี้ลาละครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...