โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เข็นส่งออก โต3%ธสน.หนุนลูกค้ารับมือ‘เทรดวอร์’

ฐานเศรษฐกิจ

เผยแพร่ 27 พ.ค. 2562 เวลา 06.40 น.

 

Exim Bank รวมพลังเข็นส่งออกโต 3% หนุนผู้ประกอบการส่งออก-นำเข้า ปรับสถานะกับคู่ค้า-ขยายตลาดใหม่ค่ายทีเอ็มบีดีเดย์มิ.ย.ส่งโปรดักต์หนุนลูกค้าจองสิทธิ์ซื้อ-ขายล่วงหน้าเป็นเงินหยวนแทนดอลลาร์” ด้านแบงก์ประสานเสียงยํ้าตลาดผันผวนเร็วและแรงจี้ผู้ส่งออกนำเข้าเฮดจ์ลดความสูญเสีย

แนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ยังชะลอตัว หลังสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนยกระดับความเสี่ยงที่จะนำไปสู่ความรุนแรงมากขึ้น โดยไตรมาสแรกปีนี้ การส่งออกของไทยติดลบ 3.6% มูลค่าที่แท้จริงของการส่งออกสินค้าลดลง 5.4% จากที่ขยายตัว 0.8% ในไตรมาส 4 ปี 2561 ซึ่งสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) ปรับลดคาดการณ์การส่งออกปีนี้จะโตได้เพียง 2.2% จากที่เคยคาดการณ์ไว้ว่าจะขยายตัว 4.1% พร้อมเสนอให้ทางการเร่งลดผลกระทบ เพื่อให้การส่งออกทั้งปีนี้เติบโตไม่ตํ่ากว่า 3%

นายพิศิษฐ์ เสรีวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศ ไทย (ธสน.หรือ Exim Bank) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า สถานการณ์สงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ ทำให้ลูกค้าของธนาคารเริ่มเข้ามาหารือบ้างประปราย โดยยอมรับว่า บางรายถูกกระทบต่อยอดขาย ซึ่งเบื้องต้นธนาคารจะพยายามมากขึ้นในการช่วยลูกค้า2 เรื่องหลักคือ 1.สนับสนุนผู้ประกอบการทั้งผู้ส่งออกและนำเข้าต้องติดตามสถานะคู่ค้า ถ้าพบว่าคู่ค้าได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวธนาคารก็พร้อมให้ลูกค้าเข้ามาคุยเพื่อปรับปรุงสัญญาเก่าได้และ 2.ธนาคารจะร่วมมือกับผู้ประกอบการขยายตลาดใหม่ๆแทนตลาดเดิม ซึ่งกลุ่มธุรกิจที่ยังมีโอกาสจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับยาง อาหารสำเร็จรูปและอาหารแปรรูป

 

นาย หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบี กล่าวว่า ทิศทางเงินบาทระยะยาวมีแนวโน้มค่อยๆแข็งค่าขึ้น ถ้าสถานการณ์สงครามทางการค้าไม่ยกระดับความรุนแรง คาดว่าครึ่งปีหลังเงินบาทเคลื่อนไหวในระดับ 31.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งธนาคารต้องการเห็นผู้ประกอบการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน(FX Hedging)ซึ่งขณะนี้การทำสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าหรือ การทำฟอร์เวิร์ด(Forward) ติดลบ แต่ผู้ประกอบการที่มียอดขาย 200-400 ล้านบาทยังป้องกันความเสี่ยงน้อย

*ศรัณย์ ภู่พัฒน์ *

“ถ้าเทียบกับอดีต ทุกครั้งที่ผู้ส่งออกทำฟอร์เวิร์ด จะได้อัตราแลกเปลี่ยนดีกว่าวันนี้ เช่น ซื้อที่ระดับ30บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ แต่จะได้รับที่ 29.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ และทำให้โครงการ FX options ช่วยชาติมีผลตอบรับไม่ดีเท่าที่คาดหวังไว้ ทั้งๆทุกแบงก์พยายามสนับสนุนและตื่นตัวด้วยการจัดสัมมนาต่างๆจึงต้องทำความเข้าใจและดูว่ายังมีประเด็นอะไรที่ทำให้คนใช้น้อย”

