โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แพ้ฝุ่นมากขนาดนี้จะทำงานอย่างไรดีนะ ?

Rabbit Today

อัพเดต 06 พ.ย. 2562 เวลา 10.00 น. • เผยแพร่ 06 พ.ย. 2562 เวลา 10.00 น. • Rabbit Today

สำหรับใครที่เป็นโรคภูมิแพ้ (Allergy) โดยเฉพาะ “การแพ้ฝุ่น” เราเชื่อว่าอาการนี้คงเป็นปัญหาจุกจิกกวนใจและร่างกายพอสมควร เพราะฝุ่นเป็นอนุภาคของแข็งขนาดเล็กที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าหากฝุ่นไม่เกาะอยู่ตามเฟอร์นิเจอร์ ที่นอน หรือสิ่งของต่างๆ รอบตัวเรานั่นเอง 

โรคภูมิแพ้ (Allergy)

ปัจจุบันประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่ประสบปัญหามลภาวะอากาศจากฝุ่นที่หนักพอสมควร ทั้งฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและฝุ่นละอองที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์รวมกัน ซึ่งคนที่แพ้ฝุ่นอยู่แล้วบอกเลยว่ายิ่งเจอปัญหาฝุ่นพิษในช่วงนี้เข้าไป อาการหายใจไม่สะดวก ไอ จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล น้ำตาไหล ตาแดง คันตา ย่อมตามมาอย่างหนักแน่นอน อีกทั้งมีโอกาสเกิดขึ้นได้ง่ายและบ่อยอีกด้วย

ใครที่เป็นโรคภูมิแพ้ฝุ่น เราบอกเลยว่าจำเป็นจะต้องได้รับการรักษาและดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี เพราะถือว่าเป็นบุคคลที่มีความเสี่ยงและไวต่อฝุ่นมากกว่าบุคคลทั่วไป อาจส่งผลให้มีปัญหาเรื่องโรคหอบ โรคหลอดลมอักเสบ อักเสบ โรคปอดแข็งจากภาวะฝุ่นจับปอด ปัญหาผิวหนัง และอื่นๆ อีกมากมายได้ ดังนั้นคนที่แพ้ฝุ่นจำเป็นจะต้องป้องกันและได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี ดังนี้

1. รับประทานยาแก้แพ้ ชนิดไม่ง่วง 

การรับประทานยาแก้แพ้เป็นทั้งการป้องกันและรักษาได้ตรงจุดและถูกวิธีมากที่สุด เพราะนอกจากการแพ้ฝุ่นแล้ว ยาแก้แพ้สามารถดูแลทุกการแพ้ได้เป็นอย่างดี คนที่โรคภูมิแพ้ควรพกยาแก้แพ้ติดตัวไว้ตลอด ยิ่งแพ้ฝุ่นยิ่งต้องมี เพราะอาการแพ้ฝุ่นสามารถกำเริบขึ้นมาได้ง่าย หากใครที่ต้องทำงานแล้วกลัวว่ารับประทานยาแก้แพ้แล้วจะง่วง ปัจจุบันมียาแก้แพ้ที่มีส่วนผสมของลอราทาดีน (Loratadine) ให้เลือกรับประทาน ซึ่งเป็นยาแก้แพ้ชนิดไม่ง่วง เหมาะสำหรับคนที่ต้องทำงานแล้วอยากหายจากการเป็นโรคภูมิแพ้ อีกทั้งรับประทานยาแก้แพ้ที่มีส่วนผสมของลอราทาดีนเพียงวันละ 1 ครั้ง ครั้งละ 1 เม็ดก็สามารถบรรเทาอาการได้ถึง 24 ชั่วโมง อีกทั้งสามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านขายยา แต่จำเป็นต้องได้รับคำปรึกษาจากเภสัชกรก่อนใช้ยาทุกครั้ง

2. สวมหน้ากากอนามัย

สวมหน้ากากอนามัย

แม้ว่าการสวมหน้ากากอนามัยเป็นเวลานานจะสร้างความรู้สึกอึดอัดได้ แต่วิธีนี้ก็เป็นการป้องกันฝุ่นได้ดีเช่นกัน ทั้งนี้ควรเลือกหน้ากากอนามัยแบบ N95 เพราะสามารถครอบบริเวณปากและจมูกอย่างมิดชิด และมีประสิทธิภาพในการช่วยป้องกันฝุ่นและเชื้อโรคที่มีขนาดเล็กมากได้เป็นอย่างดี หากหน้ากากอนามัยที่ใช้มีการเปื้อนน้ำลายและน้ำมูก ผู้ใช้จำเป็นต้องเปลี่ยนหน้ากากอนามัยทันที เพราะประสิทธิภาพในการป้องกันฝุ่นจะลดลงนั่นเอง 

