โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พงศ์เทพ วิเคราะห์กระทรวงไหนเกรดเอ ทำไมพรรคการเมืองต้องแย่งเก้าอี้ รมต.

Khaosod

อัพเดต 11 มิ.ย. 2562 เวลา 03.53 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2562 เวลา 09.50 น.
พงศ์เทพ วิเคราะห์กระทรวงไหนเกรดเอ

พงศ์เทพ วิเคราะห์กระทรวงไหนเกรดเอ ทำไมพรรคการเมืองต้องแย่งเก้าอี้ รมต.

หลังการเลือกนายกรัฐมนตรีผ่านพ้นไปแล้ว โดยที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กลับเข้ามาบริหารประเทศอีกครั้ง จากเสียงโหวต 500 คะแนน ทำให้ดูเหมือนว่าการจับมือร่วมรัฐบาลของ 19 พรรคการเมืองแน่นหนา และการตั้งรัฐบาลใหม่จะราบรื่น

แต่ทว่าหลังจากการโหวตนายกรัฐมนตรีผ่านพ้นไป กลายเป็นว่าศึกยื้อแย่งเก้าอี้รัฐมนตรีระอุขึ้น พรรคพลังประชารัฐ ที่เป็นแกนนำตั้งรัฐบาล ต้องการตำแหน่งโควตารัฐมนตรีของกระทรวงเกรดเอกลับคืนมา จนทำให้เสถียรภาพของรัฐบาลสั่นคลอน เนื่องจากการตกลง ต่อรองนั้นไม่ลงตัว และดูเหมือนว่าจะไม่จบลงง่ายๆ จนเกิดวิวาทะตอบโต้กันไปมา ระหว่างพรรคพลังประชารัฐ และ พรรคภูมิใจไทย

และไม่ว่าสุดท้ายแล้วการแบ่งโควตากระทรวงจะจบลงอย่างไร ข่าวสดออนไลน์ สัมภาษณ์ พงศ์เทพ เทพกาญจนา แกนนำพรรคเพื่อไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และอดีตรัฐมนตรีหลายสมัยในช่วงรัฐบาลก่อนหน้านี้ เพื่อไขข้อข้องใจว่ากระทรวงต่างๆนั้นถูกแบ่งเป็นเกรดอย่างไรบ้าง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

พงศ์เทพ เริ่มเล่าว่า จริงๆแล้วสมัยที่เป็นรัฐมนตรี ในช่วงรัฐบาลพรรคไทยรักไทย และพรรคเพื่อไทยนั้นเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก ทำให้ไม่เจอปัญหาการต่อรองแบ่งเกรดกระทรวงเหมือนรัฐบาลพลังประชารัฐที่กำลังจะจัดตั้ง เนื่องจากมีพรรคการเมืองที่เข้าร่วมรัฐบาลถึง 19 พรรค ซึ่งแต่ละพรรคก็พยายามต่อรองต้องการอยากได้กระทรวงใหญ่ๆ

แต่ถ้าหากจะให้แบ่งกระทรวงเป็นเกรด ตามที่มีการยื้อแย่งอยู่ในขณะนี้ ต้องบอกว่า กระทรวงเกรดเอ นั้นส่วนมากจะเป็นกระทรวงใหญ่ ที่มีงบประมาณ และโครงการเยอะ

พงศ์เทพ ขยายความว่า ในส่วนของกระทรวงเกรดเอ หากจะให้แบ่งก็มีเช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ , กระทรวงคมนาคม ซึ่งมีงบประมาณลงทุน และโครงการลงทุนเยอะ ส่วน กระทรวงมหาดไทย ก็ถือเป็นกระทรวงที่มีอำนาจเยอะ

สำหรับ กระทรวงเศรษฐกิจอย่างกระทรวงการคลัง , กระทรวงพาณิชย์ และ กระทรวงพลังงาน แม้มีงบลงทุนไม่เยอะ แต่เป็นกระทรวงที่มีอำนาจ และมีความสำคัญเกี่ยวข้องกับประเทศ

ขณะที่กระทรวงกลาโหม ก็มีงบประมาณเยอะ ซ้ำยังตรวจสอบไม่ได้ ซึ่งทหารค่อนข้างให้ความสำคัญกับกระทรวงนี้

ในส่วนกระทรวงศึกษาธิการ ที่ถึงแม้มีงบประมาณจำนวนมาก แต่ส่วนมากเป็นงบเงินเดือนข้าราชการ ทำให้ไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร

ขณะเดียวกัน กระทรวงที่ถือเป็นอันดับท้ายๆที่พรรคการเมืองไม่ค่อยมีใครแย่ง คือกระทรวงวัฒนธรรม เนื่องจากมีงบประมาณน้อย อำนาจสั่งการก็น้อย รวมถึง กระทรวงแรงงาน แม้จะเป็นกระทรวงที่มีความสำคัญ แต่กลับไม่ค่อยมีพรรคการเมืองไหนต้องการ เช่นเดียวกับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แม้เรื่องท่องเที่ยว จะเป็นเรื่องสำคัญ แต่ด้วยงบประมาณที่ไม่เยอะ ทำให้ไม่ค่อยมีใครแย่ง

อดีตรัฐมนตรีหลายสมัย วิเคราะห์ด้วยว่า ที่น่าสังเกตคือพรรคการเมืองต้องการได้กระทรวงนั้นเป็นพิเศษ อย่างเช่นกระทรวงเกษตรฯ ที่บางพรรคร่วมรัฐบาลกี่ครั้งเข้าก็ต้องการเข้าไปทำงาน ก็มองได้ว่าส่วนหนึ่งเพราะมีความชำนาญหรือเชี่ยวชาญ หรือต้องการเข้าไปขับเคลื่อนนโยบาย หรืออาจจะมีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง

ซึ่งต้องยอมรับเลยว่านโยบายของพรรคการเมืองทุกพรรคล้วนเกี่ยวข้องกับกระทรวงเกษตรฯทั้งสิ้น แต่ก็มีเพียงพรรคเดียวที่จะได้นั่งกระทรวงนั้น จึงต้องแย่งชิงกันอยู่พอสมควร

เวลาพรรคการเมืองอ้างกับประชาชนว่าเข้ามาทำเพื่อประเทศชาติ แต่เมื่อมองการแย่งชิงกระทรวงต่างๆนั้น ก็เหมือนว่าคิดถึงแต่ที่จะเข้ามาทำเพื่อตัวเองอย่างเดียว ซึ่งการที่พรรคร่วมรัฐบาลมีมากถึง 19 พรรค ทำให้การเขียนนโยบายของรัฐบาลเพื่อที่จะผลักดันให้เป็นจริงนั้นเป็นเรื่องที่ยากพอสมควร นี่คือผลงานชิ้นโบว์ดำของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญที่ออกแบบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกมา

“ต่อจากนี้ไปต้องดูว่าหน้าตาของคณะรัฐมนตรีจะออกมาเป็นอย่างไร จะทำงานได้หรือไม่ ส่วนตัวคิดว่าหากผ่านการทำงานไป 2-3 เดือน จะทำให้รู้ว่ารัฐบาลใหม่จะมีอายุอยู่ได้นานหรือไม่ นโยบายที่นำเสนอจะได้รับการผลักดันมากน้อยขนาดไหน เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก” พงศ์เทพ สรุปทิศทางรัฐบาลใหม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...