ขณะเดียวกันทีเอ็มบีเตรียมออกโปรดักต์ “CNS Pro Rata Forward”ในเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อสนับสนุนลูกค้าจองสิทธิ์ที่จะซื้อหรือขายล่วงหน้า โดยใช้เงินหยวนมากขึ้น เพราะปัจจุบันส่วนใหญ่ 90% เป็นการป้องกันความเสี่ยงเฉพาะสกุลเงินดอลลาร์ ทั้งที่ประเทศไทยส่งออกไปจีนจำนวนมาก แต่ยังทำการค้าขายเป็นดอลลาร์ไม่ใช่เงินหยวน

“โปรดักต์ CNS Pro Rata Forward เริ่มคุยกับลูกค้าบางรายยังไม่โปรโมตในวงกว้างแต่เชื่อว่าเป็นรูปแบบ Forwardที่ลูกค้าชอบ ส่วน 2 โปรดักต์ทำตลาดไปแล้ว คือ การจ่ายเงินออกผ่านมือถือหรือ TMB Touch” สำหรับรายย่อย และTMB Business สำหรับคอร์ปอเรตหรือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี)”

 

แหล่งข่าวจากสถาบันการเงินขนาดใหญ่ระบุว่า แนวโน้มทั้งสกุลเงินบาทและเงินหยวนจะอ่อนค่าอีกระยะหนึ่ง โดยทิศทางค่าเงินขึ้นกับหลายปัจจัย นอกจากสงครามทางการค้า ภาวะการค้าโลกหรือเศรษฐกิจคู่ค้าแล้ว ในจีนยังมีปัจจัยหนี้ที่ต้องดูแลเสถียร ภาพด้วย ขณะที่เงินบาทขึ้นกับทิศทางเศรษฐกิจและการเมืองภายในด้วย หากการเมืองและเศรษฐกิจไทยมีเสถียรภาพจะช่วยเงินบาทแข็งค่าได้ อย่างไรก็ตามตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 23 พฤษภาคมเงินบาทแข็งค่า 1.76% โดยคำนวณจาก 32.56 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯเป็น 31.98บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯขณะเงินหยวนอ่อนค่า 0.53% ซึ่งคำนวณจาก 6.8755 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐฯ เป็น 6.9148 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

“ยอมรับว่า ผู้ประกอบการหลายรายได้รับผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงิน เพราะไม่จัดการความเสี่ยง ซึ่งระยะข้างหน้าการบริหารความเสี่ยงค่าเงินสำคัญมาก ซึ่งลูกค้าต้องลดความสูญเสีย โดยทำ Hedging วิธีใดวิธีหนึ่ง เพราะสถานการณ์ทำการค้าระหว่างประเทศไม่ปกติ เช่น การทำ Option หรือใช้สกุลเงินที่ 3 หรือสกุลเงินท้องถิ่นของประเทศคู่ค้าในการค้าขายแทนดอลลาร์ ขณะเดียวกันทั้งผู้ส่งออกและนำเข้าต้องพยายามเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยการเพิ่มมูลค่าเพิ่มในสินค้าและบริการซึ่งช่วยลดการแข่งขันตัดราคาจากคู่แข่ง”

“ยอมรับว่า หลายประเทศต่างแข่งขันและรุนแรง ถ้ารัฐบาลมีนโยบายออกมาถูกทาง อาจลดความเลวร้ายของอุตสาหกรรมส่งออกไทย รวมถึงส่งออกไทยต้องเปลี่ยนแปลงกันยกใหญ่ เพื่อรักษาตลาด แม้จะมีการย้ายฐานธุรกิจจากจีนมาไทย” 

 

หน้า 19-20 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,473 วันที่ 26 - 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...