โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

4 สิ่งต้องเข้าใจในเรื่องของ "กำไร"

Stock2morrow

อัพเดต 14 พ.ย. 2562 เวลา 04.11 น. • เผยแพร่ 13 พ.ย. 2562 เวลา 17.00 น. • Stock2morrow
4 สิ่งต้องเข้าใจในเรื่องของ “กำไร”

เข้าสู่ช่วงประกาศผลประกอบการแล้ว สิ่งที่นักลงทุนให้ความสนใจมากที่สุดคงจะเป็นเรื่องของ"กำไร" ส่วนเรื่องผลการดำเนินงาน หรือวิธีทางการตลาด ค่าใช้จ่าย มักจะไม่ให้ความสำคัญเท่าไร เพราะสุดท้ายแล้ว "กำไร" เป็นส่วนที่สำคัญที่สุด

 

แต่ในความเป็นจริงแล้ว นักลงทุนผู้มุ่งมั่นจำเป็นจะต้องดูให้ครบทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตของยอดขาย รายจ่าย หรือแม้แต่ "พัฒนาการสำคัญ" ของบริษัทว่าช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาได้ทำอะไรไปบ้าง

 

อย่างไรก็ตาม ถ้าเราไม่ชำนาญทางด้านงบการเงิน ดูแล้วง่วง ดูแล้วไม่เข้าใจ … นี้คึอ 4 สิ่งที่เราต้องรู้เกี่ยวกับกำไร มีอะไรบ้างมาดูกันครับ

1. กำไรพิเศษ -- นี้คือกำไรที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์พิเศษ เช่น ขายที่ดิน ขายกิจการ ขายสินทรัพย์บางอย่าง หรือมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ดังนั้นเราควรจะนำไป "ลบออก" เพื่อดูกำไรที่เกิดขึ้นจริง

ในทางกลับกัน ก็มีเรื่องของ"รายจ่ายพิเศษ" ซึ่งจะไปทำให้กดดันกำไรสุทธิของบริษัทได้ เราก็สามารถนำไปบวกกลับเพื่อหากำไรที่เกิดขึ้นจริงได้เช่นเดียว ถือเป็นโอกาสของนักลงทุนที่ชอบค้นหาและมั่นใจได้ว่าไตรมาสถัดไป หรือปีถัดไปจะกลับมาดีอีกแน่นอน เพราะนี้เป็นรายจ่านพิเศษ

2. ทุกครั้งที่ดูกำไร ควรจะดูในเรื่องของ "ภาษี" ด้วย -- โดยส่วนใหญ่แล้วบริษัทจดทะเบียนจะมีการจ่ายภาษีอยู่ที่ประมาณ 20-30%  ของกำไรก่อนหักภาษี ซึ่งบางบริษัทจะดูดโดดเด่นเป็นพิเศษเพราะบริษัทได้รับยกเว้นสิทธิพิเศษทางภาษี ถ้าหมดสิทธิภิเศษแล้วอาจจะต้องจ่ายภาษีหนัก เรื่องนี้ไม่ควรมองข้าง

3. กำไรที่เกิดขึ้นเป็นบรีษัทที่ขายสินค้าโภคภัณฑ์หรือไม่ -- ส่วนใหญ่แล้วสินค้าโภคภัณฑ์จะมีลักษณะเป็น "รอบ" คือบริษัทเองก็ไม่สามารถควบคุมราคาขายได้เช่นเดียวกัน การซื้อวัตถุดิบในราคาถูก ผลิตแล้วขายในราคาแพงทำให้กำไรดูโดดเด่น ในทางกลับกันถ้าวัตถุดิบมีราคาสูงขึ้น บริษัทจำเป็นจะต้องสั่งมาในราคาแพงโดยไม่สามารถขึ้นราคาสินค้านั้นได้ ก็จะเป็นการกดดันกำไรที่เกิดขึ้นได้เช่นเดียวกัน

4. ส่อง Net Margin ทุกครั้ง -- Net Margin หรืออัตรากำไรสุทธิเป็นเรื่องสำคัญของบริษัท เป็นการบ่งบอกว่าการขายของ 100 บาท จะเหลือมาเป็นกำไรสุทธิของบริษัทประมาณกี่บาท  ถ้าบริษัทนั้นมีอัตรากำไรสุทธิสูงมาก ก็จะเป็นการเปิดช่องให้กับคู่แข่งเข้ามาขายตัดราคาได้

ในขณะเดียวกัน บริษัทที่มีอัตรากำไรสุทธิไม่สูง ไม่เชิญชวนคู่แข่งมาก็จริง แต่นั้นเป็นการแสดงให้เห็นว่าบริษัทเองก็ลำบากเช่นเดียวกัน

โดยส่วนใหญ่แล้ว …

อุตสาหกรรมค้าปลีกจะมี Net Margin อยู่ราวๆ 3-5%
อุตสาหกรรมการผลิตทั่วๆไปอาจจะอยู่ที่ 6-10%
อุตสาหกรรมโรงแรมและการบริการจะมี Net Margin สูงหน่อยประมาณ 20%

นี้ก็เป็น 4 ข้อสั้นๆของนักลงทุนเน้นคุณค่าที่เป็น"ภารกิจหลัก" ที่จะต้องค้นหาให้ได้ครับ ….

stock2morrow

ศูนย์รวมความรู้เรื่องหุ้น ศูนย์รวมนักลงทุนรายย่อย ที่อยากรู้วิธีการลงทุนในหุ้นอย่างถูกต้องและได้กำไรอย่างยั่งยืน ติดตามเราได้ที่

www.stock2morrow.com 

FB: stock2morrow 

LINE@stock2morrow

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...