โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดศึก...บะหมี่อิมพอร์ต มาม่า-ไวไว-ยำยำ ขนนวัตกรรมสู้

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 ก.ค. 2562 เวลา 07.21 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2562 เวลา 11.26 น.

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่เคลื่อนตัวอยู่ตลอดเวลา แต่ละแบรนด์ต้องพร้อมปรับตัว โดยเฉพาะตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่มีมูลค่า 2 หมื่นล้านบาท ที่ต้องเตรียมรับมือกับภาวะการแข่งขันสูงจากเทรนด์บะหมี่อิมพอร์ตจากเกาหลี-ญี่ปุ่นที่มาแรง แม้จะมีราคาแพงกว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบรนด์ไทยหลายเท่าตัว แต่กลับได้รับความนิยมไม่น้อย ทำให้สถานการณ์การแข่งขันดุเดือดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทุกแบรนด์จึงต้องเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อรักษาฐานลูกค้าของตัวเอง และสร้างการเติบโตของยอดขายให้เป็นไปตามเป้าที่วางเอาไว้

ความเคลื่อนไหวของ “มาม่า” เจ้าตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป นอกจากการออกสินค้าใหม่เข้ามากระตุ้นตลาดอย่างต่อเนื่อง อาทิ มาม่าซิกเนเจอร์เส้นเล็กรสเล้งแซบ, มาม่าออเรียนทัลคิตเช่น รสฮอตโคเรียนและรสกุ้งผัดซอสต้มยำ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบแห้งสไตล์เกาหลี และบะหมี่อิมพอร์ต ซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้น โดยวางขายในราคาซองละ 15 บาท ซึ่งเป็นราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ขณะที่บะหมี่อิมพอร์ตส่วนใหญ่ราคาจะอยู่ที่ 40-50 บาทซอง

“เวทิต โชควัฒนา” กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูลจำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วง 5-6 เดือนที่ผ่านมา ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในภาพรวมมูลค่า 2 หมื่นล้านบาท มีการเติบโต 6.5% สูงกว่าปกติที่จะเติบโตเพียง 1-2% จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้ผู้บริโภคได้จับจ่ายของที่จำเป็น ซึ่งรวมไปถึงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ส่วนเทรนด์การแข่งขันก็พบว่ามีผู้เล่นที่เป็นแบรนด์ต่างประเทศเข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ภาพรวมของมาม่าในครึ่งปีแรกของปี 2562 มียอดขายรวม 4,600 ล้านบาท เติบโตจากครึ่งปีแรกของปีที่ผ่านมา 11.6% ซึ่งการเติบโตส่วนใหญ่มาจากการเปิดตัวบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปออเรียนทัลคิตเช่น หรือมาม่า OK ด้วยจุดขายของการเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบแห้งสไตล์เกาหลี

“หลังจากเปิดตัวมาม่า OK ช่วยให้มาม่าชิงส่วนแบ่งจากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนำเข้า และยังเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้มาร์เก็ตแชร์ของมาม่าในภาพรวมเพิ่มขึ้น 3% เป็น 51%”

โดยทิศทางการดำเนินธุรกิจต่อจากนี้ ยังคงให้ความสำคัญในการพัฒนาสินค้าใหม่ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค โดยเฉพาะเทรนด์สุขภาพที่กำลังมาแรง

ล่าสุด เตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่ 5 รายการ ได้แก่ มาม่าข้าวต้มคัพ 3 รสชาติ อาทิ รสเล้งแซบ รสซุปไข่สาหร่าย และรสกุ้งกระเทียม รวมถึงขยายโปรดักต์ไลน์ของมาม่าโอเค จากเดิมมีแค่รูปแบบซอง เพิ่มเป็นรูปแบบคัพ ขนาด 80 กรัม จำนวน 2 รสชาติ อาทิ รสฮอตโคเรียน และรสผัดไข่เค็ม พร้อมนำนวัตกรรมฝา 2 ชั้นสำหรับบะหมี่แบบแห้ง ช่วยให้เทน้ำออกได้สะดวกขึ้น ตอบโจทย์อินไซต์ของผู้บริโภค

ส่วนมาม่า OK ยังมีแผนโปรโมตสินค้าใหม่ ทั้งช่องทางออฟไลน์ และออนไลน์ โดยจะเน้นสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภคเข้าถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ในรูปแบบถ้วย ควบคู่กับการจัดแคมเปญ “มาม่าคัพเปิดรหัสคัพลุ้นขับ MG”

“เวทิต” ย้ำว่า มาม่ายังครองความเป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งตลาดกว่า 51% ความท้าทายของแบรนด์มาม่าจึงไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มส่วนแบ่งตลาด แต่จะทำอย่างไรให้สามารถพัฒนาสินค้าเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้

สอดคล้องกับ “ยศสรัล แต้มคงคา” ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบรนด์ “ไวไว” และ “ไวไวควิก” ที่ระบุว่า ปัจจุบันตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีการแข่งขันรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะบะหมี่ที่อิมพอร์ตจากต่างประเทศ ได้เข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดมากขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาส่งผลให้ “ไวไว” ต้องพัฒนาสินค้าและรสชาติใหม่ ๆ รวมทั้งการขยายตลาดไปเจาะกลุ่มเป้าหมายพรีเมี่ยมมากขึ้น เช่น การปรับสูตร และแพ็กเกจจิ้งของสินค้า อาทิ ไวไวรสหมูสับ และไวไวรสต้มยำสูตรดั้งเดิม และล่าสุดได้เปิดตัวบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไวไว ชนิดชามขนาด 70 กรัม ชูคอนเซ็ปต์อร่อยจุใจรูปลักษณ์ทันสมัย เพิ่มชิ้นไก่และไข่พร้อมเครื่องปรุงรสให้น้ำซุปเข้มจำหน่ายราคา 25 บาท

ด้านของ “ยำยำ” หลังจากในช่วงที่ผ่านมา ได้ทำการปรับสูตร “รสต้มยำกุ้ง” ใหม่หลังจากได้ศึกษาคอนซูเมอร์อินไซต์พบว่า ผู้บริโภคชื่นชอบรสชาติอาหารที่จัดจ้าน พร้อมกับการดึงพรีเซ็นเตอร์ ปู-ไปรยา สร้างการรับรู้ พร้อมกับแคมเปญการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์เพื่อสื่อสารอย่างครอบคลุม

แหล่งข่าวจากบริษัท วันไทยอุตสาหกรรมอาหาร จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย ยำยำ ระบุว่า บริษัทมีแผนจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ยำยำจัมโบ้รสชาติใหม่เข้ามาทำตลาด ควบคู่กับการปรับเปลี่ยนรสชาติเดิมให้โดนใจผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับการทำกิจกรรมในช่องทางออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก เพื่อสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ อาทิ การให้ข้อมูลสินค้า การจัดกิจกรรมร่วมสนุก แจกรางวัล รวมไปถึงการทำเรียลไทม์คอนเทนต์ เพื่อโฆษณารสชาติต่าง ๆ ของแบรนด์

การแข่งขันที่รุนแรง และความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาสิ่งใหม่ ๆ ที่อินเทรนด์อยู่เสมอ โอกาสจึงเป็นของผู้ที่ปรับตัวได้เร็ว และเข้าไปตอบโจทย์ได้อย่างตรงจุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...