รู้ชีวิต...ด้วยดวงดาว (๘๙๕) ศ. ดุสิต/คนจะมีลาภ? (ต่อ)
รู้ชีวิต…ด้วยดวงดาว(๘๙๕)/ศ. ดุสิต
อ่านอนาคตของคุณไม่ยากหรอก…แค่รู้จักดาว 10 ดวงเท่านั้น! เรื่องลึกในโหราศาสตร์ไทยชุด “คลังโหร” ดูยังไง?
คนจะมีลาภ? (ต่อ)
เรื่องของโชคลาภนี่เป็นเรื่องที่จะเอาให้แน่นอนตายตัวนั้นไม่ได้ เพราะมีตัวแปรหลายอย่างเหมือนกัน
เช่น ดวงมีลาภแต่ก็มีดาวมาขัด หรือดาวลาภะจรเข้ากาแล้วแต่ยังไม่ทำงาน รออยู่ บังเอิญครบรอบวันเกิดลัคนาจรต้องเปลี่ยนไป ดาวลาภะเลยต้องเปลี่ยนไปด้วย ลาภก็ยังไม่มาเหมือนกัน หรือดาวจรเข้ากาดี๊-ดี แต่ดันมีดาวร้ายมาทับมาเล็งร่วมอีก ยังงี้ก็อดอีกเหมือนกัน
ฉะนั้น การเรียนเรื่องของโชคลาภนี้จึงเป็นการเรียนเพื่อให้รู้ไว้เท่านั้น จะจับเอาเป็นแน่นอนตายตัวนั้นมิได้
แต่ส่วนใหญ่คนที่มีดาวเข้าเกณฑ์ลาภอย่างนี้ก็มักจะได้ลาภหรือได้สิ่งดีๆ กันเสมอ
ลองมาดูดวงคนที่จะมีลาภ หน้าตาดวงจะเป็นยังไง ผมจะทำให้ดู สมมติว่าเจ้าชาตานี้เกิดวันจันทร์ และมีอายุย่าง 48 ปี จะมีรูปดวงยังงี้
จากรูปดวงที่เห็นนี้ ตัวเลขไทยในวงในคือดาวในดวงเดิม เลขอารบิกในวงนอกคือดาวจรในขณะที่มาดู อายุย่าง 48 ปี ลัคนาจรสถิตที่ราศีสิงห์ จึงทำเครื่องหมายไว้ที่ราศีสิงห์ และตั้งภพตนุจรขึ้นที่นั่น
เท่ากับปีนั้นดาวอาทิตย์เป็นตนุลัคน์ และมีดาวพุธเป็นดาวบริวารทางทักษาประจำปีนั้น
ทีนี้จะดูเกณฑ์ลาภว่าพอจะมีไหม ก็ทำตามสูตรที่ว่าไว้ คือเอาอายุย่างไปบวกกับกำลังของดาวบริวารจร อายุย่าง 48 + 17 = 65 เอา 12 หารได้ลัพธ์ 5 เศษ 5 ลัพธ์ทิ้งไปเอาแต่เศษมาวางที่ราศี 5 คือราศีกันย์ (กุมลัคน์เดิม) แล้วตั้งกาขึ้นที่ราศีกันย์เป็นราศีที่หนึ่ง ราศีมังกรเป็นกาที่สอง และราศีพฤษภเป็นกาที่สาม
จากนั้นก็ตรวจดูว่า ดวงชาตาจรที่เห็นอยู่นี้เข้าอยู่ในเกณฑ์ที่จะมีลาภหรือไม่ จะเห็นได้ว่าในสามกานั้น มีสองกาที่มีดาวอยู่ในราศีกา คือมังกรมีดาว ๓-๖ ที่ราศีพฤษภมีราหู ส่วนดาวบริวารจรคือพุธ ๔ นั้นไม่เข้าเกณฑ์ (ไม่อยู่ในกา) มองดูแล้วจึงเห็นว่าปีนั้นยังไม่มีเกณฑ์ลาภ แต่…
แต่ที่ราศีพฤษภนั้นมีราหูอยู่ในกาที่สาม และปีนั้นราหูเป็นดาว ศรี ทางทักษาซึ่งน่าจะเป็นดาวดีที่ควรนับว่าเป็นโชคเป็นลาภได้ (ศรีในกาลาภ) แม้ว่าราหูนั้นจะเคยเป็นดาวเจ้าเรือนอริในดวงเดิมก็จริง (ถ้าเป็นอริจะขัดลาภ) แต่ในปีนั้นลัคนาจรสถิตที่ราศีสิงห์ ราหูจึงกลายมาเป็น ปัตนิ แทน จึงไม่ขัดกับกฎของเรื่องลาภผล
ดังนั้น จึงพอพยากรณ์ได้ว่า เจ้าชาตาจะมีลาภในปีนั้นได้
ได้ลาภอะไร มาจากไหน ได้เมื่อไหร่?
