โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศาลฎีกาตัดสินให้ห้างจ่ายชดใช้กรณี 'รถหายจากลานจอด' ชี้อ้างติดวงจรปิดก็ยังต้องรับผิดชอบ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 01 ก.ค. 2562 เวลา 07.53 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2562 เวลา 07.52 น.

วารสาร “ข่าวเนติบัณฑิตยสภา” ฉบับเดือน พ.ค.2562 เผยแพร่บทความ “กล้องวงจรปิดเพียงพอรักษาความปลอดภัยได้หรือไม่”

โดย ผศ.สมหมาย จันทร์เรือง นำเสนอคำพิพากษาฎีกา ที่ตัดสินคดีระหว่าง ผู้รับประกันภัยรถกระบะเป็นโจทก์ฟ้อง ห้างสรรพสินค้า เป็นจำเลย เนื่องจาก นำรถกระบะไปจอดที่ห้างดังกล่าว เมื่อปี 2556 แล้วรถหายไป ทางผู้รับประกันชดใช้เงินให้เจ้าของรถ แล้วมาฟ้องห้างสรรพสินค้า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ตัดสินให้ห้างสรรพสินค้าชดใช้แก่ผู้รับประกันภัย โดยศาลฎีการะบุว่า จำเลยมีหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยรถยนต์ของลูกค้า ก่อนเกิดเหตุ ห้างสรรพสินค้าจำเลย จัดให้มีการแจกบัตรเข้าออกแก่ลูกค้าที่มาจอดรถ อันเป็นมาตรการที่ค่อนข้างรัดกุม แต่ขณะเกิดเหตุได้ยกเลิก นำกล้องวงจรปิดมาติดแทน เป็นมาตรการที่ไม่เพียงพอจะดูแลรักษาความปลอดภัยให้รถลูกค้า การที่รถหายจากลานจอด จึงเป็นการงดเว้นการปฏิบัติหน้าที่อันเป็นความประมาทเลินเล่อของห้างสรรพสินค้าจำเลย

สำหรับเนื้อหาโดยละเอียดของบทความมีดังนี้

กล้องวงจรปิดเป็นเทคโนโลยีอย่างหนึ่งที่นิยมใช้เพื่อรักษาความปลอดภัยต่อการถูกโจรกรรมและการกระทำต่างๆ การติดตั้งกล้องวงจรปิดจะถือเป็นการใช้ความระมัดระวังเพียงพอแล้วหรือไม่ และแก้ตัวไม่ต้องรับผิดในความเสียหายอย่างไร ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 กล่าวคือ

มาตรา 420 ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดีแก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น

ประเด็นนี้มีคำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจเกี่ยวกับกล้องวงจรปิด ถือคำพิพากษาฎีกาที่ 743/2561 มีสาระดังนี้

