โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

อีวานผู้โหดร้ายฆ่าลูกชายตัวเองจริงหรือไม่? อ่านความจริงเบื้องหลังหนึ่งในภาพวาดที่โด่งดังที่สุดของรัสเซีย - เพจพื้นที่ให้เล่า

TOP PICK TODAY

เผยแพร่ 06 พ.ย. 2563 เวลา 17.00 น. • เพจพื้นที่ให้เล่า

ในบรรดาเรื่องเข้าใจผิดมากมายในประวัติศาสตร์ชาติรัสเซีย คงไม่มีเรื่องไหนโด่งดังเป็นที่รู้จักมากเท่ากับความโหดร้ายของซาร์อีวานที่ 4  กษัตริย์องค์ก่อนสุดท้ายของราชวงษ์รูลิคที่ถูกเข้าใจผิดว่าทรงโมโหร้ายถึงขนาดฆ่าพระโอรสและรัชทายาทของตนเอง (ซาเรวิชอีวาน ผู้มีพระนามเดียวกับพระบิดา) ตำนานเล่าเรื่องการตายของซาเรวิชอีวานต่างกันออกไป เสียงหนึ่งกล่าวว่าซาร์อีวานไม่พอใจที่เห็นลูกสะใภ้แต่งกายไม่เรียบร้อยเลยทำร้ายเธอจนแท้งลูก ซาเรวิชอีวานทราบเรื่องจึงเข้ามาโต้เถียงกับบิดาจนทำให้ซาร์อีวานพลังมือฆ่าลูกชายตายลงต่อหน้า อีกเสียงเล่าว่าความบาดหมางของสองพ่อลูกมาจากประเด็นใหญ่กว่าคือเรื่องการเมือง ตอนนั้นรัสเซียทำการรบติดพันอยู่กับโปแลนด์ ฝ่ายลูกชายพยายามกล่อมพ่อให้วางมือจากสงครามและหันมาเจรจาสันติภาพ แต่ซาร์อีวานไม่พอใจจึงพลังมือฆ่าลูกชายด้วยความโกรธ 

อีวานที่ 4 

เรื่องเล่าสองเรื่องนี้เป็นเพียงตำนานที่ขาดเอกสารทางประวัติศาสตร์ เอกสารร่วมสมัยของฝ่ายรัสเซียบันทึกไว้เพียงว่าซาเรวิชอีวานเสียชีวิตในเดือนพฤศจิกายน 1581 (วันที่ของเอกสารแต่ละฉบับไม่ตรงกัน) หนึ่งในเอกสารที่น่าเชื่อถือ คือจดหมายที่พระเจ้าซาร์อีวานเขียนถึงนิกิตา โรมานอวิช เชื้อพระวงศ์คนสำคัญซึ่งต่อมาจะเป็นสมเด็จปู่ของซาร์มิฮาอิลที่ 1 กษัตริย์องค์แรกของราชวงศ์โรมานอฟ ในจดหมายจากซาร์อีวานเขียนไว้แต่เพียงว่า “พระเจ้าซาร์ไม่สามารถเสด็จมามอสโกได้เนื่องจากลูกชายของพระองค์ป่วยหนักมาก” จดหมายลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 1581 จึงตาดการณ์ว่าซาเรวิชอีวานน่าจะป่วย และเสียชีวิตในระหว่างวันที่ 12 พฤศจิกายนถึงช่วงต้นของเดือนธันวาคม 

อีวานข้างศพของลูกชาย ภาพวาดโดย Vyacheslav Schwarz (1861)

ในบันทึกของอันโตนิโอ พาซาวีโน บาทหลวงเยซูอิตที่ทำหน้าที่เป็นทูตของพระสันตะปาปาเกรกอรี่ที่ 13 เพื่อไกล่เกลี่ยการสู้รบระหว่างรัสเซียกับโปแลนด์ กล่าวว่าตัวเขาได้ยินข่าวการเสียชีวิตของซาเรวิช และได้ยินข่าวลือว่าพระเจ้าซาร์เป็นคนลงมือฆ่าลูกชายของตัวเองจากค่ายทหารของโปแลนด์ ตัวเขาไม่เชื่อในเรื่องนี้ จึงไม่บันทึกข่าวลือที่ว่าลงในรายงานส่งถึงโรม ในรายงานของเขาระบุเพียงว่าซาเรวิชเสียชีวิตแล้ว โดยใช้คำว่า “ตาย” ไม่ใช่ “ถูกฆ่า” น่าสนใจว่าแหล่งข่าวที่อันโตนิโอได้รับฟัง มาจากแหล่งข้อมูลในโปแลนด์อันได้แก่นายทหารและผู้มีตำแหน่งในราชสำนัก ทำให้น่าคิดต่อว่าข่าวลือนี้ (ทั้งที่ว่าซาร์อีวานฆ่าเพราะมีปากเสียงเรื่องลูกสะใภ้หรือความไม่ลงรอยทางการเมือง) น่าจะมีสาเหตุเพื่อโจมตีกษัตริย์ของฝ่ายตรงข้ามเพียงเท่านั้น น่าเสียดายที่อันโตนิโอไม่เข้าใจภาษารัสเซียและอาศัยการบันทึกเรื่องราวผ่านการแปลของล่าม ทำให้ความน่าเชื่อถือของบันทึกไม่มีน้ำหนักเท่าที่ควร 