แน่ะ-มีคำถามเข้ามาอีก
การหาคำตอบในเรื่องนี้ให้ตรวจดูที่กาลาภก่อนว่าสถิตอยู่ในภพอะไร มีหน้าที่อะไร
ตามตัวอย่างนั้นกาที่จะเป็นลาภนั้นสถิตที่ภพกัมมะ จึงมีความหมายถึงอาชีพการงาน คือการงานเป็นลาภ
มาจากไหน ก็ดูที่ดาวตัวที่จะให้ลาภนั้นจรอยู่ที่ไหน ในตัวอย่างนั้นราหูจรเป็นราชาโชคอยู่ที่ราศีตุลภพสหัชชะของลัคนาจร (ซึ่งเป็นภพกดุมพะของลัคนาเดิม = กดุมพะเป็นสหัชชะ) หมายถึงจะได้จากการร่วมมือของเพื่อนร่วมงานหรือจากสังคมในกิจการของเจ้าชาตาเองตามความหมายของสหัชชะนั่นแหละ
ได้เมื่อไหร่?
ตรงนี้เป็นจุดสำคัญมาก เพราะโหรเก่งๆ กลายเป็นโหนต่องแต่งกันมากมายก็เพราะไอ้เรื่องนี้แหละ เพราะไม่เคยรู้ว่าการทายช่วงเวลาของการจะได้จะเสียอะไรนั้นเขาทายกันยังไง
แต่ก็น่าเห็นใจอยู่หรอก เพราะสูตรในเรื่องนี้มีความซับซ้อนที่เข้าใจไม่ได้ง่ายๆ เนื่องจากต้องมีการปรับเปลี่ยนไปตาม “ตัวเรื่อง” เป็นสำคัญ
ไม่ใช่มีบททายอย่างตายตัวทุกเรื่องทายเหมือนกันจะได้ทายกันได้ง่ายๆ ตามตัวอย่างนี้มีวิธีทายอยู่สองแบบที่ให้ผลดีมาหลายครั้งแล้ว คือ 1.การทายด้วยดาวจรปัจจุบัน และ 2.การทายจากการกระทบของดาวในดวงทำให้ดาวนั้นทำงานส่งผลออกมา
การจะดูว่า ดาวจรปัจจุบันส่งผลให้ดาวในดวงออกฤทธิ์หรือยังนั้น
ขั้นแรกที่ใช้กันมากที่สุดก็คือดูว่า ดาวจรกับดาวเดิมนั้นมีเชิงมุมที่สัมพันธ์กันในทางดีหรือไม่ ในดวงตัวอย่างนี้ราหูตัวจรสถิตที่ราศีตุล ตัวเดิมสถิตที่ราศีพฤษภ เชิงมุม “เบียน” กันอยู่จึงไม่น่าจะส่งผล แต่ดูอีกทางหนึ่งคือจากข้อ 2 ราศีพฤษภนั้นมีดาวศุกร์ ๖ เป็นเกษตรเจ้าเรือน ในขณะนี้ดาว 6 ตัวจรนั้นจรอยู่ที่ราศีธนู เชิงมุมก็เบียนกับเรือนตัวเองอยู่เหมือนกัน แต่เมื่อดาว 6 โคจรเข้าไปที่ราศีมังกร (ซึ่งเป็นกาลาภที่สอง) เชิงมุมก็จะเข้าสู่การ “ตรีโกณ” ซึ่งเป็นเชิงมุมที่ให้คุณส่งเสริมกัน ดังนั้น ดาว 6 ก็จะไปกระตุ้นให้ ศรี คือราหูในเรือนนั้นออกฤทธิ์ได้
เราก็ตรวจดูปฏิทินดาวดูว่าเมื่อใดที่ดาวศุกร์ 6 เดินเข้าสู่ราศีมังกร ก็บอกว่าในช่วงระยะเวลานั้นแหละที่เจ้าชาตาจะมีลาภ
แค่นี้ก็จบ
แต่ก่อนนี้ผมก็สงสัยเหมือนกันว่า ทำไมโบราณท่านถึงต้องให้กาไว้ถึงสามกา ไม่ว่าจะเป็นคุณเป็นโทษท่านวางไว้สามกาทั้งนั้น แต่เมื่อเรามาผจญกับการทำนายเองจึงได้รู้ว่า ท่านมีไว้สามกาก็เพื่อการ “ส่งกระแส” ไปถึงกันนี่เอง นี่อย่างหนึ่ง
ยังมีอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญด้วย คือท่านบอกไว้ว่า กาสามกานั้นหมายถึงช่วงเวลาของการทำงานของกา ช่วงเวลาที่ว่านี้คือช่วงเวลาของปีอายุเจ้าชาตา ให้แบ่งอายุเจ้าชาตาออกเป็นสามส่วน คือต้น-กลาง-ปลายของปีนั้น กาต้นคือช่วงต้น กาสองคือช่วงกลาง กาสามคือช่วงปลายปี ท่านว่าเอาไว้ยังงี้แหละ ดาวที่จะทำงานไปตกที่กาไหนก็จะออกผลในช่วงนั้น