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นผู้รับประกันภัยรถกระบะคันหนึ่งจากนางสาว น.ผู้เอาประกันภัยโดยมีธนาคาร ท.เป็นผู้รับประโยชน์ ส่วนจำเลยมีหลายสาขาซึ่งสาขานวนคร จังหวัดปทุมธานี เป็นสาขาหนึ่งของจำเลยเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2556 เวลา 16.30 นาฬิกา นาย อ.น้องชาย นางสาว น. ผู้เอาประกันภัยขับรถกระบะที่โจทก์รับประกันภัยไปจอดบริเวณลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าจำเลย สาขานวนคร ต่อมาปรากฏว่า รถกระบะดังกล่าวสูญหายโดยความประมาทของจำเลยที่ปล่อยปละละเลยเป็นเหตุให้คนร้ายเข้ามาลักรถไป โจทก์ได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับประโยชน์แล้ว โดยโจทก์ขอคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่โจทก์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจนถึงวันฟ้อง โจทก์จึงเข้ารับช่วงสิทธิมาฟ้องให้จำเลยรับผิดชอบในผลแห่งการทำละเมิด ขอให้บังคับจำเลยส่งมอบรถกระบะที่พิพาท หากส่งมอบรถกระบะไม่ได้ให้ใช้ค่าเสียหาย พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า จำเลยไม่มีหน้าที่และความรับผิดในการรักษาความปลอดภัยให้แก่รถยนต์ที่จอดในบริเวณลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าจำเลยไม่ให้เกิดความเสียหายหรือถูกโจรกรรม จำเลยและพนักงานของจำเลยไม่ได้ประมาทเลินเล่อ รถกระบะสูญหายเกิดจากความประมาทของนาย อ.ที่ไม่ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันการโจรกรรม อีกทั้งนาย อ.ไม่ได้ไปใช้บริการร้านค้าของจำเลยเพียงแต่นำรถกระบะไปจอดเพื่อใช้บริการร้านค้าอื่นซึ่งไม่ใช่ของจำเลยเท่านั้น รถกระบะใช้งานมานานย่อมเสื่อมสภาพราคาในท้องตลาดมีมูลค่าไม่เกิน 100,000 บาท ค่าเสียหายสูงเกินจริง ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 980,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 6 สิงหาคม 2556 เป็นต้น ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยคำนวณถึงวันที่ 5 มกราคม 2557 (ที่ถูกวันที่ 5 มีนาคม 2557) ซึ่งเป็นวันฟ้องต้องไม่เกิน 16,085 บาท ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 10,000 บาท คำขออื่น นอกจากนี้ ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์รับประกันภัยรถกระบะจากนางสาว น.ผู้เอาประกันภัย ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2555 ถึงวันที่ 26 มิถุนายน 2556 โดยโจทก์จะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายหรือสูญหายกรณีรถกระบะสูญหายเป็นเงิน 380,000 บาท ตามตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ส่วนจำเลยประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคแก่ประชาชน มีสาขาหลายแห่ง สาขานวนคร จังหวัดปทุมธานี เป็นสาขาหนึ่งของจำเลย โดยจำเลยจัดลานจอดรถไว้ให้บริการแก่ลูกค้าที่มาซื้อสินค้าและให้บริการ เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2556 เวลา 16.30 นาฬิกา นาย อ.น้องชายของนางสาว น. ผู้เอาประกันภัยได้ขับรถกระบะที่โจทก์รับประกันภัยไว้มาจอดรถที่ลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าจำเลย สาขานวนครและเข้าไปซื้อสินค้าภายในห้างสรรพสินค้าจำเลยจนกระทั่งเวลา 17.30 นาฬิกา จึงกลับออกมา ปรากฏว่ารถกระบะคันดังกล่าวสูญหายไปจากลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าจำเลยจึงได้แจ้งให้พนักงานรักษาความปลอดภัยของจำเลยให้โจทก์ทราบโจทก์ได้ให้เจ้าหน้าที่ของโจทก์มาดำเนินการตรวจสอบและได้จ่ายค่าสินไหมทดแทน เนื่องจากการสูญหายของรถกระบะให้แก่ธนาคาร ท. ผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยเป็นเงิน 380,000 บาท

ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกมีว่า จำเลยมีหน้าที่ต้องดูแลรักษารถกระบะที่นาย อ.นำมาจอดที่ลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าจำเลยหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า แม้จำเลยจะได้จัดให้มีสถานที่จอดรถให้แก่ลูกค้าผู้มาใช้บริการแต่บุคคลอื่นยังสามารถนำรถยนต์มาจอดได้เพียงแต่ต้องปฏิบัติตามระเบียบโดยไม่ต้องรับบัตรผ่านเข้าออกและไม่ต้องผ่านการสอบถามจากพนักงานรักษาความปลอดภัยว่าจะมาทำธุระใด ผู้นำรถยนต์เข้ามาจอดต้องหาที่จอดเองเก็บกุญแจและต้องดูแลรถยนต์ยังอยู่กับผู้ที่ขับรถยนต์มา จำเลยไม่ได้รับฝากรถหรือเรียกเก็บค่าบริการการนำรถยนต์เข้ามาจอด จำเลยได้รับประโยชน์จากผลกำไรจากการจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการตามปกติทางการค้าเท่านั้น