3. ใช้เครื่องฟอกอากาศ

ใช้เครื่องฟอกอากาศ

การใช้เครื่องฟอกอากาศสามารถช่วยดักจับฝุ่นรวมถึงสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ที่อยู่ในอากาศได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยกำจัดสิ่งที่ปนเปื้อนมากับอากาศ กำจัดกลิ่นต่างๆ และสร้างอากาศบริสุทธิ์ให้กับเราได้ด้วย 

4. ใช้เครื่องดูดฝุ่น

ใช้เครื่องดูดฝุ่น

เครื่องดูดฝุ่นนับเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการกำจัดฝุ่นที่ตรงจุด ง่าย สะดวก และรวดเร็ว อีกทั้งปัจจุบันมีหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่สามารถทำงานได้เองโดยอัตโนมัติ สามารถตั้งเวลาทำความสะอาดเองได้ด้วย

5. หลีกเลี่ยงการปูพรมภายในบ้าน

หลีกเลี่ยงการปูพรมภายในบ้าน

เลี่ยงการปูพรมทุกชนิดภายในบ้าน เพราะพรมเป็นตัวสะสมฝุ่นชั้นดี รวมไปถึงแบคทีเรียต่างๆ ซึ่งก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้และอาการภูมิแพ้กำเริบได้

6. ทำความสะอาดบ้านอย่างเป็นประจำ

ทำความสะอาดบ้านอย่างเป็นประจำ

การทำความสะอาดบ้านอย่างเป็นประจำจะช่วยให้ลดการแพ้ฝุ่นในบ้านได้ โดยเฉพาะโซฟา ใต้โต๊ะ ใต้ตู้ ใต้เตียงนอนควรทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ควรนำสิ่งของที่ไม่จำเป็นหรือไม่ค่อยได้ใช้ไปเก็บรวมกันให้มิดชิด เพื่อลดปัญหาฝุ่นเกาะ

7. ซักเครื่องนอนด้วยน้ำร้อน

ซักเครื่องนอนด้วยน้ำร้อน

ควรซักเครื่องนอนทุก 1 - 2 สัปดาห์ ด้วยน้ำร้อนอุณหภูมิมากกว่า 60 องศาเซลเซียส เพราะมีประสิทธิภาพในการกำจัดฝุ่นและไรฝุ่นได้

8. ใช้ชุดเครื่องนอนป้องกันไรฝุ่น

ใช้ชุดเครื่องนอนป้องกันไรฝุ่น

ปัจจุบันมีชุดเครื่องนอนป้องกันไรฝุ่นให้เลือกใช้ ซึ่งช่วยป้องกันสารก่อภูมิแพ้การสะสมของแบคทีเรียได้

9. หลีกเลี่ยงพื้นที่ก่อสร้างและบริเวณข้างถนน

หลีกเลี่ยงพื้นที่ก่อสร้างและบริเวณข้างถนน

บริเวณพื้นที่ก่อสร้างเป็นสถานที่ที่มีปริมาณฝุ่นค่อนข้างเยอะ ทั้งฝุ่นที่เกิดจากดิน ทราย หรือละอองน้ำต่างๆ ซึ่งมีส่วนทำให้อาการภูมิแพ้กำเริบได้ นอกจากนี้รวมไปถึงบริเวณถนนด้วย เพราะปริมาณฝุ่นจากควันรถก็มีมากไม่แพ้กัน ทั้งนี้หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ก็ควรสวมหน้ากากอนามัยและพกยาแก้แพ้ติดตัวไว้ยามฉุกเฉินด้วย

10. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ มีส่วนช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรงและสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้เกิดอาการแพ้ฝุ่นหรือโรคภูมิแพ้กำเริบได้น้อยลง

วิธีป้องกันอาการแพ้ฝุ่นหรือโรคภูมิแพ้กำเริบ

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมและติดตามข่าวสารได้ที่ 

Website: www.gedgoodlife.com

Facebook: Ged Good Life ชีวิตดี ดี

Line Official: @gedgoodlife

Youtube: GEDGoodLife ชีวิตดีดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...