นอกจากการใช้อายุหากาลาภแล้ว ก็ยังมีวิธีดูถึงการจะมีลาภในแบบอื่นอีก แบบที่จำง่ายใช้ง่ายที่สุดก็คือดูที่ดาวจรนี่แหละ ท่านว่าดาวจรนี่จะให้ลาภให้โทษได้ทุกปีหรือทุกเดือนด้วยซ้ำ แล้วแต่อย่างไหนจะมาก่อน
ท่านว่าคนเราจะมีลาภมีโชคได้นั้นในดวงจะต้องปรากฏสิ่งดีๆ ขึ้นมาเสียก่อน
สิ่งดีๆ ที่ท่านว่านี่ก็คือดาวที่โคจรอยู่ในปัจจุบันนี่แหละ นั่นก็คือตอนไหนที่ดาวโคจรเข้ามาเป็นเกษตรเป็นอุจจ์หรือเป็นราชาโชคแล้ว ช่วงนั้นถือว่าเป็นช่วงที่จะมีโชคมีลาภได้ จะเร็วจะช้าก็ขึ้นอยู่กับการทำงานของดาวและการเชื่อมโยงกันดาวอื่นที่เป็นดาวดีด้วยกัน (ต้องเป็นดาวดีนะ)
อย่างเช่นปีที่มีดาวเสาร์จรเข้าเป็นอุจจ์ที่ราศีตุลร่วมกับราหูได้ราชาโชค ชาวราศีตุลก็มีสิทธิ์ที่จะมีลาภกับเขาบ้างละ และไม่ใช่แต่ราศีตุลราศีเดียว แม้แต่ราศีพฤษภซึ่งเป็นราศีคู่ของตุลก็จะพลอยได้รับส่วนบุญไปด้วย คือมีสิทธิ์ที่จะมีลาภเหมือนกัน
แต่ผลจะเบากว่าราศีตุลหน่อย เพราะเป็นแค่ “ผลพลอยได้” เท่านั้น
ถ้าอยากรู้ว่าตัวเองจะมีโชคมีลาภกับเขามั่งในตอนไหน ก็สังเกตดูดาวจรให้ดีก็แล้วกันว่า ช่วงไหนมีดาวเข้าเป็นเกษตรเป็นอุจจ์เป็นราชาโชคทับลัคน์เราบ้าง บางตำราบอกว่าไม่ใช่แต่ทับลัคน์อย่างเดียวนะ ท่านให้ถือสามกาเหมือนกัน คือนับแต่ลัคน์ไปทีละห้าราศี (คือราศีที่ตรีโกณกับลัคน์นั่นแหละ) มีดาวเข้าเป็นอุจจ์ที่นั่นก็จะส่งผลมาถึงตัวได้เหมือนกัน
ผมเคยบอกเพื่อนบางคนไปในเรื่องนี้ มันก็ดันถามต่อรองผมกลับมาอีกว่า ถ้าไม่ทับลัคน์ล่ะ แต่ว่าทับตนุลัคน์ตนุเศษยังงี้จะได้มั่งไหมวะ?
เออ-ดูสิ เพื่อนมันเห็นผมเป็นพระเจ้ารึไงถึงมาต่อรองกับผมยังงี้ ผมไม่ได้เป็นคนสร้างสูตรนี้ขึ้นมาเองเมื่อไหร่ล่ะ แต่ผมก็บอกมันว่าคงไม่เสียหายอะไรหรอกมั้ง ของดีๆ มาทับตนุลัคน์ตนุเศษน่ะย่อมมีดีให้มั่งเป็นแน่ อย่าว่าแต่ตนุลัคน์ตนุเศษเลย แม้แต่ดาววันเกิดหรือดาวบริวารประจำปีก็ยังถือว่ามีสิทธิ์มีส่วนที่จะได้รับลาภผลด้วยเลย มีบางคนบอกว่าแม้แต่ทับดาวกดุมพะ ยังมีรายได้ดีขึ้นเลย ยังงี้ก็มี
ก็รับเป็นความรู้ประดับสมองเอาไว้ ของดีๆ ยังงี้ไม่ได้มีบ่อยๆ หรอก ในวงการโหรหรือโหราศาสตร์สมัยนี้ยิ่งหาของดีๆ แบบนี้ยากมาก หลักวิชาดีๆ ต่างๆ ไม่มีใครเขียนออกมาเผยแพร่กันเลย คงจะหวงแหนกันมากไม่ยอมเปิดเผย ผิดกับผมแฮะ ผมมีเท่าไหร่เอามาเปิดโปงหมด จนเพื่อนบางคนมันด่าเอาแล้วว่า เก็บสมบัติไม่เป็น ไม่รู้จักรักษาสมบัติที่มีอยู่ แน่ะ-ดูมันว่าผมซี แต่ผมว่าการเจือจานให้ความรู้กันนี่ก็น่าจะทำให้ผมมีสมบัติติดตัวมากขึ้นเหมือนกันนะ รึคุณว่าไง? (ก็ได้กุศลไงล่ะ)
เอาละครับ ฝอยมาเนิ่นนานพอแล้ว ชักเหนื่อยขึ้นมาอีก ขอจบตรงนี้ก่อน แล้วจะหาของดีๆ มาฝากกันใหม่ ตอนนี้ลาละครับ