ปัญหาต้องวินิจฉัยประการต่อไปมีว่าเหตุที่รถกระบะสูญหายเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่มีหน้าที่ในการดูแลรถยนต์ของลูกค้าที่นำมาจอดที่ลานจอดรถของจำเลยเนื่องจากจำเลยไม่ได้จำให้มีการแจกบัตรแก่ลูกค้าที่นำรถยนต์เข้ามาจอดในลานจอดรถ เมื่อรถยนต์ของลูกค้าสูญหายไปจึงถือไม่ได้ว่าเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยนั้น เห็นว่า เมื่อจำเลยมีหน้าที่ในการดูแลรักษาความปลอดภัยรถยนต์ลูกค้าที่นำมาจอดในลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าจำเลยดังที่ได้วินิจฉัยไว้ข้างต้นแล้ว และข้อเท็จจริงรับฟังได้อีกว่าก่อนเกิดเหตุจำเลยได้จัดให้มีการแจกบัตรเข้าออกสำหรับรถยนต์ของลูกค้าที่นำเข้ามาจอดแต่ขณะเกิดเหตุได้ยกเลิกการแจกบัตรนำเข้าและนำกล้องวงจรปิดมาติดตั้งไว้บริเวณทางเข้าออกลานจอดรถแทน การที่จำเลยแจกบัตรเข้าออกสำหรับลูกค้าที่นำรถยนต์เข้ามาจอดบริเวณลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าจำเลย แสดงว่าจำเลยใช้มาตรการในการดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่รถยนต์ของลูกค้าโดยมีพนักงานคอยตรวจสอบดูแลรถยนต์ในขณะที่เข้าหรือออกจากลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าจำเลยหากไม่มีชัตรที่มอบให้ในขณะที่นำรถยนต์เข้ามาจอดก็ไม่สามารถนำรถยนต์ออกไปจากลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าจำเลยได้ อันเป็นมาตรการในการตรวจสอบที่ค่อนข้างจะรัดกุม แต่จำเลยกลับยกเลิกไป และปรากฏตามทางนำสืบของจำเลยด้วยว่าจำเลยได้ติดป้ายเตือนไว้ที่ลานจอดรถของห้างสรรพสินค้า จำเลยว่าลูกค้าต้องดูแลทรัพย์สินของตนเองจึงเท่ากับจำเลยงดเว้นหน้าที่ที่จะต้องดูแลรถยนต์ของลุกค้าโดยลูกค้าต้องเสี่ยงภัยเองทั้งการติดตั้งกล้องวงจรปิดก็เป็นเพียงอุปกรณ์บันทึกภาพยนตร์เข้าออกเท่านั้นไม่สามารถป้องกันการโจรกรรมได้แสดงให้เห็นได้ว่าเป็นมาตรการที่ไม่เพียงพอที่จะดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่รถยนต์ของลูกค้าได้ ดังนั้นการที่รถกระบะที่นาย อ.ขับมาจอดที่ลานจอดรถของจำเลยสูญหายไปจึงเกิดจากการงดเว้นในการปฏิบัติหน้าที่อันเป็นความประมาทเลินเล่นของจำเลย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นอีกเช่นกัน

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้

ก่อนเกิดเหตุ ห้างสรรพสินค้าจำเลยใช้มาตรการในการดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่รถยนต์ของลูกค้าโดยมีพนักงานคอยตรวจสอบดูแลรถยนต์ในขณะที่เข้าหรือออกจากลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าจำเลย กาไม่มีบัตรที่มอบให้ในขณะที่นำรถยนต์เข้ามาจอดก็ไม่สามารถนำรถยนต์ออกไปจากลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าจำเลยได้ อันเป็นมาตรการในการตรวจสอบที่ค่อนข้างจะรัดกุมแต่จำเลยกลับยกเลิกไปและนำกล้องวงจรปิดมาติดตั้งไว้บริเวณทางเข้าออกลานจอดรถแทนและติดป้ายเตือนไว้ที่ลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าจำเลยว่าลูกค้าต้องดูแลทรัพย์สินของตนเอง เท่ากับจำเลยงดเว้นหน้าที่ที่จะต้องดูแลรถยนต์ของลูกค้าโดยลูกค้าต้องเสี่ยงภัยเอง ทั้งการติดตั้งกล้องวงจรปิดเป็นเพียงอุปกรณ์บันทึกภาพรถยนต์เข้าออกไม่สามารถป้องกันการโจรกรรมได้ นับว่าเป็นมาตรการที่ไม่เพียงพอที่จะดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่รถยนต์ของลูกค้า การที่รถกระบะที่ อ.ขับมาจอดที่ลานจอดรถของจำเลยสูญหายไป จึงเกิดจากการงดเว้นในการปฏิบัติหน้าที่อันเป็นความประมาทเลินเล่อของจำเลยถือเป็นการทำละเมิดจึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...