โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เศร้า! สาวประเภทสองวัย 61 กรีดข้อมือดิ่งตึกดับ พยานเผยเจ้าตัวเปรยสาเหตุก่อนปลิดชีพ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 05 ต.ค. 2563 เวลา 10.02 น. • เผยแพร่ 05 ต.ค. 2563 เวลา 07.53 น.

เศร้า! สาวประเภทสองวัย 61 กรีดข้อมือดิ่งตึกดับ พยานเผยเจ้าตัวเปรยสาเหตุก่อนปลิดชีพ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม พ.ต.ท.ภาณุพงศ์ ภาวะบุตร สว.(สอบสวน) สน.ราษฎร์บูรณะ รับแจ้งมีผู้กระโดดจากที่สูงลงมาเสียชีวิต หน้าบ้านเลขที่ 122/45 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กทม.จึงไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ภัสพงษ์ บุตรไทย ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ แพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น ด้านล่างเปิดเป็นโรงงานไม่มีชื่อประกอบกิจการทำสำลีปั่นหู พบศพนายอู่แก้ว คุณความดี อายุ 61 ปี กระโดดจากห้องพักบนดาดฟ้าชั้นที่ 4 ลงมาในสภาพนอนคว่ำหน้าจมกองเลือด สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว นุ่งกางเกงยีนส์ขาสามส่วน ถุงเท้าสีขาว ใส่รองเท้าหนังหุ้มข้อสีดำ มีบาดแผลแตกที่ศีรษะซีกขวากระแทกพื้น ที่ข้อมือซ้ายหักผิดรูปและมีรอยคล้ายถูกกรีดด้วยของมีคม ข้างศพพบมีดโกนสีเหลืองตกอยู่ด้วย 1 ด้าม

พ.ต.อ.ภัสพงษ์กล่าวว่า จากการสอบสวนคนในละแวกดังกล่าว พบว่าปกติผู้ตายเป็นคนร่าเริง แจ่มใส มีรสนิยมชอบเพศเดียวกันประกอบกับเป็นคนรักสวยรักงามและไว้ผมยาว ก่อนหน้านี้ผู้ตายรู้จักกับเจ้าของโรงงานทำสำลีดังกล่าวเป็นการส่วนตัว จึงมาขอพักอยู่บนห้องพักชั้นดาดฟ้าได้สักระยะ แต่ก็ไม่มีใครทราบว่าผู้ตายทำอาชีพอะไร เนื่องจากจะออกจากห้องพักไปในช่วงเช้าและมานอนในช่วงค่ำ กระทั่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา มีพยานในโรงงานระบุว่า ผู้ตายเปรยให้ฟังทำนองว่าตัวเองเป็นสาวประเภทสอง ไม่ค่อยมีใครเห็นคุณค่าและอยากฆ่าตัวตาย แต่พยานก็ไม่ได้เอะใจอะไรจนช่วงบ่ายเจ้าตัวก่อเหตุสลดดังกล่าว

พ.ต.อ.ภัสพงษ์กล่าวว่า หลังจากนี้จะให้พนักงานสอบสวนเร่งติดตามญาติพี่น้องของผู้ตายมาให้การกับเจ้าหน้าที่เพื่อสอบถามมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้ ส่วนศพนั้นจะมอบให้มูลนิธินำส่งผ่าชันสูตรที่นิติเวช รพ.ศิริราช ก่อนทำหนังสือให้ญาติรับกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...