โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘สฟิงโกไมอีลิน’ หนึ่งในสารอาหารที่จำเป็นต่อการพัฒนาสมองลูกน้อยในยุค 5G

The Momentum

อัพเดต 12 มิ.ย. 2562 เวลา 10.00 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2562 เวลา 10.00 น. • THE MOMENTUM TEAM

In focus

  • ไมอีลินคือเยื่อหุ้มเส้นใยประสาทที่ช่วยให้การนำข้อมูลจากเซลล์ประสาทหนึ่งไปยังเซลล์ประสาทอื่นเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วช่วยให้เซลล์สมองส่งผ่านข้อมูลที่รับมาจากประสาทสัมผัสทั้งห้าได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
  • สฟิงโกไมอีลินเป็นไขมันจำเพาะและสารตั้งต้นในการสร้างไมอีลิน ซึ่งไมอีลินนี้จะถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ในครรภ์และสร้างอย่างต่อเนื่องรวดเร็วในช่วง 1,000 วันแรกของชีวิตและจะดำเนินต่อไปถึงช่วงผู้ใหญ่ตอนต้น
  • แหล่งของสฟิงโกไมอีลินมีทั้งในนมแม่ นมและผลิตภัณฑ์นม
  • การพัฒนาของสมองเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ช่วงที่ทารกอยู่ในครรภ์มารดาไปจนถึง 2 ปีแรกของชีวิต การส่งเสริมการพัฒนาสมองสามารถทำได้ด้วยการมอบสารอาหารอย่างครบถ้วน พร้อมกับให้เด็กได้มีโอกาสเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

เรียกว่าได้ยินบ่อยจนเหมือนครูภาษาอังกฤษสมัยเรียนมาสอนให้ท่องศัพท์ใหม่เลยทีเดียวสำหรับคำว่า ‘สฟิงโกไมอีลิน’ (sphingomyelin) และเมื่อเรากำลังจะเข้าสู่ยุค 5G ที่การหาความรู้เป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายและรวดเร็ว จึงไม่ควรพลาดในการทำความรู้จักและเข้าใจคำๆ นี้ โดยเฉพาะใครที่กำลังจะเป็นคุณพ่อคุณแม่หรือมีเด็กเล็กอยู่ในครอบครัว นี่คือกุญแจดอกสำคัญในการไขความลับพัฒนาการสมองของลูกหลานตัวน้อย

ก่อนจะพูดถึง สฟิงโกไมอีลิน อยากจะให้ทำความรู้จักกับ ‘ไมอีลิน’ (myelin) กันก่อน

ไมอีลินคือเยื่อหุ้มเส้นใยประสาทที่ช่วยให้การนำข้อมูลจากเซลล์ประสาทหนึ่งไปยังเซลล์ประสาทอื่นเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้เซลล์สมองส่งผ่านข้อมูลที่รับมาจากประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เกิดการเชื่อมโยงการทำงานของเซลล์ประสาทในสมองแต่ละส่วน (brain connection) ซึ่งนับเป็นหนึ่งในกลไกที่สำคัญที่สุดในการทำงานสมองและเป็นกระบวนการที่ต้องเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เปรียบได้กับการใช้อินเทอร์เน็ตในความเร็วระดับ 5G เมื่อส่งสัญญาณได้เร็วก็จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพ

ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าขาดสฟิงโกไมอีลินที่เป็นไขมันจำเพาะที่ช่วยในการสร้างไมอีลิน ซึ่งไมอีลินจะถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ในครรภ์และสร้างอย่างต่อเนื่องรวดเร็วในช่วง 1,000 วันแรกของชีวิตและจะดำเนินต่อไปถึงช่วงผู้ใหญ่ตอนต้น

แหล่งของสฟิงโกไมอีลินมีทั้งในนมแม่ นมและผลิตภัณฑ์นม ทั้งหมดล้วนมีส่วนในการสร้างความสามารถของเด็กในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการรับรู้ การควบคุมการเคลื่อนไหว การคิดวิเคราะห์หรือการวางแผนที่ทั้งหมดมีพื้นฐานมาจากการทำงานของสมอง แต่อย่างที่เกริ่นไปว่า สมองเพียงส่วนเดียวไม่สามารถสร้างความมหัศจรรย์ได้ ต้องมีการเชื่อมโยงการทำงานของเซลล์ประสาทในสมองแต่ละส่วนที่มีประสิทธิภาพด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการพัฒนาสมองส่วนการเรียนรู้ชั้นสูง (higher-order cognitive functions)

ถ้าใครอยากเห็นพัฒนาการที่ดีที่สุดของลูกในแต่ละช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็นการคลาน การเดิน การพูด การวิ่ง การหัวเราะหรือแม้แต่การร้องไห้ ควรโฟกัสกับสฟิงโกไมอีลินที่เป็นสารอาหารสำคัญในการสร้างไมอีลินในสมองตั้งแต่ช่วงของการตั้งครรภ์ ซึ่งมีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าทารกที่ได้รับนมแม่เพียงอย่างเดียวเป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือนจะมีปริมาณไมอีลินเพิ่มขึ้นและมีความสัมพันธ์กับผลประเมินการเรียนรู้ที่ดีขึ้นด้วย

การพัฒนาของสมองเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ช่วงที่ทารกอยู่ในครรภ์มารดาไปจนถึง 2 ปีแรกของชีวิต การส่งเสริมการพัฒนาสมองจึงสามารถทำได้ด้วยการมอบสารอาหารอย่างครบถ้วน พร้อมกับให้เด็กได้มีโอกาสเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ นอกจากนี้ การทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของสมองยังต้องอาศัยการเชื่อมต่อสัญญาณประสาทที่มีความรวดเร็ว ซึ่งการสร้างไมอีลินจะเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มความเร็วในการส่งสัญญาณประสาท เปรียบเสมือนการสร้างทางด่วนให้กับสมอง และโครงสร้างทางด่วนเหล่านี้จะแข็งแรงไม่ได้ถ้าไม่มี ‘สฟิงโกไมอีลิน’ สารอาหารเพื่อพัฒนาการทางสมอง

นอกเหนือจากพันธุกรรมและการเลี้ยงดูแล้ว โภชนาการยังมีส่วนสำคัญ ช่วยสร้างพัฒนาการทั้งทางร่ายกายและสมองให้เป็นไปอย่างเหมาะสมในทุกช่วงวัย นำมาซึ่งปลายทางคือการเรียนรู้ในสิ่งที่เขารักอย่างไร้ขีดจำกัด และพร้อมรับทุกการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต

#สฟิงโกไมอีลิน #โคลีน #ดีเอชเอ #สารอาหารเพื่อพัฒนาการทางสมอง #ช่วยสร้างไมอีลิน #สารอาหารเพื่อพัฒนาการทางสมอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...