เรื่องเล่าเกี่ยวกับความเกรี้ยวกราดของอีวานที่จบลงด้วยการตายของลูกชาย ถูกทำให้เป็นที่รู้จักมากที่สุดผ่านภาพวาดของอิลเยีย เรปิน (Ilya Repin) จิตรกรที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของรัสเซีย ตัวเขาวาดภาพนี้ขึ้นในปี 1885 โดยได้แรงบันดาลใจมาจากเหตุลอบสังหารซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 2 เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 1881 รวมไปถึงประสบการณ์เดินทางท่องเทียวยุโรปเมื่อปี 1883 

Ilya Repin

“ความโชคร้าย ความตาย ฆาตกรรม และเลือด มีพลังดึงดูดอย่างมาก เมื่อผมกลับถึงบ้านก็ลงมือวาดภาพนี้โดยทันที อีวานกับลูกชาย และเลือดจำนวนมากกลายเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่”  เรปิน กล่าว “ผมแก้ไขภาพนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า ผมเริ่มจากการวาดภาพด้วยความรีบเร่ง ผมพอใจ แต่แล้วก็สงสัย ผมแก้ภาพนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนบางครั้งก็รู้สึกกลัว แต่เหมือนมีแรงผลักดันบางอย่างบอกผมว่าต้องวาดภาพนี้ให้เสร็จ” เชื่อกันว่าเรปินทำการแก้ไขท่วงท่าของตัวละครในภาพหลายต่อหลายครั้ง ยกตัวอย่างเช่นภาพร่างหนึ่งของเขาเลือกให้อีวานถือคทาไว้ในมือ แต่แล้วก็เปลี่ยนใจให้คทาซึ่งน่าจะเป็นอาวุธสังหารบุตรชายตกอยู่ที่พื้นแทน 

ภาพวาด Ivan the Terrible and His Son Ivan โดย Ilya Repin

ภาพวาดของเขาสร้างความไม่พอใจให้พระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 3 และชาวรัสเซียบางส่วนที่มองว่าเหตุการณ์ในภาพไม่ได้เกิดขึ้นจริงและอาจสร้างความเข้าใจผิดๆ ให้คนรุ่นหลัง แถมยังทำให้ภาพลักษณ์สถาบันกษัตริย์รัสเซียดูล้าหลังโหดร้าย พระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ตัดสินใจแบนภาพวาดนี้ไม่ให้จัดแสดง แต่แล้วก็ทรงเปลี่ยนใจให้กลับมาจัดแสดงได้ในเวลา 3 เดือนต่อมา หลังภาพถูกนำออกสู่สายตาประชาชน นักธุรกิจผู้มั่งคั่งอย่าง Pavel Tretyakov ก็ซื้อต่อภาพวาด ทำให้ภาพนี้ปัจจุบันถูกจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะ Tretyakov ในกรุงมอสโก

ภาพร่างก่อนการแก้ไข

น่าสนใจว่าภาพวาดนี้เคยเกือบถูกทำลายมาแล้วถึงสองครั้ง ครั้งแรกในปี 1913 เมื่อ Abram Balashov จิตรกรฝีมือดีวัย 29 ใช้มืดกรีดภาพวาดถึงสามแผลบริเวณส่วนหน้าของอีวานและลูกชาย Balashov มาจากครอบครัวหัวอนุรักษ์ เป็นไปได้ว่าตัวเขาคิดว่าภาพวาดนี้บิดเบือนประวัติศาสตร์ “พอแล้วกับการนองเลือด!” ชายหนุ่มตะโกนร้องขณะใช้มีดทำลายภาพวาด ตัวผู้ก่อการไม่ได้ถูกลงโทษเนื่องจากมีการพิสูจน์ว่าตัวเขามีสภาพจิตใจไม่ปกติ อย่างไรก็ดี Georgy Khruslov ผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์ตัดสินใจฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดให้รถไฟทับเพื่อเป็นกาารับผิดชอบที่เขาไม่สามารถปกป้องภาพวาดเอาไว้ได้ 

ภาพวาดที่ถูกทำลายในปี 1913

อิลเยีย เรปิน ในวัย 68 ถูกเรียกตัวกลับมาให้ช่วยชีวิตภาพวาด ตัวเขาตกใจมากแต่ก็สามารถกู้ชีวิตให้ภาพวาดกลับมาสวยงามใกล้เคียงของเดิมได้อีกครั้ง 

ความพยายามทำลายภาพวาดครั้งที่ 2  เกิดขึ้นหลายปีหลังจากนั้น คือวันที่ 25 พฤษภาคม 2018 ชายหนุ่มใช้แท่งเหล็กฟาดเข้าที่ภาพวาด คราวนี้ส่วนหน้าของอีวานและลูกชายปลอดภัย แต่ทิ้งแผลใหญ่ไว้บริเวณลำตัวของลูกชาย 

ภาพวาดที่ถูกทำลายในปี 2018

ผู้ก่อการถูกตัดสินว่ามีความผิด ตัวเขามีสภาพจิตปกติและต้องจ่ายค่าปรับเป็นจำนวนเงิน 30 ล้านรูเบิล พร้อมโทษจำคุก 2 ปีครึ่ง 

.

ติดตามบทความของเพจพื้นที่ให้เล่า ได้บน LINE TODAY ทุกวันเสาร์

.

อ้างอิง

-journals.openedition.org

-rbth.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...